ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 24

ดอกไม้ช่อใหญ่กับคำพูดกวนๆ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
รอยยิ้มฉาบยาพิษของรินลดายังค้างเติ่งอยู่บนริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ ราวกับนางมารร้ายในละครหลังข่าวที่จงใจเดินเข้าฉากมาเพื่อขโมยซีนทุกวินาที บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางของประธานหนุ่มพลันลดฮวบลงจนติดลบ ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศดูจะไร้ความหมายไปถนัดเมื่อเทียบกับอุณหภูมิความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากสายตาของคนทั้งสาม พิมพ์พิชาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอกด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังชมการแสดงงูพิษพ่นพิษใส่กำแพง ใบหน้าสวยเชิิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตฉายแววเย้ยหยันชัดเจน เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะต้องมานั่งหึงหวงผู้ชายปากร้ายอย่างภาคินแบบไร้เหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เมื่อผู้หญิงคนนี้เป็นแค่อดีตที่ถูกปัดตกไปนานแล้ว "อ๋อเหรอคะ..." พิมพ์พิชาลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ "นึกว่าคุณรินลดาจะความจำเสื่อมจนลืมไปแล้วเสียอีกนะคะว่าคำว่า *คู่หมั้นเก่า* มันมีคำว่า *เก่า* พ่วงท้ายอยู่ด้วย ตั้งใจมาทบทวนความทรงจำเหรอคะ ถึงได้บุกมาถึงห้องทำงานส่วนตัวแบบนี้" รินลดาหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มเสแสร้งเกือบจะหลุดร่วง แต่เธอก็ยังกัดฟันปั้นหน้าต่อได้ "รินแค่แวะเอาเอกสารสำคัญมาให้คุณคินเฉยๆ ค่ะ พอดีเห็นว่าคุณคินงานยุ่ง... เลยไม่อยากกวนเวลาส่วนตัว แต่ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เห็นเลขาฯ ยุคใหม่ทำหน้าที่ *เกินเบอร์* ถึงขนาดเดินเข้ามาเสิร์ฟความใกล้ชิดถึงในห้องทำงาน" "ถ้าการเอาแฟ้มงานมาส่งแล้วยืนคุยเรื่องโปรเจกต์มันเรียกว่าเกินเบอร์..." พิมพ์พิชาปรายตามองเอกสารในมืออีกฝ่ายด้วยหางตา ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของภาคินมากขึ้นอีกนิดโดยไม่เกรงใจ "แล้วการเดินดุ่มๆ เข้ามาโดยไม่เคาะประตูกับการทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทั้งที่สถานะหมดสิทธิ์... เขาเรียกว่าอะไรดีคะ? มารยาททรามหรือว่าหน้าด้านกันแน่?" "นี่คุณพิมพ์!" รินลดาปรี่เข้ามาด้วยความโกรธจัด มือเรียวสั่นเทาด้วยความแค้นที่ถูกตบหน้ากลางอากาศด้วยคำพูดนิ่มๆ แต่เชือดเฉือน "พอได้แล้วครับ รินลดา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก ภาคินที่นั่งเงียบมองเกมตบตีทางวาจามานาน ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและเยียบเย็นจนน่ากลัว เขากวาดสายตามองอดีตคู่หมั้นด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง "ถ้าเอาเอกสารมาวางแล้วก็เชิญกลับไปได้เลยครับ ห้องทำงานผมไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้ใครมาเดินพล่อยๆ ส่งเสียงน่ารำคาญ" รินลดาอ้าปากค้าง หันไปมองหน้าภาคินสลับกับพิมพ์พิชาด้วยความไม่เชื่อสายตา "คุณคินไล่รินเหรอคะ? เพราะผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ คุณถึงไล่ริน..." "ผมไม่ได้ไล่เพราะเธอ แต่ผมไล่เพราะคุณไม่มีมารยาท" ภาคินตอกกลับเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนคนฟังสะعือก "และที่สำคัญ... เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมเสียที เราจบกันไปนานแล้ว รินลดา" คำพูดตัดเยื่อใยอย่างไร้เยื่อใยนั้นทำเอารินลดาหน้าชาดั่งถูกตบด้วยฝ่ามือไร้เงา เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคืองก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย พร้อมกับเสียงประตูกระจกที่ถูกกระแทกปิดดังปัง! จนสะเทือนไปทั้งแถบ ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง ทว่ากลับทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้คุกรุ่นอยู่ในอกของคนทั้งคู่ พิมพ์พิชาถอนหายใจเบาๆ เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับโต๊ะทำงานของตัวเองบ้าง ทว่าเสียงทุ้มห้วนของคนตัวโตกว่าก็รั้งเธอไว้เสียก่อน "จะรีบไปไหน?" "หมดหน้าที่เคลียร์แขกไม่ได้รับเชิญแล้วนี่คะ ฉันก็จะกลับไปทำงานต่อสิคะ หรือว่าท่านประธานอยากให้ฉันอยู่ช่วยกวาดขยะแถวนี้ด้วย?" เธอย้อนถามเสียงใส รอยยิ้มยั่วเย้าปรากฏขึ้นที่มุมปาก ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเลขาฯ สาวจอมรั้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความคุ้นเคยโชยเข้าแตะจมูกจนพิมพ์พิชาต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางเอกสารกระจกด้านหลังเสียแล้ว มือหนาข้างหนึ่งยันขอบชั้นวางไว้ กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย ดวงตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าเนียนที่เชิดขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ลดละ "ปากเก่งนักนะ" เขากระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม "เมื่อกี้ยังปากดีใส่รินลดาอยู่เลย ทำไมตอนนี้ทำเป็นถอยล่ะ หืม?" "ไม่ได้ถอยค่ะ แค่เว้นระยะห่างจากคนปากเสียต่างหาก" พิมพ์พิชาเถียงกลับทันควัน แม้หัวใจจะเต้นรัวระส่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตยังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเพื่อซ่อนความหวั่นไหว "แล้วก็กรุณาเอาหน้าออกไปไกลๆ ด้วยนะคะ ฉันหายใจไม่ออก... อีกอย่าง คนมีชนวนข่าวฉาวติดตัวไม่ควรมายืนใกล้ฉันในระยะประชิดแบบนี้นะคะท่านประธาน" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม "หึงก็บอกว่าหึง ทำเป็นปากแข็งอยู่ได้" "ใครหึงคะ? มโนเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะเฮีย" เธอย่นจมูกใส่เขาอย่างหมั่นไส้ "ฉันจะไปหึงอะไรคนปากร้ายอย่างคุณ ท่องไว้ค่ะว่าเราเป็นแค่นายจ้างกับลูกจ้างตามสัญญา" ภาคินไม่ตอบคำถาม เธอเห็นเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์แปลกๆ ผิดวิสัยคนซึน ก่อนที่เขาจะหันไปหยิบอะไรบางอย่างที่วางอยู่มุมโต๊ะทำงานแล้วยื่นมาตรงหน้าเธอ พิมพ์พิชากะพริบตาปริบๆ มองสิ่งของที่ถูกยื่นมาให้อย่างงุนงง มันไม่ใช่แฟ้มงาน ไม่ใช่เอกสารอนุมัติงบประมาณ... แต่เป็นช่อดอกไม้สีขาวสะอาดตาขนาดใหญ่ ดอกกุหลาบสีครีมแซบด้วยยิปโซฟุ้งกระจาย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ละมุนจมูก และที่สำคัญ... มันคือดอกไม้ช่อเดียวกับที่เธอเคยบ่นว่าชอบเมื่อหลายวันก่อนอย่างไรล่ะ! ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธอมองช่อดอกไม้สลับกับใบหน้าคมสันที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ตรงใบหูอย่างเห็นได้ชัด "อะ... อะไรคะเนี่ย?" เธอยอมรับว่าเสียงตัวเองสั่นไปเล็กน้อย ภาคินเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างเก้อเขิน มือหนาเกาหลังคอตัวเองเบาๆ ท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้มาก่อน ทำให้พิมพ์พิชาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ "ก็... ซื้อมาทิ้ง" เสียงทุ้มตอบห้วนๆ ตามสไตล์คนปากไม่ตรงกับใจ "แม่บ้านบอกว่าถ้าไม่เอาไปทิ้งมันจะรกห้องทำงาน ฉันเห็นว่าเธอนั่งหน้าหงิกอยู่ตรงนี้พอดี ก็เลย... เอามาให้เกะกะเล่นๆ แค่นั้นแหละ อย่าสำคัญตัวเองให้มากนักเลยพิมพ์พิชา" ให้ตายเถอะ... ส่งดอกไม้มาง้อแต่ปากยังเสียเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน! พิมพ์พิชาอยากจะกรอกตามองบนให้ทะลุเพดานตึก คนอะไร... ปากแข็งยิ่งกว่าหินผา ต่อให้เอาค้อนมาทุบก็คงไม่ยอมรับว่าตั้งใจซื้อมาง้อเธอจริงๆ แน่ๆ "อ๋อ... ดอกไม้รกห้องเหรอคะ?" เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้ม รับช่อดอกไม้มาถือไว้ในอ้อมแขน แกล้งทำเป็นสูดดมความหอมเข้าไปเต็มปอด "งั้นฉันขอบใจในความมีน้ำใจของ *ท่านประธาน* ที่อุตส่าห์เอาขยะราคาแพงมาแบ่งปันให้เลขาฯ ตาดำๆ นะคะ!" "นี่เธอ..." ภาคินหันขวับกลับมาทำท่าจะต่อว่า ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยคำพูดอะไรออกไป เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ก๊อก ก๊อก! ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย พิมพ์พิชารีบผละตัวออกจากอ้อมแขนของเขาเพื่อตั้งหลัก ขณะที่ภาคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเป็นรอบที่สองของวัน "เข้ามา!" ภาคินตวาดเสียงห้วน ประตูกระจกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดปรานของเพื่อนสนิทตัวแสบที่ถือวิสาสะเดินยิ้มร่าเข้ามาในห้อง "อุ๊ย... ขอโทษทีวะเพื่อน กูไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะเวลาสวีท... เอ๊ะ หรือว่ากูมาขัดจังหวะตอนมึงกำลังโดนเมียดุวะเนี่ยเฮียคิน?" ธามันเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มกวนประสาท พรางกวาดสายตามองช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือของพิมพ์พิชาสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของภาคิน "โอ้โห... ส่งดอกไม้มาง้อเหรอวะเนี่ย คนปากแข็งอย่างเฮียคินมีมุมนี้ด้วยเหรอวะ ปากบอกไม่แคร์ แต่ซื้อกุหลาบช่อเบ้อเริ่มมาให้เลขาฯ แบบนี้..." "ธามัน!" ภาคินคำรามลอดไรฟัน ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความคาดโทษ "ถ้ามึงยังไม่อยากปากแตกออกไปจากห้องนี้... ไสหัวกลับไปทำงานของมึงซะ!" ธามันหัวเราะร่วนอย่างไม่สะทกสะทราน ก่อนจะยกมือขึ้นยอมแพ้แล้วหันมาขยิบตาให้พิมพ์พิชาหนึ่งที "เอ2น่า ใจเย็นๆ ก่อนเพื่อน กูไม่ได้มามือเปล่าเว้ย..." ธามันชูซองเอกสารสีน้ำตาลในมือขึ้นสูง รอยยิ้มบนใบหน้าเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งกว่าเดิม "พอดีกูไปได้ข่าววงในมาเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ที่บริษัทคู่แข่งกำลังจะฮุบ... และที่สำคัญที่สุด..." ธามันเว้นจังหวะนิดหนึ่ง กวาดสายตามองหน้าคนทั้งคู่ด้วยแววตากรุ้มกริมราวกับถือไพ่เหนือกว่าในมือ "...มีชื่อของ *ใครบางคน* ที่พวกมึงคาดไม่ถึงเอี่ยวอยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้ด้วยวะ" พิมพ์พิชานิ่งงัด ช่อดอกไม้ในมือเริ่มหนักอึ้งขึ้นมาทันทีเมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของธามัน --- *(เชิงอรรถจากนักเขียน)* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและร่วมลุ้นไปกับความซึนของเฮียคินนะคะ! ❤️
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%