ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 26

หัวใจที่เริ่มอ่อนยวบ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“คิดจะทำอะไรของคุณรินลดาคะ ถึงได้เสียมารยาทผลักประตูเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานแบบนี้” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของพิมพ์พิชาดังขึ้นทันควัน ทำลายความอึมครึมที่คั่นกลางระหว่างเธอกับภาคินลงอย่างไม่ใยดี ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงของรินลดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง โดยมีสีหน้าเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะที่ฉาบอยู่บนริมฝีปากอย่างจงใจ รินลดาปรายตามองพิมพ์พิชาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาดดูถูก ก่อนจะเบนสายตาไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน “แหม… น้องพิมก็พูดเกินไปค่ะ รินแค่เป็นห่วงเฮียคิน กลัวว่าจะทำงานหนักจนลืมเวลาต่างหากล่ะคะ อีกอย่าง… ประตูไม่ได้ล็อกนี่คะ รินก็เลยคิดว่าคงไม่มีความลับอะไรที่คนนอกอย่างน้องพิมจะต้องมาคอยกีดกันหรอกมั้งคะ” คำว่า ‘คนนอก’ ถูกเน้นเสียงหนักอย่างจงใจ พร้อมกับที่รินลดาถือวิสาสะเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของภาคินมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฉุนกึกโชยเข้าจมูกจนพิมพ์พิชานึกอยากจะเบือนหน้าหนี ทว่าเธอกลับเลือกที่จะยืนนิ่ง ขยับตัวเข้าไปยืนเคียงข้างเก้าอี้ที่ภาคินนั่งอยู่เพียงก้าวเดียว เพื่อแสดงอาณาเขตและตอกย้ำสถานะที่เหนือกว่าอย่างเงียบเชียบ “คนนอกเหรอคะ?” พิมพ์พิชากระตุกยิ้มมุมปาก ใช้น้ำเสียงนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนบาดลึก “ถ้าคุณรินลดาจำไม่ผิด หน้าที่เลขาฯ หน้าห้องอย่างพิม มีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการคัดกรองแขกที่ไม่ได้รับเชิญนะคะ… และดูเหมือนว่าตารางนัดหมายวันนี้ของท่านประธาน จะไม่มีชื่อของคุณรินลดานะคะ” “พิม!” รินลดาหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนย้อนเกล็ดต่อหน้าผู้ชายที่เธอหมายปอง “เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน ฉันเป็นใครเธอก็น่าจะรู้ดี!” “รู้ค่ะ… รู้ดีเสียยิ่งกว่าใครว่าคุณรินลดาเป็น ‘อดีตคู่หมั้น’ ที่ถูกถอนหมั้นไปแล้วอย่างไม่เป็นทางการ” พิมพ์พิชาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงไม่มีสั่นเครือแม้แต่น้อย “เพราะฉะนั้น การบุกรุกเข้ามาในยามวิกาลแถมยังไร้มารยาทแบบนี้ นอกจากจะน่าเกลียดแล้ว… ยังดูไร้ราคาในสายตาของท่านประธานด้วยนะคะ” เพล้ง! แม้จะไม่มีเสียงแก้วแตก แต่บรรยากาศในห้องราวกับมีเสียงกระจกลั่นเปรี๊ยะ ภาคินที่นั่งเงียบปล่อยให้สองสาวปะทะคารมกันมาสักพัก แววตาคมกริบของประธานหนุ่มไหววับ เขาไม่ได้เอ่ยปากห้ามพิมพ์พิชาเลยสักคำ หน้ำซ้ำ… มุมปากหยักลึกยังกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเดาความหมาย มือหนาที่วางอยู่บนตักขยับเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เอนหลังพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ผิดกับความตึงเครียดของบรรยากาศรอบตัว “พิมพูดถูกนะรินลดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนรินลดาต้องสะดุ้ง “ห้องทำงานนี้เป็นเขตหวงห้าม และฉันก็ไม่ได้อนุญาตให้ใครเดินเข้ามาตามอำเภอใจ… ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญคุณกลับไปก่อนเถอะ ฉันกำลังคุยงานอยู่” “งานเหรอคะ? งานอะไรคะเฮียคิน ถึงได้ยืนใกล้กันขนาดนั้น!” รินลดาแว้ดออกมาด้วยความเหลืออด เมื่อเห็นว่าพิมพ์พิชายังคงยืนอยู่ชิดโต๊ะทำงานของเขาโดยไม่มีทีท่าว่าจะถอยห่าง “ผู้หญิงคนนี้มันหวังแค่เกาะเฮียไต่เต้าเท่านั้นแหละค่ะ ทำไมเฮียถึงดูไม่ออกว่ามันหน้าเงินแค่ไหน!” คำว่า ‘หน้าเงิน’ ทำให้แววตาของภาคินเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในเสี้ยววินาที รังสีความน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนรินลดาต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว “ระวังปากของคุณด้วยรินลดา” ภาคินพูดเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมดุจพญาอินทรีย์จ้องมองอดีตคู่หมั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คนที่คุณกำลังต่อว่า… คือภรรยาในนามที่ฉันเคารพ และต่อให้เธอจะหวังอะไร มันก็เรื่องของฉัน ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ!” พิมพ์พิชาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว กับคำว่า ‘ภรรยาในนามที่ฉันเคารพ’ จากปากของคนปากแข็ง ถึงแม้จะมีคำว่า ‘ในนาม’ ห้อยท้าย แต่ความปกป้องที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งเมื่อครู่ ทำให้กระแสความอบอุ่นบางเบาแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ รินลดาหน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากแน่นจนแทบห้อเลือด มองหน้าภาคินสลับกับพิมพ์พิชาด้วยความเจ็บใจและแค้นเคือง “เฮียคินเข้าข้างมัน… เฮียกำลังจะหลงกลผู้หญิงคนนี้ รินหวังดีกับเฮียแท้ๆ แต่เฮียกลับไล่รินเพราะอีเลขาฯ นากระจอกนี่เนี่ยนะ!” “เชิญออกไปค่ะ!” พิมพ์พิชาไม่อดทนรอให้ภาคินต้องออกปากไล่ซ้ำสอง เธอผายมือไปยังประตูห้องด้วยรอยยิ้มหวานหยดแต่เย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ “ถ้ายังไม่ยอมออกไปตอนนี้ พิมคงต้องเรียก รปภ. ให้มาช่วยเชิญคุณออกไปตามกฎระเบียบของบริษัทแล้วนะคะ… เชิญค่ะ!” รินลดาโกรธจนตัวสั่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัปยศอดสู เธอกระแทកส้นสูงเดินสะบัดออกไปจากห้องอย่างแรงจนประตูแทบพัง และทันทีที่เสียงประตูปิดลง ความเงียบสงบก็กลับมาเยือนห้องทำงานกว้างใหญ่อีกครั้ง พิมพ์พิชาถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลง เหลือเพียงความประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องโดยตรง ทว่า… สิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้ต้องชะงัก ภาคินไม่ได้ทำหน้าบึ้งตึงหรือส่งสายตาดุดันใส่เธอเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มกำลังนั่งไขว่ห้าง มองเธอด้วยแววตาระยิบระยับ มุมปากหยักลึกยกยิ้มกว้างจนแทบจะเรียกว่า ‘ยิ้มแก้มปริ’ อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตการทำงานร่วมกัน “ยิ้มอะไรของคุณคะเฮีย” พิมพ์พิชาเอ่ยถามเสียงดุกลบเกลื่อนความเขินอายที่จู่ๆ ก็แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม “มีอะไรน่าขันนักเหรอคะ ที่พิมเพิ่งไล่แขกของคุณออกไปเนี่ย” “เปล่า…” ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมทีละก้าว ช้าๆ แต่กดดันหัวใจคนมองให้เต้นระรัว “แค่รู้สึกว่า… เมียจำเป็นคนนี้ ดุใช้ได้เลยแฮะ” “ใครเมียคุณคะ!” พิมพ์พิชาร้อนผ่าวไปทั้งหน้า รีบถอยหลังหนีแต่สะโพกกลับชนเข้ากับมุมโต๊ะทำงานพอดี จนหนีไปไหนไม่ได้ “พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยนะคะเฮีย พิมแค่ทำหน้าที่เลขาฯ ที่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทต่างหากล่ะคะ” ภาคินหยุดยืนตรงหน้าเธอในระยะประชิด มือหนาทั้งสองข้างวางท้าวลงบนขอบโต๊ะ กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย กลิ่นหอมสะอาดจากกายชายหนุ่มผสมผสานกับกลิ่นบุรุษเพศอบอวลอยู่รอบตัว จนพิมพ์พิชาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบก้มลงมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างนึกเอ็นดู ระคนคลั่งรักจนปิดไม่มิด “ปกป้องบริษัท… หรือว่าหึงฉันกันแน่ หืม… ยัยตัวแสบ” “พิมไม่ได้หึงนะคะ!” เธอกระแทกเสียงปฏิเสธทันควัน สบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว “อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยค่ะเฮีย คนอย่างพิมไม่มีวันหึงผู้ชายปากร้าย นิสัยเสียอย่างคุณเด็ดขาดค่ะ!” “ปากบอกว่าไม่…” ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้ม จนพิมพ์พิชาต้องหลบตาลงต่ำอย่างทำอะไรไม่ถูก “แต่เมื่อกี้… ยืนบังฉัน ประกาศตัวเป็นเจ้าของขนาดนั้น กลัวฉันโดนคาบไปกินหรือไงล่ะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหยอกเย้าและแววตาพราวระยับคู่นั้น ทำเอาหัวใจที่เคยแข็งกระด้างของพิมพ์พิชาเริ่มอ่อนยวบลงทีละนิดอย่างต้านทานไม่ไหว เธอยอมรับกับตัวเองในใจเงียบๆ ว่า… ผู้ชายคนนี้เวลาร้ายก็น่าหมั่นไส้ แต่เวลาทำสายตาแบบนี้… มันอันตรายต่อหัวใจเกินไปจริงๆ มือบางที่กำเข้าหากันแน่นค่อยๆ คลายออกโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวเผลอแตะลงบนสาบเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาอย่างลืมตัว เพื่อยันกายไว้ในระยะประชิดที่ใกล้ชิดจนเกินงาม ภาคินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่แปลกไปจากเดิม ดวงตาคู่คมมองเรียวนิ้วที่แตะอยู่บนอกเสื้อของตน ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับเธออีกครั้งด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงจังหวะกันอย่างน่าประหลาด ภาคินค่อยๆ ยกมือข้างหนึ่งขึ้น ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับลุคประธานหนุ่มมาดขรึม ทำเอาพิมพ์พิชาถึงกับนิ่งค้าง ลืมหายใจไปชั่วขณะ “พิม…” เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับมนต์สะกด “ถ้าเธอใจอ่อนกับฉันขนาดนี้แล้ว… เปลี่ยนจากภรรยาในนาม มาเป็น ‘เมียจริงๆ’ เลยดีไหม…” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำสารภาพที่พุ่งตรงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย พิมพ์พิชาอ้าปากค้าง เตรียมจะอ้าปากเถียงกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์ ทว่า… ในวินาทีที่ริมฝีปากของเธอกำลังจะขยับเอื้อนเอ่ยปฏิเสธ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งทันที พร้อมๆ กับที่บานประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดย… ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปกับความซึนของเฮียคินและยัยตัวแสบของพิมในตอนนี้ด้วยนะคะ! ❤️
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%