เสียงกุญแจรถยนต์ที่ถูกโยนลงบนโต๊ะเครื่องแป้งดังกระทบผิวไม้เบาๆ ทว่ามันกลับสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของพิมพ์พิชาที่กำลังยืนกอดอกนิ่งอยู่กลางห้องนอนของเพนต์เฮوسหรู
รินลดามาถึงที่นี่เร็วกว่าที่สมองอันตึงเครียดของหล่อนจะประเมินไว้เสียอีก...
และใช่ เหตุการณ์เมื่อคืนที่ค้างคาใจจากประโยคทักทายผ่านปลายสายโทรศัพท์ของภาคิน กำลังถูกเฉลยคำตอบด้วยร่างระหงของนางแบบสาวชื่อดังที่ก้าวเข้ามาประชิดพื้นที่ส่วนตัวของท่านประธานหนุ่มในยามเช้าตรู่แบบนี้
พิมพ์พิชาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดความไหววูบในอกลงไป หล่อนไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่นี้ และยิ่งไม่ใช่เจ้าของหัวใจของชายหนุ่ม... ดังนั้น การรีบชิ่งหนีออกไปให้พ้นจากวงจรอุบาทว์ที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ยุ่งเหยิง จึงเป็นทางรอดเดียวที่ฉลาดที่สุดสำหรับคนรักศักดิ์ศรีอย่างหล่อน
"จะรีบไปไหนล่ะคะคุณพิม... แขกผู้มาเยือนยังไม่ได้ทันได้ทักทายเลยนะ"
เสียงหวานหยดย้อยที่เจือความเยาะหยันไว้เบาๆ ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องแต่งตัว รินลดาก้าวออกมาในชุดเดรสยาวเข้ารูปที่ดูราวกับว่าถูกเตรียมมาเพื่อออกงานสังคมตั้งแต่ตีห้า ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองสำรวจพิมพ์พิชาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่พยายามซ่อนความริษยาเอาไว้ไม่มิด
"พอดีฉันไม่ใช่คนชอบเป็นส่วนเกินในเวลาส่วนตัวของใครค่ะ คุณรินลดาเชิญตามสบายนะคะ พอดีฉันมีธุระด่วนที่ต้องรีบกลับ" พิมพ์พิชาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นเพียงน้อยนิดเพื่อรักษาหน้าตา ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมเชือดเฉือนใครก็ตามที่กล้าเข้ามาล้ำเส้น
"ธุระด่วน? หรือว่า... หนีคะ?"
รินลดาหัวعهในลำคอเบาๆ ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูกจนพิมพ์พิชาต้องนึกขันในความพยายามที่จะประกาศความเป็นเจ้า Mตแบบกลายๆ นี้
"คนเราจะหนีทำไม ในเมื่อไม่ได้มีอะไรให้ต้องกลัว... ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวค่ะ"
พิมพ์พิชาเลือกที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด หล่อนคว้ากระเป๋าถือใบโปรดขึ้นมาคล้องแขน ก้าวฉับๆ มุ่งหน้าไปยังประตูทางออกโดยไม่คิดแม้แต่จะหันกลับไปมองสภาพของห้องนอนใหญ่ที่ทิ้งร่องรอยความอลวนจากค่ำคืนที่ผ่านมาไว้เบื้องหลัง ความรู้สึกบางอย่างในใจมันกำลังกรีดร้องเตือนว่า หากยังขืนยืนอยู่ตรงนั้นต่อ หล่อนอาจจะเผลอแสดงความอ่อนแอให้คนอย่างรินลดาได้เหยียบย่ำเล่นเป็นแน่
ทว่า... ขณะที่ปลายนิ้วเรียากำลังจะเอื้อมไปแตะกลอนประตู บานไม้เนื้อดีก็ถูกผลักเปิดออกเสียก่อนจากด้านนอกด้วยแรงที่ไม่เบานัก
ร่างสูงสง่าของภาคินในชุดสูททำงานที่สวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบนเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและแผงอกกว้าง ยืนขวางทางออกไว้พอดิบพอดี ดวงตาคมกราบกวาดมองหญิงสาวทั้งสองคนสลับกันด้วยแววตานิ่งสนิทที่ยากจะคาดเดาอารมณ์
"จะไปไหน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นทันที น้ำหอมกลิ่นประจำตัวของเขาผสมผสานกับไอความเย็นยามเช้าลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของพิมพ์พิชาจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
"หลบค่ะ ฉันจะกลับห้อง" พิมพ์พิชาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความประหม่าให้เขาได้ใจเด็ดขาด แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครمครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อนึกถึงสัมผัสแนบชิดและอ้อมกอดอุ่นๆ เมื่อคืนนี้ก็ตามที
"ฉันอนุญาตให้กลับหรือยัง" ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับตัวเข้าไปใกล้จนพิมพ์พิชาต้องถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังบางชนเข้ากับบานประตูไม้เต็มรัก ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ทำให้สติที่พยายามประคับประคองมาตลอดทางแทบจะกระเจิง
"นี่คุณ! ปล่อยนะ ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณที่จะต้องมาคอยฟังคำสั่งในเรื่องส่วนตัว!" พิมพ์พิชาเอ็ดใส่เสียงเขียว พยายามดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่ทว่าแรงของหญิงสาวหรือจะสู้แรงของประธานหนุ่มผู้เอาแต่ใจได้
"คินคะ... รินรอนานแล้วนะ เรามีนัดทานกาแฟกันไม่ใช่เหรอคะ" เสียงหวานของรินลดาแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศตึงเครียด นางแบบสาวเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอื้อมมือเรียวมาแตะที่แขนเสื้อของภาคินอย่างถือวิสาสะ
ภาคินชะงักเล็กน้อย เขาก้มมองมือนั้นก่อนจะเบนสายตากลับมาสบกับดวงตาคู่สวยที่กำลังฉายแววประชดประชันของพิมพ์พิชา ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกเมื่อเห็นท่าทีเฉยชาและการพยายามตีตัวออกห่างอย่างชัดเจนของหญิงสาว
"รินกลับไปก่อน ผมมีเรื่องเคลียร์กับพิม" ภาคินเอ่ยปากไล่อย่างไม่ไว้หน้า ทำให้รินลดาถึงกับหน้าเสีย ดวงตาคู่สวยวับวาวด้วยความไม่พอใจ
"คิน! ทำไมทำกับรินแบบนี้ล่ะคะ ผู้หญิงคนนี้มีอะไรดีนักหนา ถึงได้..."
"ผมบอกให้กลับ" น้ำเสียงของภาคินกดต่ำลงจนน่ากลัว รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนรินลดาต้องกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ หล่อนส่งสายตาดุร้ายมายังพิมพ์พิชาแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง
พิมพ์พิชาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด หล่อนหันขวับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยังคงยืนกักตัวหล่อนไว้ในวงแขน
"สนุกมากไหมคะที่ทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลแบบนี้ ปล่อยได้แล้ว ฉันจะไป!"
"หนีทำไม" ภาคินไม่ยอมขยับ เขายื่นมือข้างหนึ่งไปทาบลงบนบานประตูเหนือหัวของหญิงสาว ล้อมกรอบร่างบางเอาไว้จนแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหล่อนราวกับต้องการจะค้นหาคำตอบ
"ใครหนี? พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของคุณ" พิมพ์พิชาเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม หล่อนปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่พิรุธมันฟุ้งกระจายอยู่เต็มร่องรอยความหวั่นไหว
"ถ้าไม่ได้หนี... แล้วทำไมเมื่อคืนถึงกล้าผลักไสฉัน แล้วเช้านี้ยังทำท่าเหมือนอยากจะวิ่งหนีให้พ้นหน้าฉันขนาดนี้ล่ะ พิมพ์พิชา"
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงในตอนท้าย ทว่าแววตากลับจริงจังจนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของชายหนุ่มเอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้หล่อนหันกลับมาสบตา ประโยคต่อมาของเขาทำให้หัวใจของพิมพ์พิชาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"หรือว่า... กลัวใจตัวเองที่เผลอรู้สึกดีกับฉันเข้าแล้วจริงๆ กันแน่?"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันนะคะ... ตอนหน้าเตรียมรับแรงกระแทกความซึนของเฮียคินกันให้ดีค่ะ! 💕
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ•ตอนที่ 22
ตื่นมาพร้อมความจริง
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นโบ้ซะดีๆ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!