เสียงคุกเข่าของยอดฝีมือสำนักกระบี่ทมิฬนับร้อยชีวิตดังขึ้นพร้อมกัน ดั่งเสียงอสุนีบาตฟาดผ่าลงบนพื้นหินแกรนิตใจกลางลานประลอง เลือดสดๆ ยังคงหยดติ๋งลงจากคมกระบี่เล่มยาวที่ปักอยู่เบื้องหน้าของไป๋จินหยู กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับแรงกดดันจากลมปราณระดับมหาปราชญ์ที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเขา จนทำให้เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงของตระกูลใหญ่ต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงชั่วขณะ ก่อนที่มันจะถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วของกองทหารเกราะทองนับพันที่เคลื่อนพลเข้ามาโอบล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ในพริบตา
"เจ้าเมืองเหอ... มาเยือนถึงที่นี่ด้วยตนเองเชียวหรือ"
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทว่าทรงพลังเอ่ยขึ้น ไป๋จินหยูไม่ได้แม้แต่จะเหลือบสายตามองไปยังกองทัพนับพัน เขายังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม มือข้างหนึ่งไขว้หลัง ส่วนมืออีกข้างถือกระบี่ที่อาบไปด้วยโลหิตของศัตรู ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความหวาดหวั่น
มู่หรงเสวี่ยยืนเคียงข้างเขาอย่างเงียบเชียบ นางเซียนผู้สง่างามเย็นชาแห่งแดนบูรพา อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามสายลมยามค่ำคืน ใบหน้างملากล้ำดั่งหยกสลักปรากฏร่องรอยความเย็นชาตระการตา ปราณกระบี่เยือกแข็งรอบกายของนางแผ่ขยายออกไปจนทำให้เกล็ดน้ำค้างบนยอดไม้รอบลานประลองกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในชั่วพริบตา นางมิได้เอวาจาใดๆ ทว่าการยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับไป๋จินหยูในยามนี้ คือประกาศิตอันชัดเจนว่าผู้ใดก็ตามที่กล้าแตะต้องบุรุษผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความตายอันหนาวเหน็บจากนางก่อน
"คารวะท่านไป๋จินหยู! และคุณหนูมู่หรง!"
เสียงกราบทูลอันสั่นเทาแต่เปี่ยมด้วยความยำเกรงดังขึ้นจากบุรุษวัยกลางคนในชุดคลุมลายมังกรห้าเล็บ เหอจ้านเทียน เจ้าเมืองผู้ทรงอิทธิพลแห่งดินแดนประจิม ก้าวออกมาจากขบวนทหารด้วยท่าทางนอบน้อมที่สุดในรอบหลายสิบปีของเขา
เหอจ้านเทียนคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าขุนนางและผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่นที่ล้อมรอบบริเวณนั้น เจ้าเมืองผู้เหี้ยมโหดและไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด บัดนี้กลับยอมก้มศีรษะลงต่ำแทบเท้าของจอมยุทธ์หนุ่มผู้สร้างชื่อเสียงสะท้านฟ้าข้ามคืน
"ลุกขึ้นเถิด เจ้าเมืองเหอ ข้าไม่ใช่ฮ่องเต้ เหตุใดต้องมากพิธี" ไป๋จินหยูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์
"เรียนท่านไป๋... ชื่อเสียงของท่านในศึกวันนี้ ขจรขจายไปทั่วทั้งแปดทิศแล้วพ่ะย่ะค่ะ... อ่า ไม่สิ... ข้าหมายถึง ทั่วยุทธภพต่างร่ำลือถึงกระบวนท่า 'อสนีบาตสลายวิญญาณ' ของท่าน ที่สามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณทั้งแปดคนในกระบวนท่าเดียว ข้า ในนามของเจ้าเมืองและตัวแทนแห่งแผ่นดินนี้ มิอาจนิ่งดูดายต่อผู้มีพระคุณและยอดฝีมือเช่นท่านได้ จึงนำ 'ไข่มุกสุริยันพันปี' และโฉนดที่ดินรวมถึงทรัพยากรครึ่งหนึ่งของเมืองหลวงมามอบให้ เพื่อแสดงความคารวะแด่ความยิ่งใหญ่ของท่านพ่ะย่ะค่ะ!"
เหอจ้านเทียนโบกมือให้องครักษ์นำหีบสมบัติทองคำสลักลวดลายวิจิตรมาวางเบื้องหน้า หีบถูกเปิดออก เผยให้เห็นแสงสีทองเจิดจ้าและไอพลังปราณบริสุทธิ์ที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเกิดเป็นกลุ่มเมฆมงคล
บรรยากาศรอบด้านพลันเกิดเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ของฝูงชน ไข่มุกสุริยันพันปีคือสมบัติล้ำค่าที่แม้แต่สำนักใหญ่ยังต้องแย่งชิง ทว่าบัดนี้ เจ้าเมืองกลับนำมามอบให้ไป๋จินหยูราวกับเป็นของบรรณาการธรรมดา เพื่อแลกกับการผูกมิตรกับเทพกระบี่ผู้ไร้พ่ายผู้นี้
มู่หรงเสวี่ยปรายตามองหีบสมบัติแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองไป๋จินหยูด้วยแววตาอ่อนโยนลงเล็กน้อย นางย่อมรู้ดีว่าชื่อเสียงในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงสรรเสริญ แต่มันคือดาบสองคมที่จะดึงดูดศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าจากดินแดนเบื้องบนให้ลงมาท้าทายเขา
"รับไว้เถิด" ไป๋จินหยูเอ่ยขึ้นเรียบๆ "ในเมื่อเจ้าเมืองเหอมีความจริงใจถึงเพียงนี้ ข้าก็ไม่ขัดศรัทธา... แต่อย่าลืมนำข่าวสารเกี่ยวกับ 'นิกายโลหิตสวรรค์' มาให้ข้าเพิ่มเติมภายในสามวัน นี้คือเงื่อนไขเดียวที่เจ้าจะรักษาตำแหน่งเจ้าเมืองไว้ได้"
เหอจ้านเทียนสะดุ้งเฮือก รีบโขกศีรษะรับคำสั่งทันที "รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ! ข้าจะสืบเรื่องของนิกายโลหิตสวรรค์ให้ท่านอย่างละเอียดที่สุด!"
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลายไปในทางที่น่าพึงพอใจ ท้องน้ายามค่ำคืนที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในชั่วพริบตา ลมพายุหมุนวนอย่างไร้ที่มา แรงกดดันระดับมหาปราชญ์ขั้นสูงสุดกดทับลงมาจนผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำในรัศมีสลี้กระอักเลือดออกมาพร้อมกัน ท้องฟ้าฉีกขาดออกเป็นทางยาว เผยให้เห็นรอยแยกมิติสีดำสนิทที่แผ่ไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
แสงสีม่วงสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิตินั้น ร่างของชายชราในชุดคลุมสีทองโบราณปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขากวาดตามองซากศพของสำนักกระบี่ทมิฬด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ไป๋จินหยู
"บังEANยิ่งนัก! กล้าสังหารศิษย์เอกของสำนักเซียนสุริยันเช่นนั้นรึ... เจ้าเด็กสามหาว คิดว่ามีชื่อเสียงเพียงน้อยนิดแล้วจะไร้ผู้ต่อกรในใต้หล้าแล้วอย่างนั้นหรือ!"
เสียงคำรามของชายชราสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งปฐพี พร้อมกับฝ่ามือพลังปราณรูปมังกรเพลิงขนาดใหญ่ที่ถูกกดทับลงมาจากฟากฟ้าหมายบดขยี้ไป๋จินหยูให้แหลกเป็นจุลในพริบตาเดียว!
มู่หรงเสวี่ยใบหน้าเปลี่ยนสี ร่างของนางเตรียมขยับเพื่อชักกระบี่น้ำแข็งเข้าขวาง ทว่าไป๋จินหยูwกลับยกมือขึ้นห้ามนางไว้ ดวงตาของเขาประกายแสงสีครามเจิดจ้า รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"มาช้าเสียจริง... ข้ากำลังรอคนที่พอจะให้ข้าออกแรงได้อยู่พอดี"
ไป๋จินหยูสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง กระบี่โบราณในมือส่งเสียงร้องคำรามดั่งมังกรผยอง พลังปราณทั่วร่างระเบิดทะלוขอบเขตเดิมอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมพุ่งทะยานสวนขึ้นไปต้านทานฝ่ามือมังกรเพลิงนั้นด้วยมือเปล่า!
— มังกรครามท่องภพ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 19
ชัยชนะที่สั่นสะเทือนทั่วสารทิศ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!