เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 5

เงาเยือกเย็นแห่งแดนบูรพา

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายคมกระบี่ไร้ลักษณ์ กระทบลงบนพื้นหินอ่อนศิลาอัคนีจนเกิดเสียงดังสะท้อนกังวานดุจเสียงระฆังสำริดในวัดร้าง บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมเมฆาอัสดงยามวิกาลเงียบสงัดจนได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัดของเหล่าศิษย์สำนักมารโลหิตทั้งเจ็ดคนที่นอนกองอยู่แทบเท้า ร่างของพวกมันแข็งค้าง ดวงเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เส้นชีพจรทั่วร่างถูกตัดขาดอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่มีผู้ใดทันมองเห็นว่ากระบวนท่าถูกชักออกไปเมื่อใด ไป๋จินหยูยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องกลางคราบเลือด ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองความว่างเปล่าเบื้องหน้า ชุดคลุมสีขาวสะอาดตาไม่มีรอยเปื้อนแม้แต่หยดเดียว ท่าทีของเขาเยือกเย็นและทะนงตนราวกับเทพเซียนผู้ลงมาทัณฑ์มนุษย์ พลังปราณกระบี่ในกายหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นอันดุร้าย ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรพลังปราณแท้จริงขั้นสมบูรณ์แผ่รัศมีกดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "วิชา... กระบี่ทะยานฟ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่!" หัวหน้าโจรสำนักมารโลหิตกระอักโลหิตคำโตออกมา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มอายุเยาว์วัยผู้นี้จะมีจิตสังหารที่ล้ำลึกและคมกริบปานนี้ ไป๋จินหยูไม่ได้ชายตามองมันด้วยซ้ำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดุจประกาศิตจากสวรรค์เอ่ยลอดริมฝากปาก "มดปลวกกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้ คิดจะชิงคัมภีร์บรรพกาลจากข้า รนหาที่ตายเสียจริง" ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวเข้ากระดูกดำ อุณหภูมิในโรงเตี๊ยมลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีคราม กลิ่นอายหอมจางๆ ของดอกเหมยขาวลอยคละคลุ้งตัดกับกลิ่นคาวเลือดอย่างไร้รอยต่อ เงาร่างหนึ่งโปรยปรายลงมาจากหลังคาราวกับขนนกที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า ไร้ซึ่งสรรพเสียง ไร้ซึ่งร่องรอยการเคลื่อนไหว นางก้าวเดินผ่านม่านราตรีเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามเย็นชา อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน เส้นผมสีดำสนิทดุจหมึกจีนยาวสยายถึงสะโพก ใบหน้ารูปไข่สวยงามล่มเมืองทว่าไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเยียบเย็นและลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรโบราณ นางคือ มู่หรงเสวี่ย... นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งแดนบูรพา ผู้ที่ชาวยุทธภพต่างร่ำลือกันว่า เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี และไร้ความปรานีต่อบุรุษทั่วหล้า ทว่ายามนี้ สายตาคู่คมที่เคยราบเรียบดุจน้ำในบึงไร้ระลอกของนาง กลับหยุดนิ่งอยู่ที่แผ่นหลังอันสง่าผ่าเผยของไป๋จินหยู หัวใจที่เคยปิดตายมานานนับร้อยปีเกิดริ้วคลื่นระลอกเล็กๆ ไหววูบอย่างไม่มีสาเหตุ ไป๋จินหยูไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขารู้สึกถึงตัวตนของนางได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในรัศมีร้อยลี้ ชายหนุ่มเพียงแค่เก็บกระบี่เข้าฝักด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "แม่นางมู่หรง ตามติดข้ามาถึงสามวันสามคืน รสนิยมชอบสอดส่องชีวิตผู้อื่นเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่สมกับฉายานางเซียนแดนบูรพาของเจ้ากระมัง" มู่หรงเสวี่ยหยุดฝีเท้าลงห่างจากเขาเพียงสามก้าว รัศมีพลังปราณเซียนบริสุทธิ์รอบตัวนางแผ่ขยายออกเพื่อต้านทานแรงกดดันจากกระบี่ของเขา น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งเอ่ยตอบ "ไป๋จินหยู... เจ้าคิดว่าในยุทธภพนี้มีผู้ใดกล้าสะกดรอยตามเจ้าด้วยความสนุกสนานเช่นนั้นหรือ? สิ่งที่เจ้ากำลังค้นหา มันนำพาหายนะมาสู่เก้าดินแดน และเจ้า... กำลังเดินไปสู่ความตายที่แม้แต่ทัณฑ์สวรรค์ก็มิอาจช่วยได้" ไป๋จินหยูค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างบางเบา "ความตายหรือ? สวรรค์ยังไม่กล้าพิพากษาชีวิตข้า แล้วเจ้าเป็นใคร... เหตุใดจึงต้องเอาตัวเข้ามารับเคราะห์แทนข้าเล่า" "ข้ามิได้มารับเคราะห์แทนผู้ใด" มู่หรงเสวี่ยเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความทระนงตนของนางไม่แพ้ชายหนุ่มตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย "ข้าเพียงแต่... ไม่ยอมให้คนที่ข้ายอมมอบหัวใจให้ ต้องตายด้วยน้ำมือของผู้อื่น นอกเสียจากว่า... จะเป็นตัวข้าเอง" คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่มันหนักแน่นดุจภูผา สะท้อนก้องในจิตใจของจอมยุทธ์ผู้หยิ่งผยอง บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เคมีระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยความดึงดูดอันตรายดุจไฟกับน้ำแข็ง ฝ่ายหนึ่งทระนงในวิถีกระบี่ อีกฝ่ายดื้อรั้นด้วยความรักที่ฝังรากลึกในดวงจิต ทว่า ในวินาทีที่ไป๋จินหยูจะเอ่ยปากตอบโต้ ประตูโรงเตี๊ยมที่พังเสียหายก็ถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง! ท้องน็อตยามวิกาลพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน เมฆดำทะม้วนตัวบรรจบกันเป็นรูปอักขระโบราณขนาดยักษ์บนท้องฟ้า แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าปริร้าว เงานับร้อยสายสวมชุดเกราะทมิฬปรากฏกายขึ้นท่ามกลางม่านหมอกโลหิต พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังมาจากความว่างเปล่า "ฮ่าๆๆๆ ไป๋จินหยู มู่หรงเสวี่ย พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าหนีพ้นเงื้อมมือของสำนักกระบี่ผลาญสวรรค์ไปได้!" คมกระบี่โบราณเล่มหนึ่งถูกชักออกจากฝักบนฟากฟ้า แสงสีทองสว่างวาบพุ่งตรงเข้าใส่ใจกลางโรงเตี๊ยมด้วยความเร็วเหนือเสียง ทิศทางมุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่โดยไม่มีช่องให้หลบหนี! ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับมังกรครามท่องภพนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%