"ความตายของสุนัขรับใช้ตระกูลหลี่... สมควรใช้โลหิตของผู้อาวุโสเช่นท่านมาล้างมลทินบนคมกระบี่เสียหน่อยกระมัง?"
น้ำเสียงราบเรียบเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปีดังก้องกังวานขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ณ โถงรับรองสำนักกระบี่เมฆาทมิฬ ไป๋จินหยูยืนตระหง่านราวกับเทือกเขาคีรีที่ไม่อาจสั่นคลอน ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองไปยังร่างชราในชุดคลุมสีเทาเข้มเบื้องหน้าด้วยแววตาดูแคลนระคนสมเพช
ผู้อาวุโสตาบอด ‘หลี่ชางกง’ ผู้มีฉายา ‘กระบี่ไร้เงา’ ขมวดคิ้วย่นยับจนรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าราวกับร่องผา ประสาทสัมผัสทางลมปราณของมันแผ่ขยายออกไปจนรับรู้ได้ถึงพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้เยาว์วัยผู้นี้ มันแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความขุ่นเคือง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งจากร่างผอมเกร็งจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว
"สามหัน! เจ้าเด็กจองหอง ปากกล้าไม่กลัวความตาย บังอาจสังหารศิษย์เอกของเราแล้วยังกล้าเหยียบย่างเข้ามาถึงแดนศักดิ์สิทธิ์ คิดว่าวิชากระบี่สามพิภพของเจ้าจะช่วยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือข้าไปได้หรือ?" หลี่ชางกงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาที่บอดสนิททั้งสองข้างหันขวับมาทางต้นเสียง ออร่าพลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด
ทว่า ไป๋จินหยูมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ จังหวะฝ่าเท้ามั่นคงราศีกดขี่ข่มเหงสวรรค์ ความทะนงตนในวิถีกระบี่สะท้อนผ่านทุกอณูผิว ในมือขวาของเขาถือเพียงฝักกระบี่ไม้เก่าคร่ำคร่าไร้ลวดลาย เล่มกระบี่ข้างในส่งเสียงคำรามฮัมเบาๆ ราวกับพญามังกรที่กำลังตื่นจากการจำศีลยาวนาน
ด้านข้างไม่ไกลนัก มู่หรงเสวี่ยยืนสง่างามเยือกเย็นดั่งเทพธิดาน้ำแข็ง นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามสายลมปราณที่หมุนวน รอบกายของนางปรากฏเกล็ดน้ำแข็งโปร่งแสงลอยละล่อง ปกป้องคุ้มครองไม่ให้แรงกดดันใดๆ เข้าใกล้ตัวนางได้ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะตึงเครียดถึงขีดสุด แต่นางหาได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่สวยลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลทอดมองไปยังแผ่นหลังของไป๋จินหยู มีเพียงความเชื่อมั่นและประกายความอ่อนโยนที่ซ่อนเร้นไว้สำหรับเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น
"สำหรับเจ้า... ข้าไม่จำเป็นต้องชักกระบี่เต็มกระบวนท่าหรอก" ไป๋จินหยูกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"เจ้าเด็กสารเลว! ตายเสียเถอะ!"
หลี่ชางกงหมดความอดทน มันตบเท้าลงกับพื้นศิลาจนแตกละเอียดเป็นจุล ร่างผอมแห้งพุ่งทะยานเข้าหาไป๋จินหยูด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ ปราณกระบี่สีดำทมิฬแหลมคมนับพันสายถูกควบแน่นขึ้นที่ปลายนิ้ว มือเหี่ยวย่นดั่งกรงเล็บมารพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายบริเวณหัวใจและลำคอของไป๋จินหยูในพริบตาเดียว
*เปรี้ยง! เสียงระเบิดของอากาศดังกึกก้อง*
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สำนักกระบี่เมฆาทมิฬที่ยืนล้อมรอบ ไป๋จินหยูหาได้หลบหลีกไม่ เขากลับพลิกข้อมืออย่างรวดเร็วดั่งสายลมพัดผ่าน ฝักกระบี่ไม้เก่าในมือถูกตวัดวาดออกไปเป็นเส้นโค้งที่งดงามทว่าทรงพลังอำนาจดั่งดาราดับแสง
*ป้าบ!*
เสียงเนื้อกระทบกับใบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะอันมหาศาลที่ผสานเคล็ดวิชา 'พลิกฟ้าคว่ำปฐพี' ส่งผลให้ร่างของผู้อาวุโสตาบอดหลี่ชางกงที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วดั่งพายุ กลับต้องหมุนคว้างกลางอากาศราวกับลูกข่างที่ถูกตบด้วยค้อนเหล็กยักษ์ เลือดสดๆ และฟันซี่ในปากพ่นกระจายออกมาเป็นสายพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน
ตู้ม!
ร่างของหลี่ชางกงกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับเสาหินมังกรทองคำประจำโถงรับรองจนหักสะบั้นลงครึ่งท่อน ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกผู้คนต่างอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อสายตา
ผู้อาวุโสผู้ทรงคุณวุฒิแห่งสำนักกระบี่เมฆาทมิฬ ผู้มีพลังตบะอยู่มนขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูง กลับถูกเด็กหนุ่มใช้เพียง 'ฝักกระบี่' ตบจนกระเด็นพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว! นี่มันเรื่องเหลือเชื่ออันใดกัน?!
"อั๊ก... แค่กๆ..." หลี่ชางกงสำลักเลือดออกมาอีกคำใหญ่ ใบหน้าชราภาพบวมเป่งจนเสียโฉม ดวงตาที่บอดสนิทสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกและหวาดผวา มันกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง พยายามใช้มือยันพื้นลุกขึ้นยืนพร้อมกับแผดเสียงคำรามลั่น "บังอาจนัก... พวกเจ้าทุกคนเข้ามาจัดการมัน! สังหารมันให้เป็นหมื่นชิ้น!"
สิ้นเสียงคำสั่งของหลี่ชางกง เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสอีกนับสิบชีวิตที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างชักกระบี่ออกจากฝัก แววตาดุดันเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นพร้อมๆ กัน ปราณกระบี่นับร้อยสายแผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเมฆหมอกสลายตัว รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านปกคลุมทั่วทั้งสำนัก
ไป๋จินหยูกวาดสายตามองฝูงชนที่ดาหน้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปาก รัศมีกระบี่รอบตัวเขาเริ่มหมุนวนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม อากาศรอบกายสั่นสะเทือนครางฮือราวกับหวาดกลัวต่ออำนาจบางอย่างที่กำลังจะตื่นขึ้น
ในจังหวะที่คมกระบี่นับร้อยกำลังจะพุ่งเข้าประชิดตัวเขานั้นเอง...
"ช้าก่อน!"
เสียงทรงอำนาจดังกึกก้องมาจากท้องฟ้าเบื้องบน พร้อมกับแรงกดดันระดับขอบเขตกำเนิดเทพที่กดทับลงมาจนทุกคนต้องทรุดเข่าลงกับพื้น และในวินาทีนั้นเอง เมฆสีดำทะมึนเหนือสำนักก็ผ่าเปรี้ยงลงมา เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลลึกลับผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม พร้อมกับกระบี่ในมือที่ปลดปล่อยกลิ่นอายบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัวออกมา!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับมังกรครามท่องภพนะครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 4
กระบี่แรกชักออกจากฝัก
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!