เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 23

ค่ายกลมายาพิษสวรรค์

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"กลิ่นอายนี้... มิผิดแน่ เป็นวิชาโลหิตสลายวิญญาณเมื่อร้อยปีก่อน!" เสียงอุทานของไป๋จินหยูเยือกเย็นราวจับใจความได้ถึงพายุหิมะที่กำลังโหมกระหน่ำในหุบเขาไร้ชื่อ แววตาของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่หรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นด้ายคมกริบ ร่างในชุดคลุมยาวสีเลือดเบื้องหน้าหาได้มีความแปลกประหลาดเพียงรูปลักษณ์ แต่ทว่า "ร่องรอย" ที่หลุดรอดออกมาจากกระบี่มารในมือนั้น... มันคือลมปราณอันเป็นเอกลักษณ์ของ "ผู้อาวุโสสี่" แห่งสำนักมารโลหิต ผู้ซึ่งเผชิญทัณฑ์สวรรค์และดับสูญไปต่อหน้าต่อตาเขาเมื่อหนึ่งศตวรรษก่อน! "คนตายย่อมไม่ฟื้นคืน... แต่หากใช้วิชานอกรีตหล่อหลอมร่างใหม่ด้วยวิญญาณแค้น เกรงว่าเบื้องหลังย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วครับ" มู่หรงเสวี่ยก้าวเท้าเข้ามาประชิดเบื้องหลัง เงาร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศมืดมนรอบกายอย่างสิ้นเชิง นางเซียนผู้สง่างามเย็นชาแผ่ไอเย็นเยือกออกมารอบรัศมีสามเชียะ กระบี่เซียนในฝักสั่นระริกส่งเสียง "วิ้ง" คล้ายรับรู้ถึงจิตสังหารที่พุ่งพล่าน บุรุษลึกลับบนยอดเสาศิลาหัวร่อด้วยน้ำเสียงแหบพร่าคล้ายเสียงเหล็กเสียดสีกัน "ฮ่าๆๆ... ไป๋จินหยู เจ้าคิดว่าเจ้าเหยียบบนจุดสูงสุดแห่งยุทธภพแล้วกระนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี! ประตูสู่นรกเปิดออกแล้ว เบื้องหน้านี้... คือ 'ค่ายกลมายาพิษสวรรค์' หากพวกเจ้ามีความกล้าพอก็ลองก้าวเข้ามาสิ!" สิ้นคำพูด ร่างของมันก็สลายกลายเป็นกลุ่มหมอกโลหิตสีดำสลายหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดันจนแทบกระอักเลือด และเบื้องหน้าของทั้งสอง... คือหุบเขาลึกชันที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีม่วงเข้มข้น ส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนต้นไม้ใบหญ้าบริเวณนั้นเหี่ยวเฉาดำคล้ำในพริบตา นี่คือด่านแรกของ "ค่ายกลมายาพิษสวรรค์" ค่ายกลโบราณที่บันทึกไว้ในตำนานว่าเป็นสุสานของเซียนนับพัน! ไป๋จินหยูไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกจากร่างจนม่านหมอกสีม่วงที่ลอยอยู่รอบตัวต้องม้วนตัวถอยร่นออกไปสามฉื่อ "เสวี่ยเอ๋อร์ ตามข้ามา อย่าให้พิษร้ายนี้แตะต้องตัวเจ้าเด็ดขาด ค่ายกลนี้ซ่อนค่ายกลย่อยไว้อีกแปดสิบเอ็ดชั้น หากก้าวผิดแม้แต่ก้าวเดียว วิญญาณจะถูกจองจำในขุมนรกชั่วนิรันดร์" มู่หรงเสวี่ยพยักหน้าน้อยๆ แววตาที่ปกติราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก บัดนี้กลับทอประกายความห่วงใยล้ำลึกยามมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "ข้าเอาชีวิตเป็นเดิมพันร่วมทางกับท่าน ท่านเพียงมุ่งหน้าไปข้างหน้า ด้านหลัง... มอบให้ข้าเถอะครับ" *ตูม!* เมื่อทั้งสองก้าวเข้าสู่เขตแดนของหุบเขา ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็พลันบิดเบี้ยวทันที พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแปรเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิงสีชาด คลื่นความร้อนแผดเผาผิวหนังจนเกิดเสียงดังซู่ซ่า ขณะเดียวกัน บนท้องฟ้าปรากฏเงาร่างนับพันถือหอกยาวพุ่งทะยานลงมาประดุจสายฝน เป็นภาพมายาที่สมจริงจนจิตใจของคนธรรมดาคงแตกสลายไปนานแล้ว "วิชามายาหลอกลอนจิตใจ สัจธรรมแห่งกระบี่แท้จริงคือการตัดขาดความลุ่มหลง!" ไป๋จินหยูคำรามก้อง นัยน์ตาสะท้อนประกายกระบี่สีครามเจิดจ้า เขาชักกระบี่ออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว! *ฉึบ!* ประกายกระบี่สายหนึ่งผ่าผ่านความว่างเปล่า ทะลวกลึกผ่ากลางทะเลเพลิงและเงาร่างนับพันให้สลายหายไปในพริบตา ราวกับใช้พู่กันวาดภาพลบความอัปมงคลทิ้งไปอย่างง่ายดาย นี่คือพลังแห่งวิถีกระบี่ขั้นสูง ผู้สำเร็จย่อมไม่หวั่นไหวต่อภาพลวงตาใดๆ ในใต้หล้า ทว่า... รอยยิ้มเย็นเยียบยังไม่ทันปรากฏบนมุมปากของไป๋จินหยู หมอกสีม่วงที่สลายไปเมื่อครู่กลับรวมตัวกันอีกครั้ง คราวนี้มันก่อร่างเป็นค่ายกลอักขระโบราณสีทองอร่าม ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ และตรงกลางอักขระเหล่านั้น... มีเงาร่างของสตรีผู้หนึ่งกำลังถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนโลหิต เส้นผมสีดำสนิทสยายยุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่นอาบชุ่มด้วยโลหิต และเมื่อนางเงยหน้าขึ้นมา... ไป๋จินหยูถึงกับชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งมานับร้อยปี กลับถูกกระชากอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ! สตรีผู้นั้น... มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับ "มารดา" ของเขา ผู้ซึ่งสิ้นใจตายในกองเพลิงเมื่อครั้งที่ตระกูลไป๋ถูกล้างบาง! "จินหยู... ช่วยแม่ด้วย..." เสียงแผ่วเบาราวกับลอยมาจากขอบโลก ดังสะท้อนก้องอยู่ในจิตสำนึกของเขา "ท่านแม่..." ไป๋จินหยูก้าวเท้าออกไปโดยไม่รู้ตัว สติสัมปชัญญะที่เคยเฉียบคมเริ่มถูกครอบงำด้วยภาพอดีตอันเจ็บปวด พลังปราณในร่างปั่นป่วนจนกระอักโลหิตออกมาคำโต นี่คือพิษสวรรค์ที่สะท้อน "ปมในใจ" ออกมาสังหารผู้ฝึกตนจากภายใน! "ไป๋จินหยู! ตั้งสติหน่อยครับ!" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังของมู่หรงเสวี่ยดังขึ้นข้างหู พร้อมกับฝ่ามือเรียวงามที่แตะลงบนแผ่นหลังของเขา ถ่าย 10 พลังเซียนบริสุทธิ์เข้าสู่จุดตันเถียนเพื่อกดขี่ลมปราณที่ตีรวน แต่มู่หรงเสวี่ยประเมินความร้ายกาจของค่ายกลนี้ต่ำไป เมื่อพลังเซียนของนางสัมผัสกับไอพิษ อักขระสีทองบนฟ้าก็พลันเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬ โซ่ตรวนโลหิตพุ่งเข้ามัดร่างของนางแทนในพริบตา! "อึก..." มู่หรงเสวี่ยใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา กระบี่เซียนในมือร่วงหล่นลงพื้น นางหันมามองไป๋จินหยูด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความห่วงหาอาทร ก่อนที่ร่างของนางจะถูกดึงหายเข้าไปในม่านหมอกลึกที่ใจกลางหุบเขา "เสวี่ยเอ๋อร์!" ไป๋จินหยูกู่ร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เส้นเลือดปูดโปนตามขอบขมับ พลังปราณระดับมหาเทพทะลักทลายขีดจำกัดจนมิติรอบข้างปริร้าวเป็นรอยแยกสีดำ เขากวาดสายตามองไปยังใจกลางหุบเขาที่ซึ่งหมอกพิษหนาทึบที่สุด ที่นั่น... ร่างของมู่หรงเสวี่ยกำลังถูกแขวนไว้เหนือแท่นบูชาโบราณ และเหนือศีรษะของนางคือกระบี่มารเล่มเดิมที่กำลังส่องแสงสีดำดูดกลืนพลังชีวิตของนางอย่างช้าๆ! และในวินาทีนั้นเอง... เงาร่างของบุรุษในชุดคลุมยาวสีเลือดผู้เดิม ก็ก้าวออกมาจากเงาของแท่นบูชา พร้อมกับเสียงหัวร่อเย้ยหยันที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา "ยินดีต้อนรับสู่กับดักสุดท้าย, ไป๋จินหยู... เจ้าพร้อมที่จะแลกวิญญาณของนาง เพื่อความจริงที่เจ้าตามหามาตลอดร้อยปีแล้วหรือยัง?" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันอุปสรรคและโลดแล่นไปในยุทธภพอันกว้างใหญ่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%