โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเย็นเยียบ เกิดเสียงกังวานราวกับเสียงถอนหายใจของกาลเวลา
"ท่าน... เหตุใดจึงยังดื้อรั้นเช่นนี้..."
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่าและสั่นเครือ ท่ามกลางความเงียบงันของตำหนักรกร้างแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย มู่หรงเสวี่ยทรรศนาภาพตรงหน้าด้วยดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำ ร่างบอบบางของนางเซียนผู้เคยยืนหยัดอยู่เหนือเมฆหมอกและได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งแดนบูรพา บัดนี้กลับสั่นสะท้านจนแทบประคองตัวไม่อยู่ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปรอะเปื้อนด้วยคราบฝุ่นผงและรอยเลือดจากการหักโหมโคจรพลังปราณเพื่อปกป้องเขา
ไป๋จินหยูยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง แม้ลมปราณในตันtian (จุดตันเถียน) จะปั่นป่วนจนเกือบแหลกสลายจากค่ายกลมารโลหิตของนิกายอสูรทมิฬที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่แววตาของเขายังคงคมกริบดุจคมกระบี่โบราณที่ผ่านการลับมานับพันปี ความทระนงและเยือกเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของจอมยุทธ์ผู้แบกรับโชคชะตาฟ้าดินหาได้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย
ทว่า ในยามนี้... เมื่อสายตาคมปลาบนั้นทอดมองลงไปยังหญิงสาวผู้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อขวางกั้นกระบี่มรณะแทนเขา หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งไว้ด้วยความแค้นในอดีตชาติ กลับถูกกระชากจนไหววูบอย่างรุนแรง
"เจ้าโง่... มู่หรงเสวี่ย เจ้าทำเช่นนี้เพื่ออันใดกัน?" ไป๋จินหยูเค้นเสียงถาม ลมหายใจของเขาติดขัดเล็กน้อย
"ข้าโง่กระนั้นหรือ..." มู่หรงเสวี่ยหัวเราะเยาะหยันตนเอง หยาดน้ำตาใสไหลรินอาบแก้มนวลที่ซีดเซียว ภาพลักษณ์อันสูงส่งเย็นชาอย่างไร้ความรู้สึกมลายหายสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งที่หัวใจกำลังแตกสลาย "ใช่... ข้ามันโง่เขลา ตั้งแต่คราแรกที่ข้าก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเซียน จนกระทั่งยอมละทิ้งวิถีเดิมเพื่อติดตามท่านไปทุกหนแห่ง ข้าไม่เคยฉลาดเลยสักครั้ง!"
นางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่อาจอดกลั้นอีกต่อไป ฝ่ามือเรียวบางสั่นระริกทุบลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากศึกนับร้อย
"ท่านมองเห็นแต่ความแค้น! มองเห็นแต่หนทางล้างผลาญสำนักกระบี่สวรรค์! ท่านเคยเหลียวแลมองหัวใจของคนข้างกายบ้างหรือไม่... ไป๋จินหยู? ท่านคิดว่าการที่ข้าต้องทนเห็นท่านรอนแรมฝ่าความตาย ทนเห็นท่านกระอักเลือดนับครั้งไม่ถ้วนโดยที่ข้าทำได้เพียงยืนมอง มันทรมานเพียงใด!"
เสียงตวาดเจือสะอื้นของนางดังก้องไปทั่วซากปรักหักพัง บรรยากาศรอบกายราวกับถูกแช่แข็งด้วยความโศกเศร้าที่สั่งสมมาเนิ่นนาน นางเซียนผู้เย่อหยิ่งต่อฟ้าดิน บัดนี้ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อระบายความอัดอั้นที่เก็บงำไว้ในก้นบึ้งจิตใจ
ไป๋จินหยูไม่หลบเลี่ยง ปล่อยให้นางทุบตีระบายความเจ็บปวด เขารู้ดีว่าภายใต้ร่มเงาแห่งความแข็งแกร่งและฉายาอันน่าเกรงขาม มู่หรงเสวี่ยต้องแบกรับภาระและสายตาดูแคลนจากผู้อาวุโสในสำนักมามากเพียงใด และเหตุผลเดียวที่นางยังคงอดทนยืนหยัดอยู่ได้ ก็คือการได้เดินเคียงข้างเขา—บุรุษผู้เย็นชาและไม่เคยเอ่ยคำหวานซึ้งใดๆ ออกมาเลยสักครั้ง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านช่องหน้าต่างผุพัง หอบเอาความหนาวเหน็บเข้ามาบาดผิวเนื้อ
เมื่อเรียวแรงของนางเริ่มโรยรา ฝ่ามือที่ทุบตีก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำชายเสื้อสีดำสนิทของเขาแน่น ใบหน้าเนียนซบลงกับแผงอกกว้าง ร่างกายที่สั่นเทาปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้นทะลักล้นออกมาเปียกชุ่มอาภรณ์ของชายหนุ่ม
"ข้ากลัว..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก "ข้ากลัวเหลือเกินว่า... สักวันหนึ่ง เมื่อท่านสะสางความแค้นเสร็จสิ้นแล้ว ท่านจะหันหลังให้ข้า... และจากไปในดินแดนที่ข้าไม่มีวันตามหาพบ..."
คำพูดนั้นราวกับคมกระบี่ที่แทงทะลุเข้าไปในจุดอ่อนที่สุดของจิตวิญญาณ ไป๋จินหยูชะงักงัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงในพริบตา
เขาเป็นใครกัน? เขาคืออัคคีเทพผู้กลับชาติมาเกิด ชีวิตนี้มีไว้เพื่อล้างมลทินและล้างแค้นผู้ที่ทรยศหักหลังในอดีต เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องการผูกพันกับผู้ใด ไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้าก้าวเข้ามาในโลกที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดของเขาอย่างลึกซึ้งถึงเพียงนี้
แต่นาง... กลับก้าวเข้ามา และเอาชีวิตเข้าเดิมพันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไป๋จินหยูหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่กำลังตีรวนในอก จากนั้น วงแขนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าก็ยกขึ้นโอบกอดร่างอันบอบบางของนางเข้าแนบอกอย่างมั่นคง
สัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่นถ่ายทอดผ่านเนื้อผ้า ลมปราณอุ่นร้อนของเขาแผ่ซ่านเพื่อช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บและคลายความหนาวเหน็บในกายของหญิงสาว
"เจ้าโง่ยิ่งนัก..." น้ำเสียงของไป๋จินหยูทุ้มต่ำและอ่อนโยนอย่างที่มู่หรงเสวี่ยไม่เคยได้ยินมาก่อน มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย "ข้า—ไป๋จินหยู เป็นคนเย่อหยิ่งและถือดีในวิถีกระบี่มาตลอดชีวิต ทว่า สิ่งเดียวในยุทธภพนี้ที่ข้าไม่มีวันปล่อยมือ... คือเจ้า"
มู่หรงเสวี่ยสะดุ้งเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมของไป๋จินหยูในยามนี้ปราศจากความเยเย็นชา มีเพียงประกายแสงจันทร์ที่สะท้อนความจริงใจอันเด็ดเดี่ยว
"ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย สำนักกระบี่สวรรค์จะถูกแผดเผาเป็นจุล หรือแม้แต่วิถีเซียนจะขับไล่พวกเราออกนอกวัฏสงสาร..." นิ้วเรียวของเขาเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม "ตราบใดที่กระบี่ยังอยู่ในมือข้า ข้าไม่มีวันยอมให้ผู้ใดพรากเจ้าไปจากข้างกายอีกเป็นอันขาด"
คำสัญญาอันหนักแน่นดุจภูผาและห้วงมหรรณพ ทำให้หัวใจของนางเซียนสาวหลอมละลายจนหมดสิ้น ความหวาดกลัวและความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจมาเนิ่นนานมลายหายสิ้นในอ้อมกอดนี้
นางแย้มยิ้มทั้งน้ำตา รอยยิ้มที่งดงามที่สุดในรอบร้อยปีของนาง ก่อนจะโน้มใบเข้าหาและประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการมอบหัวใจและวิญญาณให้แก่บุรุษผู้นี้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องลงมาอาบร่างของทั้งสอง
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบและความหวานล้ำกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้...
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าคำรามสะท้านเลื่อนลั่นสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ ฉีกกระชากบรรยากาศยามราตรีให้ขาดวิ่น เมฆดำทะมุนก่อตัวขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไป ปกคลุมนภาเบื้องบนจนมืดมิดในพริบตา
ไป๋จินหยูขมวดคิ้วแน่น ผนกคิ้วของเขาพุ่งชนกันจนเป็นปม ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังยอดเขานอกตำหนักทันที
แรงกดดันมหาศาลระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินลึกกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับจิตสังหารอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่ายมาตามสายลม และที่น่าตกใจยิ่งกว่า—ค่ายกลสะกดวิญญาณที่ควรจะถูกทำลายไปแล้ว กลับส่งเสียงกังวานรับสัญญาณบางอย่าง
เงาร่างสีดำทมิฬนับร้อยสายปรากฏขึ้นเหนือยอดเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องกังวานเสียดแก้วหู
"ฮ่าๆๆๆ... นึกไม่ถึงว่ามหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ จะมามัวเมาในห้วงเสน่หาอยู่กับนางเซียนผู้หมดราคา ณ ที่แห่งนี้!"
ร่างของบุรุษลึกลับในชุดคลุมยาวสีเลือด ปรากฏตัวขึ้นบนยอดเสาศิลาเบื้องหน้า พร้อมกับกระบี่มารในมือที่เปล่งประกายแสงสีดำทมิฬ และที่สำคัญที่สุด... บนกระบี่นั้น มีกลิ่นอายพลังปราณของบุคคลที่ไป๋จินหยูคิดว่าตายไปแล้วเมื่อร้อยปีก่อน!
--- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่และเส้นทางแห่งรักนี้ครับ ---
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 22
ค่ำคืนใต้แสงจันทร์และคราบน้ำตา
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!