เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 21

ออกเดินทางสู่หุบเขาหมื่นพิษ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"เก้าอี้เสนาบดีหรือจะสู้บัลลังก์สวรรค์... ทว่าความตายของเจ้าสำนักอัคคีทมิฬเมื่อวานซืน กลับมิได้สะเทือนจิตใจข้าเท่ากับหยดน้ำค้างบนปลายกระบี่ของเจ้าในยามนี้เลยแม้แต่น้อย" น้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความเย้ยหยันต่อฟ้าดินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ายพักแรมชั่วคราว ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของไป๋จินหยูตวัดวาดเป็นวงโค้ง ปราณกระบี่สีครามเข้มข้นดั่งหมึกจีนสะบัดตัดผ่านกิ่งสนโบราณจนขาดสะบั้นลงอย่างแนบเนียน ไร้ซึ่งเสียงสะท้านสะเทือน ทว่าทรงพลังอำนาจถึงขีดสุด มู่หรงเสวี่ยยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง ร่างระหงภายใต้ชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะสะท้อนแสงจันทร์ครึ่งซีก เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยปลิวไสวตามแรงลมยามราตรี ดวงพักตร์งดงามเยือกเย็นดั่งรูปสลักหยกหวงจินไร้ตำหนิ ทว่าแววตาคู่คมกลับทอดมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง นางมิใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องพึ่งพาใคร นางคือธิดาแห่งแดนบูรพา ผู้สำเร็จวิชาเซียนน้ำแข็งเก้าสวรรค์จนผู้คนในยุทธภพต่างหลั่งเลือดสะท้านสะเทือน ทว่ายามเมื่ออยู่เบื้องหน้าไป๋จินหยู... จอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ผู้ปฏิเสธทั้งสำนักและกฎเกณฑ์สวรรค์ หัวใจที่เคยเยือกแข็งดั่งน้ำค้างแข็งนับพันปีของนางกลับสั่นไหวราวกับระลอกคลื่นยามต้องลมพายุ "เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว... ไป๋จินหยู" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางเย็นชาประหนึ่งน้ำแข็งพันปี ทว่าใบหูขาวราดด้วยสีแดงเรื่อจางๆ ที่แม้ยามราตรีก็มิอาจซ่อนเร้นสายตาอันคมกริบของอดีตมหาเทพไปได้ ไป๋จินหยูชะงักฝ่ามือที่กำลังเช็ดคมกระบี่ เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาคมปลาบดุจพญาอินทรีทอดมองร่างระหงที่ยืนห่างออกไปเพียงคืบ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งท้าทาย พราวเสน่ห์ และเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งในวิถีแห่งตน "พูดมากหรือ? ข้าเพียงแต่กล่าวสัจธรรม" ไป๋จินหยูก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ฝ่ายมู่หรงเสวี่ยโดยสัญชาตญาณถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทว่าแผ่นหลังของนางกลับชนเข้ากับลำต้นสนโบราณ ปิดตายเส้นทางหนีสิ้นเชิง ไอเย็นจากร่างของนางแผ่ซ่านกระทบผิวกายของบุรุษหนุ่มจนเกิดเสียงปะทะของพลังปราณเบาๆ "เจ้า... ถอยไป" มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเรียวสวย ปราณน้ำแข็งในร่างหมุนวนรุนแรงขึ้นเพื่อต้านทานแรงดึงดูดอันประหลาดจากบุรุษผู้นี้ แต่มันกลับไร้ผล เมื่อไป๋จินหยูยื่นมือข้างหนึ่งไปทาบลงบนลำต้นสนข้างกายของนาง กักขังร่างของนางไว้ในวงแขนอย่างจงใจ กลิ่นอายบุรุษอันเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตและกลิ่นสนป่าโชยเข้าจมูกของนาง มู่หรงเสวี่ยรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกในอก นางเป็นถึงเซียนผู้สูงส่ง ไฉนจึงต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าตื่นตระหนกเช่นนี้ "หากข้าถอย แล้วใครเล่าจะปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือของพวกเจตภูตโลหิตในหุบเขาหมื่นพิษ?" ไป๋จินหยูโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้มนวลของนาง ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกลงไปในดวงตานาง ราวกับต้องการอ่านลึกถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณ "เส้นทางเบื้องหน้าคือเขตแดนแห่งความตาย สรรพชีวิตต่างหลีกหนี มีเพียงคนโง่เขลาเท่านั้นที่เดินเข้าไป... ทว่าเจ้า กลับเลือกที่จะติดตามข้ามา" "ข้าไม่ได้ติดตามเจ้า... ข้าแค่มีจุดหมายเดียวกัน" มู่หรงเสวี่ยเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แม้คำพูดจะแข็งกร้าว แต่น้ำเสียงกลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "จุดหมายเดียวกัน?" ไป๋จินหยูหัวเราะในลำคอ เสียงหัวทุ้มต่ำดრดดิ่งลงในโสตประสาทของนาง "หุบเขาหมื่นพิษมีแต่พิษร้ายรubกระดูกและวิญญาณแตกสลาย เจ้าสำนักกระบี่ร้อยพิษรอคอยการแก้แค้นอยู่ขอบเหวเบื้องลึก เจ้าบอกว่ามีจุดหมายเดียวกับข้า... เช่นนั้น หมายความว่า เจ้าพร้อมที่จะตายเคียงข้างข้าแล้วสินะ?" คำพูดนั้นทรงพลังดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน มู่หรงเสวี่ยสะท้านเฮือก นางหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ แววตาเย็นชาถูกแทนที่ด้วยประกายความมุ่งมั่นอันแรงกล้า "ตาย? ไป๋จินหยู เจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว ข้า... มู่หรงเสวี่ย มิใช่สตรีที่จะยอมให้ผู้ใดมาตัดสินความตาย แม้แต่ฟ้าดินยังไม่มีสิทธิ์ แล้วไฉนข้าจะต้องกลัวหุบเขาหมื่นพิษ?" "ดี! สมกับที่เป็นนางเซียนผู้หยิ่งผยองแห่งแดนบูรพา" ไป๋จินหยูผละตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือถูกเก็บเข้าฝักด้วยเสียงกังวานใส เขาสะบัดชายเสื้อแล้วหันหลังเดินไปยังกองไฟที่กำลังมอดดับลง ปล่อยให้มู่หรงเสวี่ยยืนหายใจหอบถี่อยู่พิงต้นสน นางยกมือขึ้นสัมผัสแก้มที่ร้อนผ่าวของตนเอง พลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ในความอวดดีของบุรุษผู้นี้ ยามราตรีผ่านพ้นไปอย่างไร้เสียงรบกวน ทว่าความเงียบงันนั้นเต็มไปด้วยกระแสพลังปราณที่คอยหยั่งเชิงกันและกันตลอดเวลา รุ่งอรุณวันใหม่มาเยือน ไร้ซึ่งแสงแดดอบอุ่น มีเพียงม่านหมอกสีเทาหนาทึบที่ลอยต่ำปกคลุมผืนป่าเบื้องหน้า กลิ่นอายความชื้นและกลิ่นเน่าเฟะของซากพืชซากสัตว์โชยมาแตะจมูก เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนยิ่งกว่าป้ายประกาศใดๆ ว่า พวกเขาได้ก้าวเข้าสู่เขตแดนรอบนอกของ "หุบเขาหมื่นพิษ" แล้ว ไป๋จินหยูก้าวเดินนำหน้าอย่างมั่นคง ฝีเท้าของเขาเบาราวกับไร้น้ำหนัก ทว่าทุกย่างก้าวกลับทิ้งรอยประทับพลังปราณไว้บนพื้นดินเพื่อป้องกันค่ายกลลวงตา มู่หรงเสวี่ยเดินตามหลังมาติดๆ ปราณน้ำแข็งรอบกายถูกแผ่ขยายออกเป็นรัศมีสามเชียะ เพื่อป้องกันละอองพิษสีม่วงที่เริ่มลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ "ระวัง" ไป๋จินหยูเอ่ยขึ้นสั้นๆ พร้อมกับหยุดชะงักฝีเท้ากะทันหัน มู่หรงเสวี่ยเกือบเดินชนแผ่นหลังของเขา นางชักกระบี่ประจำกายออกมาครึ่งนิ้ว แววตากวาดมองไปรอบกายด้วยความระแวดระวัง พื้นดินเบื้องหน้าเป็นโคลนตมสีดำสนิทที่กำลังเดือดปุดๆ ราวกับน้ำร้อน ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ เงาร่างนับร้อยที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้ผิวดินโคลนนั้น "นี่มัน... 'หนอนวิญญาณกลืนโลหิต' ระดับเก้าขั้นสมบูรณ์!" มู่หรงเสวี่ยอุทานเบาๆ ใบหน้าขาวซีดลงเล็กน้อย แม้จะไม่ถึงกับหวาดกลัว แต่วิธีการรับมือกับฝูงหนอนนับหมื่นตัวที่อาศัยพิษกัดกินกระดูกเป็นอาหารในพื้นที่จำกัดเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย "พวกมันไม่ได้มาแค่ฝูงเดียว" ไป๋จินหยูหรี่ตาลง มองทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบไปเบื้องหน้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ดูนั่น... แขกที่ไม่ได้รับเชิญมารอรับเรานานแล้ว" สิ้นเสียงของไป๋จินหยู พื้นดินเบื้องหน้าก็ระเบิดออก เศษโคลนและซากไม้กระจายไปทั่วทิศทาง ร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายหัวกระโหลกน่าเกลียดน่ากลัวก้าวออกมาจากม่านหมอก ไอพิษสีเขียวเข้มพวยพุ่งออกจากร่างของเขาจนต้นไม้รอบข้างเหี่ยวเฉาลงในพริบตา "ฮี่ๆๆๆ... ไป๋จินหยู! ข้ารอวันที่เจ้าจะเดินมาซุกหัวตายที่นี่มานานนับปีแล้ว!" เสียงหัวแหลมสูงเสียดแก้วหู ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา มู่หรงเสวี่ยก้าวขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ไป๋จินหยู ปราณน้ำแข็งในร่างระเบิดออกจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายรอบกาย นางกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น พร้อมเปิดฉากปะทะ ทว่า... ในวินาทีที่ไป๋จินหยูกำลังจะชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อสังหารศัตรูเบื้องหน้า แผ่นดินใต้เท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม หลุมมิติสีดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องล่างอย่างไร้สัญญาณเตือน! มิติที่บิดเบี้ยวนี้ทรงพลังเกินกว่าที่ผู้ใดจะขัดขืน แรงดูดมหาศาลดึงร่างของมู่หรงเสวี่ยให้ร่วงหล่นลงไปในเหวลึกเบื้องล่างก่อนที่นางจะทันได้ตั้งตัว! "เสวี่ยเอ๋อร์!" ไป๋จินหยูคำรามลั่นด้วยความตกใจ ขีดจำกัดความเยือกเย็นพังทลายลงในพริบตา เขาพุ่งทะยานร่างเข้าใส่หลุมมิติสีดำนั้นอย่างไร้ความลังเล เพื่อคว้าตัวนางไว้ ร่างของทั้งสองร่วงหล่นดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังตามหลังมาจากเบื้องบน และเงาร่างปริศนาอีกนับไม่ถ้วนที่รอคอยพวกเขาอยู่ที่ก้นเหว... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคเคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%