เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 11

รอยยิ้มของนางเซียน

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนังถ้ำศิลาโบราณ หยาดหยดลงพื้นราวกับกลีบดอกเหมยท่ามกลางเหมันตฤดู ปราณกระบี่ของไป๋จินหยูแผ่พุ่งจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก ท่ามกลางอุปสรรคตรงหน้าคือกลุ่มเงาทมิฬนับสิบจากสำนักมารโลหิตที่ล้อมกรอบเข้ามาอย่างหมายเอาชีวิต แต่ละคนล้วนอยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสูง จอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ยังคงยืนหยัดอย่างองอาจ อาภรณ์สีขาวบัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดและฝุ่นผงจากการต่อสู้ ทว่าแววตาคู่คมกลับปราศจากความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาที่คมกริบยิ่งกว่าคมกระบี่ในมือ "ไป๋จินหยู เจ้าหลบมุมนี้ไม่พ้นหรอก วันนี้คือวันตายของเจ้า!" เสียงคำรามของผู้นำกลุ่มเงาทมิฬดังสนั่น สะท้อนก้องไปทั่วโถงถ้ำ มวลพลังโลหิตรอบตัวมันพวยพุ่งขึ้นเป็นเสาเพลิงสีแดงฉาน กดทับบรรยากาศให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ไป๋จินหยูแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "หึ... มดปลวกเช่นพวกเจ้า ต่อให้รวมหัวกันอีกร้อยคน ก็มิอาจขวางวิถีกระบี่ที่ข้าลิขิตได้ วิถีเซียนฝืนลิขิตฟ้าดิน ศัตรูเบื้องหน้าเป็นเพียงธุลีดินที่ข้าต้องปัดกวาดเท่านั้น" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดขาดนี้ ทำให้เหล่ามือสังหารชะงักไปชั่วขณะ ความกดดันจากจิตสังหารของเขาแทรกซึมเข้าไปในกระดูกดำของศัตรู ทว่า ในวินาทีที่กลุ่มเงาทมิฬกำลังจะระดมพลังเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าใส่พร้อมกันนั้นเอง เงามืดเบื้องหลังเสาหินศิลาโบราณก็เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ราวกับสายลมที่ไร้ร่องรอย มู่หรงเสวี่ยก้าวออกมาจากความมืด นางเซียนผู้สง่างามเย็นชา อาภรณ์สีฟ้าครามพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่นางปลดปล่อยออกมาอย่างไม่รีบร้อน ดวงตาคู่สวยที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในยามวิกาล บัดนี้ทอประกายอ่อนแสงลงเล็กน้อยยามมองแผ่นหลังที่ยังคงตั้งตรงอย่างทะนงตนของไป๋จินหยู รอยยิ้มบางเบาที่หาได้ยากยิ่ง ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางเซียนผู้เย็นชาผู้นี้ เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนราวกับจะทำให้เวลาหยุดเดิน แต่มันกลับซ่อนไว้ซึ่งความอันตรายถึงชีวิตสำหรับผู้ที่กล้าเป็นศัตรู "วาจาใหญ่โตนักนะ... เจ้าคนดื้อรั้น" เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่กลับดังชัดเจนก้องกังวานในโถงถ้ำ ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่ามือสังหาร มู่หรงเสวี่ยสะบัดแขนเสื้อเบาๆ เคล็ดวิชา ‘กระบี่น้ำแข็งผสานจันทร์เสี้ยว’ ถูกขับเคลื่อนออกมาในพริบตา ละอองความเย็นยะเยือกนับล้านสายพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน ก่อตัวเป็นดอกบัวน้ำแข็งผลิดอกบานสะพรั่งปิดกั้นเส้นทางถอยของศัตรูทั้งหมดในคราเดียว อุณหภูมิภายในถ้ำลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว "ใครกัน!" ผู้นำเงาทมิฬแผดเสียงด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าพลังปราณของตนถูกแช่แข็งจนติดขัด ไป๋จินหยูเหลือบสายตากลับมามองสตรีผู้ยืนอยู่เคียงข้าง รอยยิ้มมุมปากของนางเซียนทำให้หัวใจที่ด้านชาจากการแก้แค้นของเขากระตุกวูบอย่างประหลาด "เจ้าไม่ควรยื่นมือเข้ามายุ่ง เสี่ยวเสวี่ย นี่คือหนทางที่ข้าต้องเดินด้วยตนเอง" ไป๋จินหยูเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แม้จะมีความตำหนิอยู่บ้าง แต่นัยน์ตากลับฉายแววความอาทรที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน "ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า..." มู่หรงเสวี่ยเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาบนใบหน้ากลับมาอีกครั้ง แต่มุมปากยังคงทิ้งร่องรอยโค้งมนอันงดงามเอาไว้ นางเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าเพียงแต่รำคาญเสียงเห่าหอนของพวกสุนัขรับจ้างเหล่านี้ และอีกอย่าง... ชีวิตของเจ้า เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พรากมันไปทั้งนั้น" สิ้นเสียงของนาง ประกายกระบี่น้ำแข็งนับหมื่นเล่มก็พุ่งทะยานลงมาจากเพดานถ้ำราวกับห้วงดาราตก ฉากการต่อสู้ระเบิดขึ้นอย่างดุเดือดตระการตา ปราณกระบี่อัคคีโลหิตของไป๋จินหยูผสานเข้ากับปราณกระบี่เหมันต์นิรันดร์ของมู่หรงเสวี่ยอย่างไร้รอยต่อ ราวกับหยินและหยางที่หมุนวนบรรจบ ความร้อนแรงแผดเผาหลอมรวมเข้ากับความเย็นยะเยือกที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่ง พลังทั้งสองสายประจันหน้าและบดขยี้เหล่าเงาทมิฬจนแทบไม่เหลือแม้แต่เศษซากกระดูก เลือดและน้ำแข็งผสมปนเปกันไปทั่วบริเวณ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมก่อนจะเงียบหายไปในพริบตา เมื่อกระบวนท่าสุดท้ายสิ้นสุดลง โถงถ้ำก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงไอน้ำแข็งที่ลอยละล่องและกลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ไป๋จินหยูเก็บกระบี่เข้าฝัก เสียงโลหิตกระทบฝักกระบี่ดังขึ้นกังวาน เขาหันกลับมามองสตรีผู้ยืนเคียงข้าง แววตาของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เขายื่นมือออกไปหมายจะปัดเศษละอองน้ำแข็งออกจากเรือนผมของนาง ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วของเขาเกือบจะสัมผัสโดนเส้นผมของนางเซียน ผืนแผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เสียงคำรามต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์อสูรบรรพกาลดังขึ้นจากใจกลางพื้นดิน พร้อมกับรอยแยกสีดำสนิทที่แผ่ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก สีหน้าเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียด นางคว้าแขนของไป๋จินหยูไว้ทันที "ระวัง! นั่นไม่ใช่พลังของมนุษย์... มีตัวตนระดับบรรพจารย์มารตื่นขึ้นจากการหลับใหลใต้พิภพนี้แล้ว!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพไปพร้อมกับมังกรครามท่องภพนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%