เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 10

การท้าประลองบนลานประลองฟ้า

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ศิษย์พี่รอง... ท่านคิดจะใช้หน้ากากแห่งเกียรติยศของสำนักป้องปากพวกเราไว้อีกนานแค่ไหนกัน?" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของ 'หลี่อวิ๋นเฟิง' ศิษย์เอกสายตรงแห่งตำหนักกระบี่เมฆาทมิฬดังสะท้านก้องไปทั่ว 'ลานประลองฟ้า' ลานหินหยกโบราณที่ถูกหล่อหลอมด้วยปราณกระบี่นับหมื่นปี บรรยากาศรอบด้านในยามนี้เงียบสงัดราวกับป่าช้า ทว่ากลับเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณที่หนักหน่วงจนเหล่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ยังต้องลอบกลืนน้ำลาย สายตาทุกคู่ต่างพุ่งเป้าไปที่ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆา 'มู่หรงเสวี่ย' นางเซียนผู้สง่างามเย็นชาแห่งแดนบูรพา นางยืนสงบนิ่งอยู่ริมขอบลานประลอง ปลายชายผ้าพลิ้วไหวตามสายลมปราณที่ปั่นป่วน ใบหน้ารูปไข่ราบเรียบราวน้ำแข็งพันปี ดวงตาดั่งหงส์หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยฉายแววเหยียดหยันอย่างไม่ปิดบัง นางไม่ได้สนใจเสียงเห่าหอนของสุนัขรับใช้ผู้กำลังดิ้นรนเพื่อศักดิ์ศรีแม้แต่น้อย เพราะในสายตาของนาง มีเพียงบุรุษผู้ยืนกอดอกพิงเสาศิลาอยู่เบื้องหลังเท่านั้น บุรุษผู้เป็นเจ้าของวิถีกระบี่ที่แท้จริง... ไป๋จินหยู "หลี่อวิ๋นเฟิง เจ้าเป็นเพียงกบในกะลาที่ฝึกวิชามาจนหลงลืมสัจธรรมแห่งกระบี่" ไป๋จินหยูเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทรงพลังราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจคนฟัง ชายหนุ่มปรายตามองศิษย์เอกสายตรงผู้ถือกระบี่เหล็กกล้าชั้นยอดด้วยแววตาดุจพญาอินทรีมองมดปลวก "เจ้าท้าประลองกับข้าเพราะคิดว่าจะกู้หน้าให้สำนักได้ หรือแท้จริงแล้ว... เจ้าเพียงแค่หวาดกลัวว่าบัลลังก์ศิษย์เอกที่เจ้าครอบครอง จะต้องสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า 'เจ้ามันก็แค่เศษสวะที่อาศัยบารมีบรรพชน'" "สามหาว!" หลี่อวิ๋นเฟิงแผดเสียงลั่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น ปราณแท้จริงระดับกำหนดจิตขั้นสมบูรณ์ทะลักทะลายออกจากร่างจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม หินหยกใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว กระบี่ในมือส่งเสียงร้องโหยหวนรากระหายเลือด "ไป๋จินหยู! วันนี้ข้าจะใช้กระบี่ 'อัสนีคำราม' นี้ควักหัวใจที่หยิ่งยโสของเจ้าออกมาบูชาปรมาจารย์!" *ฟรึ่บ!* ร่างของหลี่อวิ๋นเฟิงหายวับไปจากจุดเดิม ความเร็วนั้นดุจสายฟ้าฟาด ท่าร่าง 'ย่างก้าวอัสนี' ถูกแผดเผาจนถึงขีดสุด พริบตาเดียว ปลายกระบี่ที่อาบไล้ด้วยอัสนีสีม่วงก็พุ่งตรงเข้าหาจุดตายกลางหน้าอกของไป๋จินหยูอย่างไร้ความปรานี เสียงแหวกอากาศกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูของเหล่าศิษย์สายรองถึงกับปริแตกมีโลหิตไหลซึม ทว่า... ไป๋จินหยูหาได้ขยับเขยื้อนไม่ เขายืนไขว่ห้าง ปลายเท้าไม่ขยับแม้แต่กระเบียดนิ้วเดียว ปราณกระบี่สีครามเข้มข้นไหลเวียนรอบกายราวกับมังกรครามจำศีล รอคอยเวลาที่จะตื่นขึ้นมากลืนกินดารา ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่จ่อถึงอกเสื้อ ห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น มู่หรงเสวี่ยขยับมือเรียวบางดั่งหยกขาว นางเตรียมชักกระบี่น้ำแข็งประจำกายเพื่อเด็ดหัวไอ้สารเลวผู้นำความระคายเคืองมาสู่สายตาของสวามี แต่มือหนากลับเอื้อมไปแตะข้อมือนางเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะเสวี่ยเอ๋อร์..." เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาดทำให้นางเซียนผู้เย็นชาชะงัก ดวงตาคู่สวยอ่อนแสงลงทันที ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเชื่อมั่นและศรัทธายิ่งยวดที่มอบให้บุรุษผู้นี้แต่เพียงผู้เดียว *เคร้ง!* เสียงโลหะปะทะกันก้องกังวานสะท้านฟ้าดิน! ไป๋จินหยูไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ! เขากลับใช้เพียง 'ฝักกระบี่ไม้พยับหมอก' ปัดป้องคมกระบี่อัสนีคำรามที่รุนแรงดุจพายุห่าใหญ่ได้อย่างง่ายดาย แรงกระแทกสะท้อนกลับทำให้หลี่อวิ๋นเฟิงรู้สึกราวกับกระบี่ของตนฟันใส่ภูเขาเหล็กกล้าอันไร้เทียมทาน แขนทั้งสองข้างชาหนึบจนแทบถือกระบี่ไม่อยู่ "เป็นไปได้ยังไง!" หลี่อวิ๋นเฟิงหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด วิชา 'อัสนีเก้าสตวรรษ' ที่เขาฝึกฝนมาแรมปี เหตุใดจึงไม่สามารถแม้แต่จะสะกิดผิวหนังของอีกฝ่ายได้เลย? "วิชากระบี่ของเจ้ามีแต่รูปแต่ไร้จิตวิญญาณ มีแต่ความโลภในอำนาจแต่ไร้ซึ่งสัจธรรมแห่งการหลอมรวม" ไป๋จินหยูเอ่ยเย้ยหยัน นัยน์ตาสสีนิลลึกล้ำดึงดูดวิญญาณของผู้คน "เจ้าคิดว่าการถือครองกระบี่วิเศษจะทำให้เจ้ากลายเป็นเซียนกระบี่งั้นรึ? น่าสมเพชสิ้นดี..." *ตูม!* สิ้นเสียงคำราม ปราณกระบี่สีครามระเบิดออกจากฝักไม้พยับหมอก พลังอันมหาศาลกดทับร่างของหลี่อวิ๋นเฟิงจนกระเด็นลอยละลิ่วราวกับว่าวขาดสายลม กระร่อนไปกระแทกเข้ากับเสาหินอัคคีจนหักสะบั้นลงครึ่งท่อน กระบี่อัสนีคำรามในมือหักเป็นสองท่อน เศษเหล็กกระจายเกลื่อนพื้น หลี่อวิ๋นเฟิงกระอักเลือดคำโตออกมาเป็นสีดำคล้ำ ร่างกายบอบช้ำจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นเงาร่างในชุดคลุมสีดำก้าวเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ทีละก้าว... ราวกับยมทูตจากขุมนรก ความเงียบสงัดปกคลุมลานประลองฟ้าอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจแรง ทุกสายตาจับจ้องไปที่ภาพอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องหน้า ทว่า... ในวินาทีที่ไป๋จินหยูกำลังจะยกฝักกระบี่ขึ้นปิดฉากความพินาศของหลี่อวิ๋นเฟิงนั้นเอง ท้องนภารอบด้านที่เคยแจ่มใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา เมฆหมอกดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมากลางลานประลองโดยไม่มีสัญญาณเตือน! *เปรี้ยงงงง!* แรงระเบิดมหาศาลบังคับให้ทุกคนต้องถอยร่น มู่หรงเสวี่ยพุ่งตัวเข้าไปปกป้องไป๋จินหยูทันทีด้วยม่านพลังน้ำแข็งเก้าชั้น ขณะที่ไป๋จินหยูเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แววตาที่เคยราบเรียบกลับปรากฏร่องรอยของความระแวงสงสัยเป็นครั้งแรก ท่ามกลางใจกลางสายฟ้าสีทองที่กำลังแผดเผา ร่างของบุคคลลึกลับในชุดเกราะโบราณสลักอักขระประหลาด ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติ รัศมีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นกดทับขอบเขตฟ้าดินจนสั่นสะเทือน เลือดในกายของเหล่าผู้อาวุโสพากันเดือดพล่านราวกับจะระเบิดออก "ในที่สุด... ข้าก็ตามหาเจ้าพบแล้ว... ราชันกระบี่ไร้พ่าย" เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานเสียดแก้วหู พร้อมกับกระบี่โบราณเล่มหนึ่งที่ถูกโยนลงปักตรงหน้าไป๋จินหยู ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพมาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%