เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 9

กลับสำนักด้วยความเกรียงไกร

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ศิษย์น้องรอง... เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนักที่กล้าเหยียบย่างกลับมาสู่สำนักกระบี่เมฆาคารวะแห่งนี้อีกครั้ง!" เสียงคำรามอันกึกก้องด้วยพลังลมปราณขั้นกำเนิดวิญญาณดังสะเทือนไปทั่วทั้งลานกว้างสำนัก ประตูหินแกรนิตแกะสลักรูปพญามังกรคู่ห่อหุ้มด้วยค่ายกลกระบี่โบราณสั่นสะเทือนระรัวจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว ผู้ที่ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้าคือ 'เฟิงอวิ๋น' ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ครองตำแหน่งรองเจ้าสำนัก ผู้ใช้วิชากระบี่อสนีบาตคลั่ง สายตาของเขาทอประกายความเหี้ยมเกรียมและริษยาอย่างปิดไม่มิด ทว่า... ไป๋จินหยูหาได้แม้แต่จะชายตามอง ชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้านไร้รอยเปื้อน แม้ผ่านศึกนองเลือดล้างบางตระกูลมารโลหิตมาหมาดๆ กลิ่นอายความตายรอบกายถูกกดขี่ไว้อย่างแนบเนียนด้วยวิถีกระบี่อันเหนือล้ำ เขาก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็น ราวกับพญาอินทรีที่กำลังบินกลับสู่รังเก่าโดยไม่แยแสต่อฝูงมดปลวกที่ส่งเสียงเห่าหอน ข้างกายเขาคือ มู่หรงเสวี่ย นางเซียนผู้สง่างามเย็นชา อาภรณ์สีฟ้าครามพลิ้วไหวตามแรงลมปราณธรรมชาติที่หมุนวนรอบกาย นางไม่แม้แต่จะชายตามองเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องนับร้อยคนที่ถือกระบี่ล้อมรอบตัว รัศมีไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนหยาดน้ำค้างบนใบไม้รอบลานกว้างกลายเป็นผลึกน้ำแข็งในพริบตา ความงามที่เยือกเย็นและสูงส่งของนางกดดันให้เหล่าผู้อาวุโสระดับสูงที่แอบซุ่มดูอยู่หลังม่านค่ายกลถึงกับหายใจติดขัด "ไป๋จินหยู! เจ้าคิดว่าการที่เจ้าหายตัวไปฝึกวิชาจนบรรลุขอบเขตลึกลับ แล้วจะสามารถเหยียบย่ำกฎเกณฑ์ของสำนักได้หรือ? สำนักกระบี่เมฆาคารวะมีกฎระเบียบชัดเจน ผู้ใดที่ละทิ้งภารกิจและหนีออกจากสำนักถือเป็นกบฏ!" เฟิงอวิ๋นแผדเสียงคำรามอีกครั้งเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้เหล่าศิษย์น้องที่เริ่มตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของไป๋จินหยู "กฎเกณฑ์?" ไป๋จินหยูหยุดเดิน มุมปากหยักลึกยกยースยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมกริบราวกับคมกระบี่ที่ซ่อนอยู่ในฝัก กวาดตามองกลุ่มคนนับร้อยที่ถืออาวุธสั่นเทา "สำหรับผู้ที่อ่อนแอ กฎคือเครื่องมือในการปกป้องตนเอง แต่สำหรับข้า... วิถีกระบี่ของข้า คือกฎ!" สิ้นคำพูด ร่างของไป๋จินหยูก็หายวับไปจากจุดเดิม! *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดของอากาศดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเฟิงอวิ๋นที่เคยยืนผยองเมื่อครู่พลันสะท้านเฮือก เคล็ดวิชากระบี่อสนีบาตคลั่งที่ถูกชักออกมาป้องกันตัวตามสัญชาตญาณยังไม่ทันได้แผ่ซานอานานุภาพ ปลายดัชนีของไป๋จินหยูก็พุ่งทะลวงผ่านม่านพลังปราณเข้ามาจ่ออยู่ที่หว่างคิ้วของเขาเสียแล้ว! ความเร็วนี้... มันเร็วเกินกว่าที่ขอบเขตกำเนิดวิญญาณจะมองตามทัน! เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าของเฟิงอวิ๋น หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความตายอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด หากไป๋จินหยูขยับปลายนิ้วอีกเพียงนิดเดียว วิญญาณกระบี่ในร่างของเขาคงถูกบดขยี้จนแตกสลายไปตลอดกาล "ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านบอกว่าข้าเป็นกบฏงั้นหรือ?" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันไร้ที่สิ้นสุดเอ่ยกระซิบข้างหูของเฟิงอวิ๋น "ในอดีต ข้าเคยยอมก้มหัวให้พวกท่านเหยียบย่ำเพื่อรักษาความสงบของสำนัก แต่วันนี้... ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งที่พวกท่านเคยแย่งชิงไป" เหล่าศิษย์น้องรอบด้านต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่คนเดียว ภาพของไป๋จินหยูในอดีตที่เป็นเพียงศิษย์สายในผู้เงียบขรึมและถูกกลั่นแกล้ง ได้มลายหายสิ้นไปแล้ว สิ่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาในยามนี้คือ "เทพเซียน" ผู้กุมความเป็นความตายในกำมือ มู่หรงเสวี่ยก้าวเท้าเข้ามาใกล้ คลื่นพลังปราณกระบี่เหมันต์สะท้อนประกายระยิบระยับ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ระลอกคลื่น "ผู้ใดกล้าขวางทางสามีข้า... จงก้าวออกมา" คำว่า "สามี" หลุดออกมาจากปากของนางเซียนผู้เยือกเย็นและสูงส่ง สร้างความตกตะลึงระลอกใหญ่ให้กับทุกคนในสำนัก แม้กระทั่งผู้อาวุโสที่ซ่อนตัวอยู่ยังต้องแอบสูดปากด้วยความตกใจ มู่หรงเสวี่ยผู้นี้คือยอดฝีมือหญิงอันดับหนึ่งแห่งแดนบูรพา ผู้ซึ่งปฏิเสธบุรุษผู้ยิ่งใหญ่มานับไม่ถ้วน เหตุใดจึงยอมมอบหัวใจและติดตามบุรุษผู้นี้มายังสำนักเล็กๆ แห่งนี้ได้? ไป๋จินหยูเหลือบมองสตรีข้างกายด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงวูบหนึ่ง ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองเฟิงอวิ๋นที่ตัวสั่นเทาด้วยความอัปยศอดสูและหวาดกลัว "ข้าให้เวลาพวกเจ้าสามลมหายใจ... ไปเรียกเจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสเฒ่าที่หลบซ่อนอยู่ทั้งหมดออกมา" ไป๋จินหยูกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานดังก้องไปทั่วหุบเขา "บอกพวกมันว่า... ไป๋จินหยู ผู้นี้ กลับมาทวงบัลลังก์เจ้าสำนักแล้ว!" ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือสำนักกระบี่เมฆาคารวะที่เคยแจ่มใส กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา เมฆสีนิลทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานกว้าง สร้างรอยแยกของมิติที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัว แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมสวรรค์แผ่พุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากห้วงมิติอันไร้ขอบเขต... *ครืนนน!* ร่างเงาสลัวของชายชราในชุดคลุมสีเทาขาดวิ่นก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติทีละก้าว พร้อมกับพลังปราณที่กดทับจนพื้นศิลาแกรนิตรอบลานกว้างแตกละเอียดเป็นผุยผง และเมื่อเงาร่างนั้นเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นรูปกระบี่ ไป๋จินหยูถึงกับหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก... "ฮ่าๆๆๆ... เจ้าเด็กโง่ คิดว่าเจ้าบรรลุขั้นสูงแล้วจะไร้เทียมทานในสำนักนี้อย่างนั้นหรือ? เจ้าลืมไปแล้วกระมั้งว่าผู้ที่ผนึกวิญญาณกระบี่แท้จริงของเจ้าเมื่อสามปีก่อน คือใคร!" มังกรครามท่องภพ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพมาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%