เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 12

แผนการชั่วร้ายในเงามืด

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ระวัง! นั่นไม่ใช่พลังของมนุษย์... มีตัวตนระดับบรรพจารย์มารตื่นขึ้นจากการหลับใหลใต้พิภพนี้แล้ว!" เสียงคำรามเตือนสติที่ยังคงก้องกังวานในโสตประสาท ดึงบรรยากาศรอบกายของตำหนักลับสำนักเมฆาอัสนีให้ดิ่งลึกลงสู่ความตึงเครียดถึงขีดสุด ปราณสีดำทมิฬที่แผ่พุ่งขึ้นมาจากรอยแยกเบื้องล่างนั้น มิใช่เพียงแค่ไอน้ำจากขุมนรก แต่มันคือจิตสังหารอันเก่าแก่ที่หลับใหลมานานนับหมื่นปี ไป๋จินหยูยืนหยัดตระหง่านอยู่บนลานศิลาเบื้องหน้า ร่างกายของเขายังคงแผ่พุ่งรัศมีกระบี่ที่คมกلاบดั่งดวงดาราบนนากฟ้า ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทศทิศกวาดมองไปยังรอยแยกมิตินั้นด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย สำนึกกระบี่ในร่างของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด พร้อมจะแหลกสลายทุกสิ่งที่กล้าขวางทางวิถีแห่งเต๋าของตน "พลังระดับนี้... ต่อให้เป็นบรรพจารย์มารจริง ก็ยังหาญกล้าตื่นขึ้นมาท้าทายกระบี่ในมือข้าหรอ" ไป๋จินหยูเอواะขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กลิ่นอายแห่งความเป็นเจ้าโลกแผ่ซ่านออกไปจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว ข้างกายเขา มู่หรงเสวี่ย นางเซียนผู้สง่างามเย็นชาในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปราย ปราศจากความหวาดกลัว นางก้าวเข้ามาประชิดร่างสูงโดยไม่ลังเล มือเรียวดุจหยกขาวกระชับกระบี่เซียนน้ำแข็งในมือแน่น รัศมีไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพื่อสะกดกั้นกลิ่นอายมารที่กำลังคุกคาม นางมิได้สนใจเลยว่าภัยพิบัติเบื้องหน้าจะน่ากลัวเพียงใด ขอเพียงแค่ได้ยืนหยัดเคียงข้างบุรุษผู้นี้ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผืนปฐพีถล่มทลาย นางก็ยินดีจะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปจนกว่าลมหายใจจะดับสูญ "จินหยู ระวังตัวด้วย... ใต้พิภพนี้มีค่ายกลสะกดวิญญาณโบราณอยู่ การที่มันตื่นขึ้นย่อมต้องมีคนจงใจปลุกมันขึ้นมา" มู่หรงเสวี่ยกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง นางเหลือบมองเขาด้วยสายตาที่ยอมมอบหัวใจให้อย่างหมดจด มีเพียงบุรุษผู้นี้เท่านั้นที่ทำให้นางเซียนผู้เย็นชาเช่นนาง ยอมละทิ้งความเย่อหยิ่งทระนงทั้งปวง ทว่า ในขณะที่วิกฤตการณ์ภายนอกกำลังจ่อคอหอย ความมืดมนที่แท้จริงกลับมิได้มาจากอสูรใต้พิภพ หากแต่ซุกซ่อนอยู่ภายในหมู่ตึกอันโอ่อ่าของสำนักเอง ณ ตำหนักอาวุโสสูงสุด ปรมาจารย์เทียนเฉิน ผู้อาวุโสใหญ่ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของสำนักเมฆาอัสนี กำลังยืนไขว้หลังจ้องมองภาพเหตุการณ์จากกระจกวิเศษด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและจิตสังหาร ใบหน้าที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "ไอ้เด็กเหลือขอไป๋จินหยู... มันเป็นใครกัน! เพียงแค่เข้ามาในสำนักไม่นาน กลับสร้างชื่อเสียงจนผู้คนต่างแซ่ซอน ไm่เพียงแต่แย่งชิงความสนใจจากเจ้าสำนัก แต่มันยังกล้าอาจหาญเข้ามาแตะต้องสมบัติบรรพกาลอีก!" ผู้อาวุโสใหญ่เค้นเสียงคำรามลอดไรฟัน แววตาคมกริบฉายแววอำมหิต ความอิจฉาริษยาที่สะสมมานานนับเดือน บัดนี้ได้ปะทุกลายเป็นเพลิงเผาผลาญจิตใจ เขาไม่สามารถทนเห็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งก้าวขึ้นมาข้ามหัวตนเองและทำลายรากฐานอำนาจที่ตนสั่งสมมาค่อนชีวิตได้ "ท่านผู้อาวุโส... จะให้พวกเราลงมือเลยหรือไม่ขอรับ?" เงาร่างสีดำสามร่างคุกเข่าลงเบื้องหน้า ปราณในร่างของพวกเขาลึกล้ำและดุร้าย บ่งบอกว่าเป็นมือสังหารรับจ้างระดับนภาที่ถูกชุบเลี้ยงไว้ในเงามืด ผู้อาวุโสใหญ่หรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ยัง... ปล่อยให้มันเผชิญหน้ากับบรรพจารย์มารใต้พิภพเสียก่อน ให้มันใช้พลังจนเหนื่อยอ่อนและบาดเจ็บสาหัส นั่นคือโอกาสทองของเรา" เขากวาดตามองแผนที่ค่ายกลในมือ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "นอกจากนี้ จงแอบลอบปรับเปลี่ยนพลังงานของค่ายกลผนึกมารในเขตแดนที่สาม ปิดกั้นเส้นทางถอยหนีของมันเสีย ข้าจะทำให้มันต้องตายอย่างไร้ที่ฝัง โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ว่ามือใครเปื้อนเลือด!" "รับทราบ!" เงาร่างทั้งสามรับคำสั่งด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะสลายร่างหายไปในความมืดมิดดั่งภูตผี กลับมาที่ลานประลองใต้พิภพ ไป๋จินหยูสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของกระแสปราณรอบตัวในทันที แรงกดดันจากค่ายกลที่ควรจะช่วยกดทับอสูรมาร กลับเริ่มแปรเปลี่ยนทิศทาง พลังงานมหาศาลพุ่งเข้าใส่พวกเขาจากทุกสารทิศ ราวกับต้องการบดขยี้ร่างของเขากับมู่หรงเสวี่ยให้แหลกสลายคาที่ "หึ... ช่างเป็นแผนการที่ต่ำช้าเสียจริง" ไป๋จินหยูแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน ดวงตาสีดำสนิทลุกโชนด้วยประกายเพลิงแห่งความโกรธ มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่น นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมนุษย์ที่แอบควบคุมค่ายกลจากระยะไกล "มีคนทรยศภายในสำนัก... พวกมันต้องการใช้มือของอสูรมารกำจัดท่าน!" "ต่อให้เป็นสวรรค์หรือนรก ก็ไม่มีสิทธิ์กำหนดความตายของข้า!" ไป๋จินหยูแผดเสียงคำรามก้องฟ้า พลังปราณทั่วร่างระเบิดออกราวกับคลื่นทะเลคลั่ง กระบี่โบราณในมือสั่นสะท้านส่งเสียงร้องคำรามดังกังวาน รัศมีกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกม่านเมฆอัสนีจนแตกกระเจิง เขาก้าวเท้าทะยานขึ้นสู่กลางอากาศอย่างไร้ความเกรงกลัว เผชิญหน้ากับเงาร่างมหึมาของบรรพจารย์มารที่กำลังก้าวขึ้นมาจากขุมนรก พร้อมๆ กับที่จิตสังหารจากเงามืดของผู้อาวุโสใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที... ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่ของไป๋จินหยูเตรียมจะตวัดเข้าใส่ร่างของอสูรมาร ประตูมิติเบื้องหลังเขาก็พลันเปิดออกพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้อง "เด็กน้อย เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักรึ? วันนี้คือวันตายของเจ้า..." ร่างของเงาดำลึกลับผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมพุ่งกระบี่อาบยาพิษเข้าใส่จุดตายกลางหลังของมู่หรงเสวี่ยในเสี้ยววินาทีที่นางไม่ทันระวังตัว! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และก้าวข้ามขอบเขตแห่งยุทธภพไปพร้อมกับตัวละครเหล่านี้อย่างเหนียวแน่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%