เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 28

คำสารภาพรักท่ามกลางเพลิงสงคราม

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ทัณฑ์สวรรค์งั้นหรือ... ต่อให้สวรรค์ต้องการเอาชีวิตข้าวันนี้ ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือ... ผ่าสวรรค์ให้ดูเสียก่อน!" สุ้มเสียงของไป๋จินหยูดังก้องกังวานสะท้านฟ้าดิน คมกระบี่ในมือแผ่ไอสังหารสีครามเข้มข้นจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าว อัสนีบาตเก้าชั้นฟ้าฟาดกระหน่ำลงมาดั่งห่าฝนเพลิงผลาญ แสงสีทองสลับม่วงสาดส่องลงบนซากปรักหักพังของสำนักโบราณ แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับจนแผ่นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายร้อยเชี๊ยะ มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่เบื้องหลังเขา ร่างอรชรในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและละอองฝุ่นจากแรงระเบิด ทว่าดวงตาคู่คมปลาบที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับสั่นไหวระริก ร่างกายของนางสะท้านน้อยๆ มิใช่เพราะความหวาดกลัวต่อทัณฑ์สวรรค์เบื้องบน ทว่ามาจากความตระหนักรู้ว่า... บุรุษเบื้องหน้านี้กำลังเอาชีวิตของตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องนางจากเงื้อมมือของบงการสวรรค์ "ไป๋จินหยู... ท่านช่างโง่เขลานัก..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจมาเนิ่นนาน น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่สวย ไหลผ่านพวงแก้มขาวนวล ก่อนจะระเหยกลายเป็นไอหมอกความร้อนระอุจากเพลิงอัสนี ไป๋จินหยูไม่หันกลับมามอง เขายังคงยืนหยัดด้วยแผ่นหลังที่กว้างใหญ่และมั่นคงดั่งขุนเขา ปลายกระบี่ชี้ตรงขึ้นสู่ท้องนภาอันเกรี้ยวกราด น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่แม้แต่เทพเซียนบนสรวงสวรรค์ยังต้องสั่นสะท้าน "วิถีกระบี่ของข้า คือการปกป้องสิ่งที่ข้าต้องการปกป้อง สวรรค์ไม่มีตา บงการชีวิตผู้คนตามอำเภอใจ หากมันต้องการพรากเจ้าไปจากข้า... ข้าก็พร้อมจะล้างบางเก้าชั้นฟ้าให้ราบคาบ!" สิ้นคำพูดนั้น เคล็ดวิชา 'กระบี่ผ่าสวรรค์เก้าภพ' ก็ถูกปลดปล่อยออกมา พลังปราณกระบี่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่งมังกรครามยักษ์แหวกว่ายผ่านม่านเมฆสายฟ้า แรงปะทะระหว่างคมกระบี่และอัสนีสวรรค์สร้างคลื่นกระแทกมหาศาลจนผืนป่ารอบด้านราบเป็นหน้ากลอง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ฉับพลันนั้นเอง ร่างของมู่หรงเสวี่ยก็พุ่งทะยานเข้ามาประชิดเบื้องหลังของไป๋จินหยูอย่างไม่คาดฝัน นางสวมกอดเอวสอบของเขาแน่น วงแขนเรียวบางโอบกอดแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยบาดแผลและความอบอุ่นนั้นไว้แนบแน่น ใบหน้าเนียนแนบซบลงกับแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและเลือด ไป๋จินหยูชะงักไปเล็กน้อย พลังปราณในมือเกือบสะดุด เขาก้มลงมองมือเรียวที่กุมรอบเอวของตนเอง สัมผัสที่สั่นเทานั้นสะท้อนถึงหัวใจที่ยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง "เจ้า..." ไป๋จินหยูเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "พอได้แล้ว..." เสียงของมู่หรงเสวี่ยสั่นเครือ หยาดน้ำตาของนางซึมผ่านเสื้อผ้าของเขาจนเปียกชื้น "ท่านแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวมาตลอด... ท่านคิดจะสู้กับสวรรค์โดยไม่สนว่าตนเองจะแตกสลายหรืออย่างไร? ไป๋จินหยู... ข้าไม่ต้องการให้ท่านตาย..." ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้าและเปลวเพลิงที่ยังคงลุกโชนรอบกาย ทว่าหัวใจของคนทั้งสองกลับเชื่อมโยงถึงกันอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าสิ่งใด มู่หรงเสวี่ยหลับตาลง ปล่อยวางความหยิ่งทะนงและเกราะกำบังอันเย็นชาที่นางสวมใส่มาตลอดชีวิต นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิตเซียนของนาง "ข้า... มู่หรงเสวี่ยผู้เย่อหยิ่งมาตลอดชีวิต ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด..." นางเอ่ยถ้อยคำที่กลั่นกรองออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ น้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่ในวินาทีนี้... ข้าขอยอมจำนนต่อท่าน ยอมมอบวิญญาณและหัวใจดวงนี้ให้แก่บุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่เช่นท่าน... ไป๋จินหยู ต่อให้ฟ้าดินดับสลาย ข้า... ก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากท่านเป็นอันขาด!" คำสารภาพรักท่ามกลางเพลิงสงครามและทัณฑ์สวรรค์นี้ ราวกับสายฟ้าอีกสายที่ผ่าลงกลางใจของไป๋จินหยู จอมยุทธ์ผู้เย็นชาและไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด หัวใจกลับกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความแค้นหมื่นปีและความโดดเดี่ยวที่แบกรับไว้ราวกับถูกชะล้างด้วยหยาดน้ำตาของนางเซียนผู้นี้ ไป๋จินหยูค่อยๆ ลดกระบี่ในมือลงเล็กน้อย เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาคู่นคมองอาจทอดมองหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยแววตาที่อ่อนโยนที่สุดในรอบหลายร้อยปี นิ้วมือหยาบกร้านจากการจับกระบี่เอื้อมไปเช็ดหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม "เจ้าคนโง่..." ไป๋จินหยูยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยอำนาจและความรักล้ำลึก "ข้าไม่มีวันตาย... ในเมื่อเจ้ามอบใจให้ข้าแล้ว ข้าจะเอาชีวิตรอดจากทัณฑ์สวรรค์นี้ เพื่ออยู่เคียงข้างเจ้า... ตราบจนสิ้นกาลนาน" ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและคำมั่นสัญญาอันหนักแน่น ท้องนฟ้าเบื้องบนที่ควรจะสงบลง กลับมืดสนิทลงทันทีอย่างไร้สาเหตุ เมฆสีดำสนิทรวมตัวกันเป็นรูปเกลียวพายุหมุนวนขนาดมหึมา แรงกดดันระดับที่ทำให้มิติฉีกขาดแผ่ซ่านออกมาจากใจกลางพายุนั้น กระแสปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งลงมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรก ที่ทำให้โลหิตในกายของคนทั้งสองแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง "นึกไม่ถึงเลยว่า... มหาเทพผู้ร่วงหล่น จะมีความรักให้ยึดเหนี่ยว... น่าสนุกเสียจริง" เสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏร่างของเงาสะท้อนสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้า และสิ่งที่ถืออยู่ในมือของมัน... คือกระบี่มารโลหิตที่สะท้อนเงาความตาย! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ "มังกรครามท่องภพ"
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%