"สหายเก่ากระนั้นหรือ..."
เสียงพึมพำลอดผ่านไรฟันของไป๋จินหยู ราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกที่ลึกที่สุด อุณหภูมิโดยรอบร่วงดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในเสี้ยวพริบตา ปราณกระบี่สีครามเข้มข้นระเบิดทะลักออกจากร่างของเขาอย่างไร้การควบคุม แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุมรัศมีนับร้อย丈 คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวนี้บดขยี้ศิลาผาจนกลายเป็นผุยผง
เงาดำใต้หน้ากากกระดูกมารชะงักงัน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ มันสัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาเคาะประตูบ้าน แม้แต่วิญญาณในร่างยังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้
"เจ้า... ขอบเขตพลังของเจ้า..." เงาดำส่งเสียงสั่นเครือ
ไป๋จินหยูไม่เปิดโอกาสให้มันได้เอ่ยคำใดอีกต่อไป นัยน์ตาคู่คมกริบเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต ความทรงจำอันยาวนานนับหมื่นปีที่ถูกผนึกไว้ในห้วงลึกแห่งจิตวิญญาณถูกปลดปล่อย มหาเทพผู้เคยสั่นสะเทือนสามภพสี่สมุทรได้ตื่น
ขึ้นแล้วในร่างของชายหนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่!
"ในเมื่อเจ้าอยากรื้อฟื้นความหลังนัก ข้าจะส่งวิญญาณเน่าเฟะของเจ้ากลับคืนสู่ความว่างเปล่าด้วยมือของข้าเอง!"
*ฉั้วะ!*
ร่างของไป๋จินหยูเลือนหายไปจากจุดเดิม ราวกับภูตผีที่ก้าวข้ามมิติ คมกระบี่โบราณในมือส่งเสียงร้องโหยหวนดุจพญาครุฑกู่ก้องฟ้า แสงกระบี่สีครามเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของราตรีกาล ผ่าผ่ากลางห้วงอากาศจนเกิดรอยแยกสีดำสนิท
"อาร์كت!" (เสียงร้องโหยหวน)
เงาดำพยายามยกศาสตราวุธมารขึ้นต้านทาน แต่มันช้าเกินไป ปราณกระบี่ของไป๋จินหยูในยามนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนสายมารระดับเดียวกันจะรับมือได้ แขนข้างหนึ่งของเงาดำถูกตัดขาดสะบั้นโลหิตพุ่งทะลักย้อมพื้นดินให้กลายเป็นสีชาด
"ท่านพี่..."
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นแผ่วเบา มู่หรงเสวี่ยยืนมองแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า นางเซียนผู้สง่างามและเยือกเย็นต่อทุกสิ่งในใต้หล้า ยามนี้กลับมีหยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตา หัวใจดวงน้อยสั่นไหวระรัว นางรู้ดีว่าการที่ไป๋จินหยูปลดปล่อยพลังระดับนี้ออกมา ย่อมต้องแลกมาด้วยภาระอันหนักอึ้งต่อร่างเนื้อ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะยืนหยัดเป็นกำแพงเหล็กปกป้องนางไว้ด้วยชีวิต
ไป๋จินหยูเหลือบสายตากลับมามองนางเพียงชั่วพริบตา แววตาที่ดุดันและเหี้ยมเกรียมเมื่อครู่พลันอ่อนลงวูบหนึ่ง น้ำเสียงทุ้มนุ่มกล่าวด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา "เสวี่ยเอ๋อร์ ถอยไปยืนดูอยู่ห่างๆ... วันนี้ ต่อให้พวกมันมีกันร้อยชีวิต หรือต่อให้ทัณฑ์สวรรค์ขวางกั้น ข้าก็จะล้างบางพวกมันให้สิ้นซาก!"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนสั่นสะเทือนจิตใจของสตรีผู้เลอโฉม มู่หรงเสวี่ยเม้มริมฝีปากแน่น นางพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะถอยร่างถอยร่นไปสเก็ดวงนอก แต่กระนั้นกระบี่เซียนในมือของนางก็ยังคงเปล่งประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ พร้อมที่จะสังหารศัตรูทุกตัวที่กล้าบังอาจเข้ามาใกล้เขา
"ฆ่า! ล้อมมันไว้!"
เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นจากเหล่ากองกำลังมารนับร้อยที่ซุ่มซ่อนอยู่โดยรอบ พวกมันเห็นสหายถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ความโกรธแค้นและสัญชาตญาณกระหายเลือดเข้าครอบงำ เงาดำนับร้อยพุ่งทะยานออกมาจากเงาไม้และโตรกผา อาวุธมารนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาไป๋จินหยูจากทุกสารทิศ ราวกับห่าฝนโลหิต
ทว่า ไป๋จินหยูหาได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เขายืนหยัดนิ่งสนิทดุจขุนเขา ปล่อยให้ลมปราณรอบกายแผ่ขยายออกไปบดขยี้กดดันจนพวกมันแทบกระอักเลือด
"มดปลวก... กล้าดียังไงมาขวางทางสวรรค์"
ไป๋จินหยูสะบั้นข้อมือ วาดกระบี่เป็นวงกลมกลางอากาศ
*เคล็ดกระบี่เก้าสวรรค์ - วิถีที่หนึ่ง: พิพากษาบูรพา!*
ตูーム! (เสียงระเบิดกัมปนาท)
คลื่นกระบี่รูปดอกบัวสีครามมหึมาเบ่งบานกลางวงล้อมของพวกมาร กลีบดอกบัวแต่ละกลีบคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับด้วยโลหิต เมื่อมันหมุนวนด้วยความเร็วสูง ร่างของพวกมารระดับหลอมรวมพลังปราณนับสิบก็ถูกตัดขาดเป็นท่อนๆ ในพริบตา เลือดเนื้อและเศษอวัยวะกระ็นกระจายเกลื่อนกลาด ย้อมผืนป่าให้กลายเป็นแดนประหารอันน่าสะพรึงกลัว
ความโหดเหี้ยม ไร้ปรานี และเด็ดขาดของไป๋จินหยูในยามนี้ ทำให้พวกมารที่เหลืออยู่ต่างพากันหน้าถอดสี ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ แต่มมันคือการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว!
"ปีศาจ... เขาคือปีศาจ!" มารตนหนึ่งส่งเสียงกรีดร้องด้วยความสติแตก ก่อนที่ร่างของมันจะถูกปราณกระบี่พาดผ่านผ่าซีกเป็นสองท่อนอย่างไร้ความปราณี
ไป๋จินหยูก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นดิน แผ่นดินต้องสั่นสะเทือน รัศมีแห่งความตายแผ่ข่ายปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ เขากลายร่างเป็นเทพสงครามผู้ไร้พ่าย ไล่ล่าสังหารศัตรูอย่างไร้ความปราณี ราวกับต้องการระบายความแค้นนับหมื่นปีที่อัดอั้นอยู่ในอก
ในขณะที่การสังหารกำลังดำเนินถึงจุดที่ดุเดือดที่สุด สายตาคมกริบของไป๋จินหยูก็เหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับอีกตนหนึ่งกำลังพยายามหลบหนีไปทางหุบผาเบื้องหลัง มันคือผู้อยู่เบื้องหลังแผนการลอบสังหารในครั้งนี้ และอาจเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงไปยังอดีตชาติของเขา
ไป๋จินหยูหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเย้ยหยัน เขายกกระบี่ขึ้นชี้ฟ้า เตรียมจะพุ่งทะยานออกไปปลิดชีพมันในดาบเดียว
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะขยับตัวนั้นเอง ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆดำทะมฬหนาทึบ สายฟ้าสีทองคำอันทรงพลังฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์อย่างไร้ซุ่มเสียง แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาบนบ่าของเขาจนกระดูกลั่นกรอบ
*เปรี้ยง!*
เงาดำลึกลับที่กำลังหลบหนีหยุดชะงัก มันหันกลับมามองไป๋จินหยูพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องหุบผา
"ไป๋จินหยู... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการฝืนใช้พลังระดับมหาเทพในร่างมนุษย์จะไม่มีราคาที่ต้องจ่าย? ดูนั่นสิ... ทัณฑ์สวรรค์มาเยือนเจ้าแล้ว!"
ไป๋จินหยูเงยหน้าขึ้นมองสายฟ้าสีทองคำที่กำลังรวมตัวกันอยู่เบื้องบน นัยน์ตาสีแดงฉานหรี่แคบลง ร่างกายของเขาเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นบนผิวหนังเนื่องจากพลังปราณมหาศาลที่สะท้อนกลับ แต่มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย
"ทัณฑ์สวรรค์งั้นหรือ... ต่อให้สวรรค์ต้องการเอาชีวิตข้าวันนี้ ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือ... ผ่าสวรรค์ให้ดูเสียก่อน!"
*โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผมนะครับ ขอคารวะหนึ่งจอกครับ! — **มังกรครามท่องภพ**
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 27
เลือดต้องแลกด้วยเลือด
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!