"ศัตรูที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่คนที่ถือกระบี่จ่อคอหอยเจ้าหรอก... แต่คือคนที่ส่งข่าวร้ายมาในจังหวะที่เจ้ากำลังจะเดินหมากตาสำคัญต่างหาก"
ไป๋จินหยูแค่นยิ้มเย็นเยียบ มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อยขณะใช้นิ้วเรียวยาวบดขยี้หยกสื่อสารจนละเอียดเป็นผงละเอียดร่วงหล่นจากฝ่ามือ แสงสีแดงฉานที่เคยเต้นเร่าในห้วงจิตดับวูบลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วห้องโถงรับรองของสำนัก
มู่หรงเสวี่ยที่ยืนพิงเสาไม้หอมอยู่ไม่ไกล ดวงตาดุจดาราพราวพรายของนางหรี่ลงเล็กน้อย นางไม่ถามคำถามโง่เขลาว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่ขยับกายเข้ามาใกล้ เงาร่างในชุดสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเมฆาบนยอดเขาเยือกแข็งของนาง สะท้อนอยู่ในดวงตาที่คมกริบดุจกระบี่ของไป๋จินหยู
"เมืองเทียนหลางมิใช่สถานที่ที่ใครจะเข้ามาแล้วเดินออกไปได้ง่ายๆ หากการประลองครั้งนี้เป็นกับดัก ท่านจะก้าวลงไปหรือไม่?" เสียงของนางราบเรียบดั่งสายน้ำ ทว่ากลับแฝงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย็นชา
ไป๋จินหยูไม่ตอบ เขาเดินไปที่ชั้นวางอาวุธ หยิบกระบี่ 'จันทร์ดับสยบมาร' ขึ้นมาถือไว้ น้ำหนักของเหล็กกล้าเย็นเยียบสัมผัสฝ่ามือ ส่งผ่านความรู้สึกของการนองเลือดและการบำเพ็ญเพียรที่สะสมมานานนับพันปีในจิตวิญญาณเดิมของเขา
"กับดักหรือสวรรค์ ไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างข้าต้องเลือกว่าจะเดินเข้าไปหรือไม่ แต่มันคือสิ่งที่ต้องพังทลายลงภายใต้ปลายกระบี่ของข้า" เขาหันกลับมา แววตาที่เคยสุขุมบัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงแห่งอำนาจ "เตรียมตัวให้พร้อม เสวี่ยเอ๋อร์ เราจะไปถล่มงานประลองนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง"
...
มหานครเทียนหลางในวันนี้เนืองแน่นไปด้วยฝูงชน กลิ่นอายของพลังปราณที่หนาแน่นจนแทบจะกลั่นตัวเป็นหยาดฝนปะทะเข้ากับใบหน้าของผู้มาเยือน เวทีประลองขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางจัตุรัส มันถูกสร้างขึ้นจากหินอัคนีสีดำที่ผ่านการสลักอักขระเวทป้องกันความเสียหายไว้ทั่วทุกตารางนิ้ว
เหล่าจอมยุทธ์จากทุกสารทิศ ต่างยืนเรียงรายด้วยท่าทีที่แตกต่างกันไป บางคนยืนกอดอกด้วยความทะนง บางคนซ่อนใบหน้าไว้ใต้หมวกไม้ไผ่ และบางคนปล่อยจิตสังหารออกมาเป็นระลอกราวกับจะข่มขวัญคู่ต่อสู้ก่อนเริ่มการประลอง
ไป๋จินหยูและมู่หรงเสวี่ยก้าวเท้าเข้ามาท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา กลิ่นอายสงบนิ่งของทั้งสองเปรียบเสมือนจุดศูนย์กลางของพายุที่กำลังก่อตัว
"เจ้าสำนักกระบี่ลึกลับปรากฏตัวแล้ว..." เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทั่วบริเวณ แต่ไม่มีใครกล้าก้าวเข้ามาขวางทาง
บนแท่นประธาน ชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองเข้มขยับยิ้มที่มุมปาก เขากวาดสายตามองไป๋จินหยูด้วยความสมเพช "ในที่สุดแกก็มา ไป๋จินหยู... หวังว่ากระบี่ของแกจะคมสมคำร่ำลือ ไม่ใช่เพียงแค่ลมปากที่เอาไว้ขู่เด็ก"
ไป๋จินหยูไม่แม้แต่จะปรายตาไปมอง เขาหยุดยืนอยู่ที่ขอบเวที กระบี่ในฝักยังคงถูกสะพายไว้ที่แผ่นหลังทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับทำให้มวลอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน
"การประลองใหญ่ระดับเมืองเทียนหลาง เริ่มต้นได้" ผู้คุมกฎประกาศเสียงก้อง พลังปราณที่ถูกขับออกมาทำให้พื้นเวทีสั่นสะเทือน
ทันใดนั้น ยอดฝีมือสามคนในชุดเกราะสีเงินวาววับก็กระโจนขึ้นมาบนเวทีพร้อมกัน พวกเขาไม่ใช่ตัวแทนจากสำนักใดสำนักหนึ่ง แต่เป็น 'เพชฌฆาตแห่งนิกายมารโลหิต' ที่ถูกจ้างมาเพื่อดับฝันของไป๋จินหยูโดยเฉพาะ
"ตายเสียเถอะ!" ทั้งสามตะโกนก้อง พร้อมกับชักอาวุธลับที่อาบยาพิษสีม่วงคล้ำออกมา พลังปราณมืดมิดถาโถมเข้าใส่ไป๋จินหยูดั่งคลื่นทะเลคลั่ง
ไป๋จินหยูยังคงยืนนิ่ง มือขวาของเขาวางลงบนด้ามกระบี่ช้าๆ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธแค้น ไร้ซึ่งความกลัว ราวกับว่าโลกทั้งใบได้หยุดหมุนลงตรงหน้าเขา
"วิถีกระบี่ที่หนึ่ง... ลมหายใจแห่งหุบเหว"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล พริบตานั้น แสงสีเงินวับวาวก็ปะทุออกจากฝักกระบี่ราวกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบผ่านม่านหมอก
*เคร้ง!*
เสียงอาวุธแตกหักดังกังวานไปทั่วจัตุรัส ยอดฝีมือทั้งสามที่กระโจนเข้ามาเมื่อครู่หยุดชะงัก ร่างกายของพวกเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง ก่อนที่รอยร้าวจะปรากฏขึ้นบนเกราะสีเงิน และรอยเส้นเลือดสีแดงฉานค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่ลำคอของทั้งสามพร้อมกัน
เลือดสีดำสาดกระจายลงบนพื้นหินอัคนี ไป๋จินหยูหมุนตัวกลับหลังอย่างสง่างาม กระบี่จันทร์ดับสยบมารหวนคืนสู่ฝักด้วยจังหวะที่แม่นยำดุจนาฬิกาทราย
ทว่า ในขณะที่ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าของลานประลอง เป็นบุรุษร่างยักษ์ในชุดคลุมสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายกดขี่จนผู้คนรอบข้างต้องล่าถอยห่าง
"ไป๋จินหยู... เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าคนผู้นี้คือใคร?" บุรุษร่างยักษ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับชี้ดาบยักษ์ในมือมาที่คอของเขา "ข้าคือพี่ชายของศิษย์ที่เจ้าฆ่าทิ้งเมื่อสามปีก่อน วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อประลอง... แต่ข้ามาเพื่อเอาชีวิตเจ้า!"
ไป๋จินหยูหันกลับมา สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาที่แดงก่ำด้วยความเคียดแค้นของศัตรูที่คาดไม่ถึง และในวินาทีนั้นเอง จิตรับรู้ของเขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง...
มีอักขระเวทสีดำจางๆ กำลังสลักลงบนแผ่นหลังของเขาโดยไม่รู้ตัว และเสียงกระซิบจากความมืดในหัวของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง— 'ข้ากำลังรอให้เจ้าปลดปล่อยพันธนาการกระบี่นี้อยู่... เพื่อที่จะกลืนกินจิตวิญญาณของเจ้าเสีย!'
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนท่านนี้ หวังว่าท่านจะร่วมเป็นสักขีพยานในศึกตัดสินครั้งถัดไปนะครับ—มังกรครามท่องภพครับ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 14
การประลองใหญ่ระดับเมือง
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!