กลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์ในศาลาแปดเหลี่ยม ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นระริกด้วยความถี่สูงจนเกิดเสียงหึ่งต่ำๆ คล้ายพญาอินทรีร่ำไห้ท่ามกลางพายุฝน ไป๋จินหยูไม่ได้หันกลับไปมองเงาร่างอรชรที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เขายังคงจ้องมองรอยร้าวบนแผ่นศิลาประลองเบื้องล่าง รอยร้าวนั้นไม่ได้เกิดจากแรงปะทะทางกายภาพ หากแต่เกิดจากจิตสังหารอันเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากยอดฝีมือลึกลับเมื่อยามวิกาลที่ผ่านมา
"เจ้าประมาทเกินไปแล้ว จินหยู"
น้ำเสียงใสกระจ่างดั่งหยกกระทบกัน ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูเอ่ยขึ้น มู่หรงเสวี่ยก้าวผ่านม่านหมอกบางเบาเข้ามา นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยด้ายเงิน เส้นผมดำขลับรวบไว้ครึ่งศีรษะปักด้วยปิ่นหยกโบราณที่แผ่ไอเซียนจางๆ ดวงตาดอกท้อคู่มรกตมองตรงมายังแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เป็นดั่งฟ้าดินของนาง ในยุทธภพนี้ มีเพียงนางผู้เดียวที่กล้าเอ่ยตักเตือนมหาเทพผู้ทะนงตนเช่นเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นนี้
ไป๋จินหยูแค่นเสียงหัวเราะในลำคอแผ่วเบา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากคมคาย เขาสะบัดข้อมือเพียงนิด กระบี่ในมือพลันกลับเข้าฝักด้วยเสียงกริ๊งกังวานกังวานกังวาลดั่งระฆังทองคำ
"ประมาทรึ เสวี่ยเอ๋อร์..." เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายลึกล้ำยากหยั่งถึง "ในสายตาของข้า พวกมดปลวกที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดต่อให้ชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมกันนับหมื่น ชีวิตของพวกมันก็ยังไร้ค่าเกินกว่าจะทำให้ข้าต้องระแคะระคายผิว"
"แต่มันไม่ใช่แค่พวกมดปลวกทั่วไป" มู่หรงเสวี่ยก้าวเข้ามาประชิด กลิ่นหอมจางๆ ประจำกายของนางโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าสติสัมปชัญญะที่ตึงเครียดของเขาให้ผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด นิ้วเรียวดั่งหยกขาวแตะลงบนบ่ากว้างของเขาเบาๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยฉายแววกังวลที่หาได้ยากยิ่ง "สำนักอัคคีทมิฬ... และพรรคโลหิตหมื่นลี้ ได้บรรลุข้อตกลงลับกันแล้ว พวกมันใช้ 'ค่ายกลกลืนวิญญาณร้อยอสูร' เป็นเดิมพันในงานประลองครั้งนี้ เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันไม่ใช่ความเป็นหนึ่งในยุทธภพ แต่เป็นการดูดกลืนรากปราณของอัจฉริยะทุกสำนักเพื่อปลุกชีพมารกระบี่บรรพกาล!"
คำว่า 'มารกระบี่บรรพกาล' ทำให้แววตาของไป๋จินหยูหรี่แคบลงชั่วพริบตา ปราณกระบี่รอบกายระเบิดออกโดยไม่ตั้งใจจนเสาหินศาลาข้างกายเกิดรอยแตกร้าวเป็นทางยาว
ในอดีตชาติ สมัยที่เขายังดำรงตำแหน่งมหาเทพผู้ครองฟ้าดิน มารกระบี่ตนนี้เคยสร้างความปั่นป่วนจนทำให้แดนสวรรค์ต้องสั่นสะเทือน แม้สุดท้ายมันจะถูกผนึกไว้ด้วยค่ายกลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า แต่ไอพฤกษาโลหิตและจิตวิญญาณแห่งการฆ่าฟันของมันยังคงฝังรากลึกในใต้หล้า การที่คนรุ่นหลังกล้าใช้ชีวิตนับพันมาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยเพื่อปลุกมันขึ้นมา เท่ากับเป็นการเหยียบย่ำกฎเกณฑ์ของวัฏสงสารอย่างแท้จริง
"ช่างบังอาจนัก..." ไป๋จินหยูเอ่ยเสียงต่ำ ทว่าทรงพลังอำนาจจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "พวกมันคิดว่าใช้มารกระบี่เป็นข้อต่อรอง แล้วข้าจะไม่กล้าชำระแค้นเก่ารึ? เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้ากลัวว่าข้าจะพลาดท่าให้พวกมันอย่างนั้นหรือ?"
"ข้าไม่ได้กลัวว่าท่านจะพ่ายแพ้..." มู่หรงเสวี่ยส่ายหน้าช้าๆ แววตาเย็นชาทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่นางเก็บซ่อนไว้จากคนทั้งโลก "ข้าแค่วิตกว่า หากท่านต้องใช้พลังถึงขีดสุดเพื่อกวาดล้างพวกมันจนกระทั่ง 'บาปสวรรค์' ย้อนกลับมาสะท้อนร่าง... แผลเก่าในทะเลจิตของท่านจะกำเริบอีกครั้ง ข้า... ไม่อาจทนเห็นท่านต้องบาดเจ็บเพื่อคนไร้ค่าเหล่านั้น"
นี่คือความห่วงใยจากนางเซียนผู้สง่างามเย็นชา ผู้คนต่างร่ำลือว่านางคือเทพธิดาน้ำแข็งไร้หัวใจ แต่จะมีใครล่วงรู้เล่าว่า หัวใจดวงนี้ถูกมอบให้บุรุษตรงหน้าไปจนหมดสิ้นแล้ว และยอมแม้กระทั่งเอาชีวิตของตนเองเข้าขัดขวางหากมีสิ่งใดทำร้ายเขาได้
ไป๋จินหยูมองสตรีตรงหน้า ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นในอกที่ด้านชามานานนับร้อยปี เขายื่นมือออกไปโอบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ มู่หรงเสวี่ยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยอมปล่อยให้เขาดึงเข้าสู่อ้อมกอด ไออุ่นจากร่างกายของเขาทำให้นางผ่อนคลายลง
"วางใจเถอะ..." ไป๋จินหยูโน้มตัวกระซิบข้างใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่มแต่มั่นคงดั่งขุนเขา "ในเมื่อข้าได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่เพื่อทวงทุกอย่างคืน และเพื่อปกป้องเจ้า... ต่อให้เป็นเงื้อมมือของพญามยมาร สวรรค์ก็ไม่มีสิทธิ์พรากเจ้าไปจากข้าได้"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและเด็ดเดี่ยว ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าเหนือลานประลองที่เคยกระจ่างใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต เมฆหมorm ดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีม่วงเข้มที่ผ่าลงมากลางสนามประลอง!
*เปรี้ยงงงง—!*
แรงระเบิดของสายฟ้าทำลายค่ายกลป้องกันรอบสนามประลองจนแตกละเอียดเป็นจุล พร้อมกันนั้น เงาร่างนับร้อยในชุดคลุมสีดำสนิทก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน ล้อมรอบศาลาแปดเหลี่ยมไว้ทุกทิศทาง ผู้นำของพวกมันสวมหน้ากากอสูรทองคำ ปล่อยกลิ่นอายพลังขอบเขตราชันย์เทวะขั้นสมบูรณ์ออกมาข่มขวัญผู้คน
"ไป๋จินหยู! มู่หรงเสวี่ย! พวกเจ้าหนีไม่พ้นแล้ว!" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกดังสะท้อนก้องฟ้า พร้อมกับที่หน้ากากอสูรนั้นถูกถอดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อร้อยปีก่อน—ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักอัคคีทมิฬผู้ครอบครองเนตรมารโลหิต!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปด้วยกันนะครับ — มังกรครามท่องภพ
เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย•ตอนที่ 16
คำเตือนจากนางเซียน
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก กับสำนักรักที่เธอไม่ยอมปล่อย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!