นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 8

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
“วางมีดผ่าตัดลงเสียทีเถอะหมอ ถ้าคุณยังไม่หยุดจ้องร่างนั้นเหมือนมันจะลุกขึ้นมาสารภาพบาป เราคงไม่ได้กลับไปนอนถึงเช้าแน่” ร้อยตำรวจเอกธีร์พิงหลังกับบานประตูห้องดับจิต ไอเย็นยะเยือกของสถานที่ดูจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมุทะลุในแววตาของเขาเลยแม้แต่น้อย เขาขยี้บุหรี่ที่ไม่ได้จุดไฟลงในถังขยะข้างประตู ก่อนจะสบตาเข้ากับคนเบื้องหลังโต๊ะสเตนเลสตัวยาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับชั้นผิวหนังบริเวณลำคอของศพ หมอศรัณย์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น แสงไฟนีออนเหนือหัวสะท้อนบนสันจมูกโด่งคมสันจนดูคล้ายรูปปั้นที่ไร้ความรู้สึก เขากรีดมีดลงบนเนื้อเยื่อด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “ความตายไม่เคยรู้จักคำว่าเวลาทำงานหรือเวลาพักครับผู้หมวด ธีร์... ถ้าคุณรีบร้อนนัก ก็เชิญออกไปนั่งจิบกาแฟข้างนอกได้เลย แต่อย่าคาดหวังว่าผลการชันสูตรจะเสร็จทันก่อนที่คุณจะเปลี่ยนใจไปเชื่อสัญชาตญาณงมงายของตัวเองอีก” ธีร์เดินอาดๆ เข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ ความสูงของเขาทำให้เขาต้องก้มมองผลงานบนโต๊ะอย่างเลี่ยงไม่ได้ “สัญชาตญาณมันพาผมเจอหลักฐานที่พวกนักวิทยาศาสตร์วันๆ เอาแต่นั่งหลังขดหลังแข็งมองกล้องจุลทรรศน์อย่างคุณมองข้ามไปเสมอ จำที่ผมบอกได้ไหม? ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ตายเพราะขาดอากาศหายใจธรรมดา” หมอศรัณย์หยุดมีดในมือ เขาถอดถุงมือยางออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือซ้ายก่อนจะหันมาสบตาอีกฝ่าย ดวงตาสีเข้มของเขาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย “คุณกำลังพูดถึงรอยช้ำรูปพระจันทร์เสี้ยวที่กระดูกไฮออยด์งั้นหรือ?” ธีร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ความมั่นใจที่ฉาบไว้บนใบหน้าสั่นคลอนเล็กน้อย “คุณ... คุณเห็นมันแล้ว?” “ผมเห็นมันตั้งแต่ห้านาทีแรกที่ศพมาถึงครับ” หมอศรัณย์เดินเข้าหาธีร์จนระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากร่างกายของกันและกัน “คุณคิดว่ามันเป็นรอยนิ้วมือคนร้ายที่บีบคอใช่ไหม? แต่คุณพลาดไปจุดหนึ่ง ธีร์... แรงกดทับนั้นไม่ได้มาจากมือคน แต่มาจากเครื่องมือแพทย์ชนิดพิเศษ” ห้องดับจิตเงียบกริบจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำในมุมห้อง ธีร์นิ่งไป ครู่หนึ่งที่ความขัดแย้งในใจของเขากับหมอศรัณย์เริ่มหลอมรวมกันด้วยความสงสัย หมอผู้เย็นชากำลังก้าวข้ามขอบเขตหน้าที่เพื่อเผยสิ่งที่เขาสังเกตเห็น และนั่นทำให้ธีร์เริ่มเข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าถึงดูเหมือนกำลังแบกรับความลับบางอย่างที่หนักอึ้งไว้บนบ่า “เครื่องมือแพทย์...” ธีร์ทวนคำ เสียงของเขาเบาลง “งั้นคนร้ายก็ไม่ได้แค่ต้องการฆ่า แต่มันต้องการ ‘ทำลาย’ หลักฐานทางการแพทย์ที่อยู่ในร่างเหยื่อ” “ฉลาดขึ้นมาบ้างแล้วนี่ครับ” หมอศรัณย์ยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย “เหยื่อรายนี้ทำงานในคลินิกศัลยกรรมเถื่อน และรอยช้ำนั่นคือรอยกดของแคลมป์สำหรับดึงเนื้อเยื่อ ถ้าเราไล่ตามหาคลินิกที่ใช้เครื่องมือเกรดต่ำนี้ เราอาจจะเจอจุดเชื่อมโยงที่เชื่อมไปถึงคดีอุ้มหายเมื่อสามปีก่อน” ธีร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองไปยังใบหน้าของหมอศรัณย์ แววตาของตำรวจผู้ดุดันเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจที่ซ่อนเร้น “คุณพยายามหาคนผิดในคดีนั้นอยู่ใช่ไหม หมอ? คดีที่ทำให้อดีตคู่หมั้นของคุณกลายเป็นศพไร้ญาติในห้องแล็บที่ไม่มีใครยอมรับ” หมอศรัณย์ชะงักไป มือที่ถือถุงมือยางกำแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือด ธีร์ไม่ได้ซ้ำเติม แต่กลับวางมือลงบนไหล่ของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นครั้งแรกที่ไม่มีกำแพงแห่งอคติขวางกั้น “ผมไม่ได้จะยุ่งเรื่องส่วนตัว” ธีร์กล่าวเสียงต่ำ “แต่ถ้าเราจะล่ามันจริงๆ เราต้องทำงานเป็นทีม ไม่ใช่แค่หมอผ่าศพกับตำรวจสืบสวน แต่ต้องเป็นคู่หูที่มองเห็นสิ่งที่อีกคนมองข้าม” ก่อนที่หมอศรัณย์จะได้เอ่ยตอบ เสียงสัญญาณเตือนภัยของระบบตรวจจับการบุกรุกในห้องเก็บหลักฐานชั้นใต้ดินก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันทันทีโดยไม่ต้องนัดหมาย ธีร์ชักปืนออกมาจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว ส่วนหมอศรัณย์คว้าไฟฉายแรงสูงบนโต๊ะมาถือไว้ “มีคนพยายามเข้าไปในห้องเก็บตัวอย่างเลือดของเหยื่อรายที่สี่” หมอศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธแค้น “นั่นไม่ใช่แค่หลักฐาน แต่มันคือตัวตนของคนร้าย!” ทั้งคู่ก้าวออกไปจากห้องดับจิต มุ่งหน้าสู่ทางเดินมืดมิดที่นำไปสู่ชั้นใต้ดิน ขณะที่รองเท้าของพวกเขาเดินกระทบพื้นปูน เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังสวนขึ้นมาจากความมืดเบื้องหน้า—เป็นจังหวะที่มั่นคง แผ่วเบา และเต็มไปด้วยไอสังหารที่ทำให้อุณหภูมิในโถงทางเดินลดต่ำลงจนน่าขนลุก ธีร์หยุดชะงัก พร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งไปในความมืด หมอศรัณย์ส่องไฟฉายออกไป ทันใดนั้น แสงไฟก็กระทบเข้ากับรองเท้าหนังขัดมันของผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ตรงมุมทางแยก พร้อมกับถุงพลาสติกใสในมือที่บรรจุหลอดเลือดตัวอย่างที่เพิ่งถูกขโมยไปจากห้องเก็บหลักฐาน ชายคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของหมอศรัณย์แทบหยุดเต้น “ไม่ได้เจอกันนานนะ ศรัณย์... ไม่สิ ต้องเรียกว่า ‘ดร.นิติเวช’ ผู้แสนซื่อตรงสินะ” ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความจริงอันมืดหม่นไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%