“ถ้าคุณก้าวขาเข้าไปในนั้นโดยไม่มีหมายค้น เท่ากับคุณกำลังเอาตำแหน่งผู้หมวดไปทิ้งในถังขยะนิติเวชของผมนะครับธีร์”
เสียงทุ้มต่ำของหมอศรัณย์ดังขึ้นผ่านสมอลทอล์ก เสียงของเขาราบเรียบ ไร้อารมณ์ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสกดดันที่ทำให้ร้อยตำรวจเอกธีร์ต้องเม้มริมฝีปากแน่น ธีร์ในชุดแจ็กเก็ตหนังสีเข้มยืนหลบอยู่หลังตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่สนิมเขรอะ ห่างจากโกดังหมายเลขสี่ไม่กี่สิบเมตร กลิ่นอับชื้นของน้ำเค็มและน้ำมันเครื่องคละคลุ้งอยู่ในอากาศยามวิกาล
“ความยุติธรรมบางทีก็ไม่มีเวลาให้รอหมายศาลหรอกครับหมอ” ธีร์ตอบกลับเสียงเบาหวิว สัญชาตญาณของเขากำลังเต้นเร่าอยู่ในขมับ “คนพวกนั้นกำลังขนถ่ายของบางอย่าง... ของที่น่าจะเชื่อมโยงกับรอยแผลที่คอศพรายล่าสุด”
“สัญชาตญาณไม่ใช่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ครับ” หมอศรัณย์สวนกลับทันควัน “อย่าโง่เขลาเพียงเพราะความใจร้อน ถ้าคุณพลาด ร่างของคุณนั่นแหละที่จะต้องมานอนบนเตียงผ่าพิสูจน์ของผม”
ธีร์กดตัดสายทิ้งโดยไม่รอฟังคำตำหนิใดๆ อีก เขาไม่ได้เป็นคนโง่เขลาอย่างที่อีกฝ่ายปรามาส แต่ความเดือดดาลในใจที่เห็นคดีนี้ไม่คืบหน้าทำให้เขาต้องเลือกว่าจะเป็นตำรวจที่ทำตามระเบียบจนคนผิดลอยนวล หรือจะเป็น ‘ไอ้บ้า’ ที่ขุดความลับขึ้นมาจากหลุมศพได้ด้วยมือเปล่า
เขาสูดลมหายใจลึก ปลอกกระสุนในปืนพกถูกเช็กเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะพุ่งตัวออกไปในเงามืด ธีร์เคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบดั่งเสือจากัวร์ ลัดเลาะไปตามกองลังไม้ที่วางระเกะระกะ ภายในโกดังร้างแห่งนี้มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ๆ สะท้อนภาพชายฉกรรจ์สามคนกำลังแบกหีบเหล็กขนาดใหญ่ลงจากรถบรรทุกคันเก่า
*รอยเท้า...*
ธีร์สังเกตเห็นรอยเปื้อนดินโคลนสีแดงสดบนพื้นคอนกรีต มันไม่ใช่ดินจากท่าเรือแห่งนี้ แต่มันคือดินจากพื้นที่ป่าชายเลนทางเหนือ ซึ่งเป็นจุดที่เขาพบศพเหยื่อรายแรก ความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วร่าง ธีร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมถ่ายรูปเป็นหลักฐาน แต่ทว่า จังหวะที่นิ้วจะกดชัตเตอร์ รองเท้าบูทของเขาก็เหยียบลงบนเศษแก้วแตก
*เคร้ง!*
เสียงที่ควรจะเบาบางกลับดังก้องในความเงียบสงัดชายฉกรรจ์ทั้งสามหยุดชะงักพร้อมกัน พวกเขาหันขวับมาทางที่ธีร์ซ่อนตัวอยู่ทันที
“ใครวะ!” เสียงห้าวใหญ่ตวาดลั่น พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่กวาดผ่านช่องว่างระหว่างลังไม้มาอย่างรวดเร็ว ธีร์ตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาถีบตัวออกไปจากที่กำบัง พุ่งเข้าใส่ชายที่ใกล้ที่สุดก่อนจะคว้าคอเสื้อแล้วเหวี่ยงร่างนั้นกระแทกกับกำแพงไม้
การต่อสู้ตะลุมบอนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ธีร์แลกหมัดกับชายสองคนอย่างทุลักทุเล แต่ด้วยความที่ตัวคนเดียวและอยู่ในที่แคบ เขาเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบเมื่อถูกต้อนไปจนมุมที่มุมอับของโกดัง หนึ่งในนั้นชักมีดพกออกมาจากเอว แสงไฟสะท้อนคมเหล็กวาววับก่อนจะพุ่งเข้าหาหน้าท้องของธีร์
“ไปตายซะไอ้ตำรวจ!”
ธีร์เบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ แต่คมมีดก็ยังเฉี่ยวแขนเสื้อจนขาดวิ่น เลือดสีแดงสดซึมออกมาจากแผลที่แขนขวา เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายเตะเข้าที่ขาพับของคนร้ายจนทรุดลง ก่อนจะถอยกรูดไปจนชนกับบานประตูเหล็กที่ล็อกตาย
เขากำลังจนมุม... เสียงฝีเท้าของพวกมันเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ธีร์ควานหาปืนที่หลุดมือไป แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
ในวินาทีที่เขานึกถึงหน้าหมอศรัณย์ขึ้นมาจางๆ ว่า ‘ถ้าตายไปจริงๆ คงได้ไปนอนบนเตียงเหล็กเย็นๆ นั่นสมใจอยาก’ จู่ๆ ไฟทั้งโกดังก็ดับวูบลง ความมืดสนิทเข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว ท่ามกลางเสียงโวยวายของคนร้ายที่เริ่มเสียขวัญ
เสียงกระสุนปืนดังขึ้นหนึ่งนัด! ไม่ใช่ปืนของพวกคนร้าย แต่มันดังมาจากทางเข้าโกดัง ทิศทางของกระสุนเจาะเข้าที่บานพับประตูเหล็กจนพังครืนลงมา เปิดช่องว่างให้ธีร์ได้พุ่งตัวออกไปสู่ภายนอก
ธีร์วิ่งสุดฝีเท้าท่ามกลางความมืดโดยไม่หันกลับไปมอง เขาหนีตายมาจนถึงรถยนต์ที่จอดซ่อนไว้ หอบหายใจรุนแรงจนปอดร้อนผ่าว เมื่อก้าวขึ้นรถ เขาก็พบกับร่างหนึ่งที่นั่งรออยู่ตรงเบาะข้างคนขับ
หมอศรัณย์นั่งนิ่งสงบ ใบหน้าเรียบเฉยนั้นภายใต้แสงไฟสลัวจากหน้าปัดรถดูราวกับรูปปั้นที่ไร้หัวใจ แต่ในมือของเขากลับถือซองพลาสติกที่มีตัวอย่างเศษดินสีแดงที่ธีร์เพิ่งจะพบติดมากับรองเท้าของเขาเอง
“ผมบอกแล้วใช่ไหมครับว่าอย่าบ้าบิ่น” หมอศรัณย์พูดพลางวางซองหลักฐานลงบนตักธีร์ “แต่ดูเหมือนคุณจะโชคดีที่รอยเท้าพวกนั้น ไม่ได้มีแค่รอยรองเท้าของคนร้าย...”
หมอศรัณย์เลื่อนสายตาไปยังคราบเลือดที่แขนเสื้อของธีร์ ก่อนจะกดมือลงบนแผลนั้นอย่างแรงจนธีร์นิ่วหน้า
“เพราะนอกจากรอยรองเท้าแล้ว...” หมอศรัณย์กระซิบเสียงต่ำจนน่าขนลุก “คนที่อยู่ในโกดังนั่น... มีคนหนึ่งที่สวมรองเท้าเดียวกับคุณ... และคนคนนั้น ไม่ใช่คุณ”
ธีร์ชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาหันไปมองหมอศรัณย์ที่กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับว่าความลับที่เขาตามหามาตลอด ไม่ได้ซ่อนอยู่ในโกดัง... แต่อาจจะซ่อนอยู่ในกรมตำรวจที่เขาทำงานอยู่ทุกวัน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความจริงอันมืดหม่นไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ ดร.นิติเวช
นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 9
รอยเท้าในเขตหวงห้าม
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!