"ถอยไปธีร์!"
เสียงตวาดของหมอศรัณย์เฉียบคมบาดลึกราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนผิวหนังเนื้อเยื่อที่ไร้ชีวิต ความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านในห้องชันสูตรศพที่สามถูกสยบลงด้วยความเยือกเย็นอันน่ากลัวของนิติพยาธิแพทย์หนุ่มผู้ยึดมั่นในหลักวิทยาศาสตร์ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ใดๆ ในโลก
แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องกระทบพื้นกระเบื้องยางเคลือบเงา สะท้อนเงาร่างของร้อยตำรวจเอกธีร์ที่พุ่งเข้ามาประชิดโต๊ะสแตนเลสด้วยสัญชาตญาณดิบของตำรวจมือปราบ มือหนาของนายตำรวจหนุ่มคว้าด้ามปืนพกข้างเอวโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกราบจ้องมองไปยังร่างไร้วิญญาณบนเตียงที่เมื่อครู่... เพิ่งถูกยืนยันว่าเสียชีวิตสนิทมาไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมง
"หมอ... เมื่อกี้ผมไม่ได้หูฝาด หน้าอกมันขยับจริงๆ นะครับ!" ธีร์หายใจหอบกระชั้น ไอร้อนจากลมหายใจพ่นกระทบความเย็นยะเยือกของห้องแล็บจนเกิดเป็นไอจางๆ อะดรีนาลีนในตัวพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "อย่าบอกนะว่าหมอตรวจพลาด... อย่าบอกว่าปล่อยให้คนยังไม่ตายมานอนบนเตียงผ่าศพของผม!"
ศรัณย์ไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่งอยู่ในชุดกาวน์สีขาวเปื้อนคราบน้ำยาฟอร์มาลีน ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร่างของศพช้าๆ ราวกับเครื่องสแกนเนอร์ความละเอียดสูง ปลายนี้ดสแตนเลสในมือยังคงถือค้างไว้ นิ้วเรียวยาวไร้ความสั่นเทาแม้แต่น้อย
"ตั้งสติหน่อยครับผู้หมวด หัวใจมนุษย์ที่หยุดเต้นไปแล้วไม่มีทางกลับมาสูบฉีดเลือดได้เองด้วยปาฏิหาริย์ สิ่งที่คุณเห็น... หรือคิดว่าเห็น มันมีคำอธิบายทางกายวิภาคเสมอ"
น้ำเสียงของศรัณย์ราบเรียบและไร้อารมณ์ แต่มันกลับสร้างความหงุดหงิดให้แก่ธีร์ที่ใช้หัวใจนำทางชีวิตมากกว่าตัวเลขสถิติ
"วิทยาศาสตร์งี่เง่าของหมอเนี่ยนะที่จะอธิบายศพที่กำลังกระตุก!" ธีร์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะชันสูตรมากขึ้น หมายจะใช้มือเปิดผ้าดิบสีขาวที่คลุมร่างนั้นออกพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง
"หยุด!" ศรัณย์ยื่นมือขวางไว้ ปลายนิ้วเฉียดกับแผงอกของนายตำรวจหนุ่มเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายเฉพาะตัวของศรัณย์—กลิ่นของสารเคมีผสมกับความเย็นชา—ลอยปะทะจมูกของธีร์ในระยะประชิด "ถ้าคุณแตะต้องศพโดยไม่สวมถุงมือ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งหมดจะปนเปื้อน และถ้าคดีนี้พังเพราะความใจร้อนของคุณ ผมจะฟ้องผู้บัญชาการให้คุณกลับไปนั่งโต๊ะเขียนสำนวนคดีลักเล็กขโมยน้อยซะ"
บทสนทนาเชือดเฉือนระหว่างความตายและกฎหมายดำเนินไปท่ามกลางความกดดัน บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ธีร์กัดฟันกรอด ดวงตาสSบประกายความดื้อรั้น แต่ก็ยอมลดมือลงอย่างจำยอมเพราะรู้ดีว่าในดินแดนแห่งความตายนี้ ศรัณย์คือผู้กุมกุญแจดอกเดียวที่จะไขความจริง
"โอเค... ถ้ามันไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แล้วเมื่อกี้มันคืออะไรครับ หมออัจฉริยะ" ธีร์ถามลอดไรฟัน น้ำเสียงเจือความท้าทาย
ศรัณย์ไม่ตอบคำถามในทันที เขาก้มตัวลงต่ำ ใบหน้าห่างจากทรวงอกของศพเพียงคืບเดียว ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเพ่งพินิจรอยแผลผ่าตัดเปิดช่องอกที่เขาเพิ่งทำเสร็จไปหมาดๆ
ความเงียบงันปกคลุมห้องแล็บอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศและเสียงหัวใจของคนเป็นสองคนที่เต้นระรัวในจังหวะที่แตกต่าง
"ดูกล้ามเนื้อหน้าอกตรงนั้นสิครับ..." ศรัณย์เอ่ยขึ้นเบาๆ พลาญใช้ปลายคีบปลายแหลมเขี่ยบริเวณกระดูกซี่โครงซี่ที่สี่ "มันไม่ใช่การเต้นของหัวใจ... แต่เป็น Post-mortem spasm หรือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลังการตาย เกิดจากการสลายตัวของสาร ATP ในกล้ามเนื้อที่ยังเหลืออยู่ บวกกับอุณหภูมิในห้องนี้ที่เพิ่งลดต่ำลงอย่างกะทันหัน ทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อเกิดการกระตุกตัวครั้งสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่ภาวะแข็งทื่อสมบูรณ์ (Rigor Mortis)"
ธีร์กะพริบตาปริบๆ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความทึ่งปนความกระอักกระอ่วนใจเล็กๆ ที่ตนเองแสดงอาการตื่นตระหนกไร้ฟอร์มต่อหน้าหมอนิติเวชผู้หยิ่งทะนงคนนี้
"อ๋อ... เป็นทางวิทยาศาสตร์สินะครับ" ธีร์ถอนหายใจยาวเหยียด พลางใช้มือเสยผมชื้นเหงื่อของตัวเอง "เกือบทำให้ผมเสียฟอร์มต่อหน้าผู้หมวดสายดิ่งคนเก่งซะแล้ว"
"ความกลัวมักทำให้มนุษย์มองเห็นสิ่งที่อยากเห็นเสมอครับผู้หมวด และตำรวจอย่างคุณมักใช้จินตนาการนำทางหลักฐานอยู่เรื่อย" ศรัณย์เหลือบตามองคู่สนทนาด้วยหางตาก่อนจะหันกลับไปสนใจรอยแผลบนร่างผู้ตายต่อ "แต่... สิ่งที่คุณเข้าใจผิดเมื่อกี้ อาจไม่ใช่เรื่องไร้สาระไปซะทีเดียว"
คิ้วหนาของธีร์ขมวดเข้าหากันทันที "หมายความว่ายังไงครับ?"
ศรัณย์ไม่ตอบในทันที มือสวมถุงมือยางสีขาวยกเครื่องมือผ่าตัดขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขากลับความสนใจไปที่ช่องท้องส่วนล่างของผู้ตาย รอยกรีดแนวตั้งเปิดเผยให้เห็นชั้นไขมันใต้ผิวหนาเตอะสีเหลืองนวล ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของร่างไร้วิญญาณที่อิ่มเอิบไปด้วยโภชนาการ
"ไขมันใต้ชั้นผิวหนังมีความหนาถึงสามเซนติเมตร มากเกินกว่าปกติสำหรับคนที่มีรูปร่างผอมแห้งแบบนี้" ศรัณย์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบ
"ผู้ตายชื่อนายประเสริฐ เป็นพนักงานบัญชีบริษัทขนส่งเอกชน กินนอนในออฟฟิศ ชีวิตเรียบง่าย ไม่มีทางที่ไขมันจะสะสมหนาขนาดนี้ในเวลาอันสั้น" ธีร์สืบค้นข้อมูลในหัวขึ้นมาประกอบทันทีด้วยสัญชาตญาณนักสืบ
"ถูกต้องครับ..." ศรัณย์ใช้คีมถ่างชั้นไขมันหนานั้นออกอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง ภายในชั้นไขมันที่ควรจะมีเพียงเซลล์ไขมันและเส้นเลือดฝอย กลับมีเงาสัมผัสแปลกปลอมบางอย่างซ่อนอยู่ เงาสะท้อนสีดำสนิทที่ตัดกับสีเหลืองนวลของชั้นไขมันอย่างชัดเจน
หัวใจของธีร์กระตุกวูบเมื่อเห็นสีหน้าของศรัณย์เปลี่ยนไป
ความเย็นชาและนิ่งสนิทที่เคยฉาบอยู่บนใบหน้าของนิติพยาธิแพทย์หนุ่ม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเคร่งเครียดและประกายตาที่วาวโรจน์ขึ้นอย่างผิดปกติ ศรัณย์ค่อยๆ ใช้ปลายคีบโลหะคีบวัตถุสิ่งนั้นขึ้นมาจากหลุมลึกใต้ชั้นไขมันอย่างเบามือที่สุด ราวกับมันคือวัตถุระเบิดที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ
กริ๊ก!
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ วัตถุแปลกปลอมขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว สีดำสนิทและมีผิวสัมผัสขรุขระถูกยกขึ้นมาอยู่ใต้แสงไฟนีออน มันไม่ใช่เนื้องอก ไม่ใช่พยาธิ และไม่ใช่ก้อนเลือดคั่ง
"นี่มัน... อะไรกันครับเนี่ย?" ธีร์โน้มตัวเข้าไปใกล้จนจมูกแทบจะชนกับถุงมือของศรัณย์ กลิ่นอายความลึกลับแผ่ซ่านออกมาจากวัตถุก้อนเล็กๆ นั้น
ศรัณย์ไม่ตอบในทันที เขานำวัตถุชิ้นนั้นใส่ลงในหลอดทดลองแก้วใสกริ๊ง หยดน้ำยาเคมีบางชนิดลงไปเพื่อทำปฏิกิริยาเบื้องต้น ดวงตาคมกราบจ้องมองการเปลี่ยนแปลงสีของของเหลวภายในหลอดด้วยสมาธิขั้นสูงสุด
ผ่านไปสามวินาที... ของเหลวใสเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มจัด
ศรัณย์เงยหน้าขึ้นสบตากับร้อยตำรวจเอกธีร์ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตระหนักรู้ที่น่ากลัว
"นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมชิงทรัพย์หรือความแค้นส่วนตัวอย่างที่กองปราบสันนิษฐานไว้แต่แรกหรอกครับผู้หมวด..." ศรัณย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าทรงพลังจนกดทับบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลึกลงไปในความมืดมิด "แต่มันคือคดีซ่อนเร้นหลักฐานระดับชาติ และไอ้ก้อนโลหะเคลือบสารเคมีชิ้นนี้... มันกำลังบอกเราว่า นายประเสริฐคนนี้ ไม่ได้ตายเพราะหัวใจวาย... แต่เขาถูกใช้เป็น 'ตู้เซฟมีชีวิต' ที่ซ่อนความลับราคาแพงเอาไว้ใต้ชั้นไขมัน!"
ก่อนที่ธีร์จะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยในตึกนิติเวชก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งชั้น ไฟนีออนสีขาวกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องลงมาอาบร่างของเขาทั้งสองคนในความเงียบงัน
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องแล็บ พร้อมกับเสียงบิดกลอนประตูที่ถูกล็อกไว้จากด้านนอก!
***
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความจริงอันมืดหม่นไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 7
ความลับที่ซ่อนใต้ชั้นไขมัน
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!