นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 6

ศาสตร์แห่งการผ่าความจริง

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นจนแสบจมูกคละคลุ้งไปทั่วห้องเก็บศพใต้ดิน รอยหยดสีชาดสดๆ ยังคงพรูลงกระทบพื้นหินอ่อนขัดมัน ส่งเสียง "ติ๋ง... ติ๋ง..." เป็นจังหวะราวกับนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลัง ความเงียบงันในห้องเย็นจัดถูกฉีกกระชากด้วยแรงกดดันอันมหาศาลระหว่างชายสองคน ผู้ชายคนหนึ่งยืนกอดอกพิงชั้นวางเครื่องมือแพทย์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยราดรดด้วยน้ำแข็ง ขณะที่อีกคนกำลังคุกเข่าลงสำรวจรอยเลือดปริศนาที่เชื่อมโยงจากหีบเหล็กโบราณ ร้อยตำรวจเอกธีร์ใช้ปลายนิ้วแตะคราบเลือดนั้นเบาๆ ก่อนจะป้ายขึ้นมาดูใกล้ๆ แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยคำถาม เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนิติพยาธิแพทย์หนุ่มที่ยืนมองลงมาด้วยสายตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความรำคาญใจที่เจืออยู่จางๆ "คุณยังจะยืนกอดอกทำเท่เป็นรูปปั้นหินอ่อนอยู่ได้นานแค่ไหนครับ หมอศรัณย์" ธีร์เอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของนายตำรวจหนุ่มเจือความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด "ศพในหีบนี่เพิ่งตาย... หรือพวกมันกำลังเล่นตลกอะไรบางอย่างที่คุณรู้อยู่แก่ใจ" ศรัณย์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างใช้ความคิด เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้ร่างของนายตำรวจสืบสวน กลิ่นน้ำหอมบุรุษเจือจางปะปนกับกลิ่นฟอร์มาลีนลอยเข้าจมูก "ความตายไม่มีอารมณ์ขันหรอกครับผู้หมวด และศพก็ไม่เคยลุกขึ้นมาเดินเล่นยกเว้นในภาพยนตร์เกรดบีที่คุณคงชอบดู" ศรัณย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ "แต่รอยเลือดนี่... สดเกินไป อุณหภูมิห้องนี้ต่ำกว่าสิบห้าองศาเซลเซียส เลือดควรจะเริ่มจับตัวเป็นลิ่มภายในสิบนาที แต่นี่มันยังมีความหนืดระดับเดียวกับเลือดที่เพิ่งสูบฉีดออกจากหัวใจมนุษย์มีชีวิต" ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชิดตัวเข้าหาหมอศรัณย์จนไหล่เกือบชนกัน ดวงตาสองคู่จ้องลึกเข้าหากัน ประหนึ่งสนามประลองทางความคิดที่ไม่มีใครยอมใคร "แปลว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ก่อนที่เราจะมา... หรือไม่ก็มีหนอนในกรมของคุณ ที่จงใจทิ้งหลักฐานชิ้นนี้ไว้เพื่อปั่นหัวเรา" ธีร์กระซิบ เสียงของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่า "และผมพนันได้เลยว่า... คนคนนั้นรู้ว่าเรากำลังตามหาอะไรอยู่" ศรัณย์ไม่ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือความร้อนรุ่มของนายตำรวจตรงหน้า ดวงตาคมกริบของแพทย์หนุ่มกวาดมองสำรวจใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อจากความเครียด "คุณใช้สัญชาตญาณนำทางชีวิตและคดีความมาตลอดชีวิตราชการใช่ไหมครับผู้หมวด ธีร์..." ศรัณย์จงใจเอ่ยชื่อจริงของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงนัยยะบางอย่าง "แต่น่าเสียดายที่สัญชาตญาณของตำรวจมักพังทลายลงเสมอ เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ไร้ความปรานี" "และความจริงทางนิติวิทยาศาสตร์ของคุณก็มักจะเย็นชาจนมองไม่เห็นหัวใจมนุษย์!" ธีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มข้นด้วยความอึดอัดที่สะสมมานาน "คุณเก่งกาจในการชำแหละศพ หมอศรัณย์ แต่คุณไม่เคยเข้าใจเลยว่าเบื้องหลังรอยแผลเหล่านั้น มันมีเรื่องราวของความแค้น ความรัก และความเจ็บปวดที่ตัวเลขทางวิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งคู่ต่างตระหนักดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เกินกว่าจะควบคุมตามระบบราชการปกติได้แล้ว คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในหีบเหล็กนี้มีอำนาจมืดระดับสูงคอยบงการอยู่เบื้องหลัง หากพวกเขาเดินตามขั้นตอนของตำรวจทั่วไป สำนวนคดีคงถูกสั่งปิดและถูกกวาดซุกไว้ใต้พรมภายในยามเช้าวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน ศรัณย์ถอนหายใจยาวนานเป็นครั้งแรก เขากวาดสายตามองไปรอบห้องดับจิตที่มืดสลัว ก่อนจะหันมามองนายตำรวจหนุ่มที่ยังคงยืนจ้องเขาเขม็งราวกับเสือดาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ "เรามารenลากเส้นเขตแดนกันใหม่ดีไหมครับ..." ศรัณย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยียบเย็น "คุณอยากได้คนช่วยไขคดีแบบนอกระบบ ผมต้องการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุและบันทึกการสืบสวนลับที่ตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างคุณไม่มีสิทธิ์แตะต้อง" ธีร์หรี่ตาลงทันที สมองอันชาดฉลาดประเมินข้อเสนอในเสี้ยววินาที "คุณกำลังชวนผมทำผิดกฎระเบียบวินัยร้ายแรง หมอศรัณย์... รู้ตัวไหมครับ?" "กฎระเบียบมีไว้เพื่อปกป้องคนผิดและจำกัดกรอบคนทำงานที่อยากเห็นความจริงครับผู้หมวด" ศรัณย์ยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือเรียวยาวของแพทย์ผ่าศพแบออกอย่างมั่นคง "ข้อตกลงลับ... คุณแชร์ข้อมูลดิบทั้งหมดที่คุณมี รวมถึงเบาะแสจากสายลับใต้ดิน และผมจะใช้ศาสตร์การแพทย์ทั้งหมดที่กฎหมายห้าม มาถอดรหัสความลับที่ซ่อนอยู่ในร่างของผู้ตายเหล่านี้ให้คุณ" ธีร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของนิติพยาธิแพทย์ผู้เย็นชา เขาชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงที่จะสูญเสียทุกอย่าง กับโอกาสเดียวที่จะกระชากหน้ากากฆาตกรตัวจริงออกมา มือหนาของนายตำรวจหนุ่มยกขึ้นกุมมือเรียวนั้นไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านฝ่ามือบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและพันธะสัญญาที่ไม่อาจถอนตัวได้ "ตกลงครับ หมอ... แลกกันด้วยความลับ" ธีร์กล่าวเสียงต่ำ "แต่จำไว้ ถ้าคุณตอดข้อมูลผมฝ่ายเดียว ผมจะลากคุณลงนรกไปกับผมด้วยแน่นอน" "ยินดีครับผู้หมวด... นรกคงไม่หนาวเย็นเท่าห้องผ่าศพของผมหรอก" ศรัณย์ตอบรับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ทรงเสน่ห์และอันตรายในคราวเดียวกัน ทว่า... ในวินาทีที่มือของทั้งคู่ยังคงประสานกันอยู่เพื่อทำสัญญาลับ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝรุ่มเฟือยและหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นก้องกังวานจากทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องเก็บศพแห่งนี้ด้วยความเร็วสูง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามาทุกที... พร้อมกับเสียงเคาะประตูเหล็กหนาหนักสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด และเสียงตะโกนแหบพร่าจากเจ้าหน้าที่เวรยามที่อยู่นอกห้อง "หมอครับ! ผู้หมวด! รีบออกมาดูนี่เร็วเข้าครับ! ศพ... ศพในห้องแล็บที่สาม... มันไม่ได้มีแค่รอยเลือดหยด!" เสียงตะโกนนั้นขาดห้วงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "แต่หัวใจของศพ... มันเพิ่งกลับมาเต้นต่อหน้าต่อตาผม!" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%