กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟอร์มาลินคละคลุ้งผสมกับกลิ่นอายความอับชื้นยามวิกาลของห้องชันสูตรศพ มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้ผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อยสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในความสลัวของแสงไฟนีออนสีนวล กลิ่นนี้กลับกลายเป็นฉากหลังอันเงียบงันของความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นประกายไฟ
"ดูเหมือนว่า... คนตายจะไม่ได้แค่พูดได้นะครับผู้หมวด"
คำพูดของแพทย์นิติเวชหนุ่มยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของร้อยตำรวจเอกธีร์ ร่างสูงของนายตำรวจหนุ่มยืนพิงขอบโต๊ะสแตนเลสสำหรับผ่าตัด แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่ถูกควบคุมไว้ให้สม่ำเสมอ ดวงตาคมกริบจ้องมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสลับกับใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกของคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
ศรัณย์ปลดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างเชื่องช้า เสียง 'เป๊าะ' ของยางที่ ดีดกระทบกับผิวหนังข้อมือฟังดูชัดเจนในความเงียบงัด เขาวางถุงมือลงในถาดสแตนเลส ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แววตาของนิติพยาธิแพทย์หนุ่มไม่ได้เยียบเย็นจนไร้หัวใจอย่างที่ธีร์มักจะกล่าวหาในยามปกติ แต่มันกลับลึกซึ้งและว่างเปล่า ราวกับมหาสมุทรในคืนเดือนมืดที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากไว้เบื้องล่าง
"คุณกำลังเล่นกับความรู้สึกของคนตายนะหมอ" ธีร์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำของเขามีความแหบพร่าเล็กน้อยจากการอดนอนและแรงกดดันสะสม "บางที... วิทยาศาสตร์ของคุณมันอาจจะพิสูจน์ได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียว"
"เรื่องอะไรล่ะครับผู้หมวด?" ศรัณย์เลิกคิ้วเล็กน้อย ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะผ่าตัดอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของกันและกัน
"ความรู้สึกผิด" ธีร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟบางอย่างที่ถูกสุมไว้ "คุณเย็นชาใส่ทุกคดี ทำตัวราวกับมนุษย์ไร้หัวใจที่มองศพเป็นแค่ก้อนเนื้อชิ้นหนึ่ง... เพราะคุณกำลังพยายามกลบเกลื่อนความผิดพลาดครั้งใหญ่ในอดีตของคุณเองต่างหาก หมอศรัณย์"
บรรยากาศในห้องชันสูตรราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตาเดียว
ศรัณย์ชะงักไปเล็กน้อย ร่างกายที่เคยตั้งตรงผ่อนคลายลงช้าๆ แต่ดวงตาที่มองตรงมายังธีร์กลับคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่เพิ่งผ่านการลับคม เขาไม่ได้โกรธ ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก หรือแม้แต่จะหลบสายตา
"คุณคิดว่าผมเย็นชาเพราะผมไม่รู้สึกอะไรเลยอย่างนั้นสินะครับ" ศรัณย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง "คนเรามักจะตัดสินสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจเสมอ ผู้หมวด... คุณคิดว่าตำรวจอย่างคุณที่วิ่งไล่จับเงาของคนร้ายด้วยสัญชาตญาณ จะเข้าใจความจริงที่ถูกบันทึกไว้ในเนื้อหนังของศพมากแค่ไหน"
"ผมไม่ได้ใช้แค่สัญชาตญาณ!" ธีร์ก้าวเข้าไปประชิด ร่างกายเกร็งเครียดด้วยความอึดอัดที่สะสมมานานนับสัปดาห์ "ผมใช้ความเจ็บปวดของญาติผู้เสียหาย ใช้คราบน้ำตาของเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ และใช้ความยุติธรรมที่มันควรจะได้รับการชำระ! แต่คุณล่ะหมอ? คุณขังตัวเองอยู่แต่กับกลิ่นน้ำยา ดมกลิ่นความตายทุกวันจนลืมไปแล้วหรือเปล่าว่ามนุษย์เป็นๆ เขารู้สึกยังไง"
หมอศรัณย์นิ่งเงียบไป ปล่อยให้ความโกรธเกรี้ยวของนายตำรวจหนุ่มพรั่งพรูออกมา ราวกับเขากำลังมองดูเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังระบายความคับข้องใจกับกำแพงทึบ แต่ลึกเข้าไปในแววตาคู่นั้น มีร่องรอยของรอยร้าวบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
"คุณอยากรู้ไหมล่ะครับว่าทำไมผมถึงเกลียดความผิดพลาด" ศรัณย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะหยุดคำพูดทุกคำของธีร์ได้ทันที
นิติพยาธิแพทย์หนุ่มหันหลังเดินไปที่อ่างล้างมือ เปิดก๊อกน้ำให้ไหลรินผ่านฝ่ามือที่ขาวซีด สายน้ำเย็นเฉียบไหลวนรอบนิ้วมือคู่ที่เคยใช้ผ่าตัดความลับนับร้อยศพ
"เมื่อห้าปีก่อน... มีเคสหนึ่งเข้ามาที่นี่" ศรัณย์เริ่มเล่าโดยไม่หันกลับมามอง เสียงน้ำไหลกลายเป็นฉากหลังอันวังเวง "เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ถูกส่งมาในฐานะอุบัติเหตุทางถนน ร่างกายแหลกเหลว ไร้ลมหายใจ ในฐานะแพทย์ฝึกหัดในตอนนั้น ผมสรุปผลชันสูตรตามตำรา... อุบัติเหตุจากการประมาทของคนขับรถบรรทุก"
ธีร์ขมวดคิ้วแน่น ความเกรี้ยวกราดในแววตาค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นใหม่
"แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นใช่ไหมครับ?" ธีร์ถามเสียงเบา
ศรัณย์ปิดก๊อกน้ำ หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับมือช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับนายตำรวจหนุ่มอีกครั้ง แสงไฟนีออนสะท้อนเงาบนใบหน้าด้านหนึ่งของเขา ทำให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากที่เกิดจากการกัดเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ในอดีต
"สามเดือนหลังจากนั้น... แม่ของเด็กผู้หญิงคนนั้นฆ่าตัวตายในห้องพัก" ศรัณย์เงยหน้าขึ้นสบตาธีร์ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อยด้วยความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือน "และจดหมายลาตายของเธอทิ้งข้อความสั้นๆ ไว้ว่า *'ลูกสาวฉันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ... แต่กฎหมายและหมอเลือกที่จะเมินเฉย'* "
ธีร์รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยน้ำหนักมหาศาลที่กดทับลงบนหัวใจ
"รอยฟกช้ำบนแขนเด็กคนนั้น... มันไม่ใช่รอยจากการกระแทกกับคอนกรีตถนน" ศรัณย์ก้าวเดินเข้ามาใกล้ธีร์ทีละก้าว น้ำเสียงของเขานิ่งสนิทแต่มันสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "แต่มันคือรอยนิ้วมือของพ่อเลี้ยงที่ซ้อมเธอก่อนจะผลักตกบันได และผม... คือคนที่เซ็นรับรองใบมรณะบัตรที่ช่วยฆาตกรให้ลอยนวลด้วยความสะเพร่าทางวิทยาศาสตร์ของตัวเอง"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องชันสูตรอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความเจ็บปวดที่ทั้งสองคนต่างแบกรับไว้คนละด้าน
ธีร์มองหน้าแพทย์หนุ่ม ร่างสูงใหญ่ของนายตำรวจผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยามนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองช่างตัวเล็กเหลือเกินเมื่อเทียบกับบาปในใจที่ชายตรงหน้าต้องแบกรับมาตลอดห้าปี
มือหนาของธีร์ยื่นออกไปโดยไม่ทันรู้ตัว นิ้วมือแข็งกระด้างสัมผัสลงบนข้อศอกของศรัณย์แผ่วเบา เป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจที่ไม่ได้ถูกกลั่นกรองด้วยสมอง แต่มาจากสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ต้องการเยียวยา
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณทั้งหมดหรอกหมอ..." ธีร์เอ่ยเสียงกระซิบ ดวงตาคู่นี้ทอดมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "คุณถูกหลอกโดยระบบ และคุณก็จ่ายค่าไถ่บาปนั้นด้วยการขังตัวเองไว้ที่นี่มาตลอดห้าปี"
ศรัณย์ก้มลงมองมือของธีร์ที่สัมผัสอยู่บนแขนของตน ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนสัมผัสถึงผิวหนัง มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่ได้สัมผัสนานนับปี ความรู้สึกที่บอกว่าเขายังคงเป็นมนุษย์... ไม่ใช่เครื่องจักรกลที่ทำหน้าที่ผ่าตัดศพ
มุมปากของศรัณย์กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่ธีร์เคยเห็นมา
"บางที... การที่ผมได้มาร่วมงานกับคุณ อาจจะเป็นบทลงโทษอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้นะครับผู้หมวด" ศรัณย์กระซิบตอบ น้ำเสียงเจือความเย้าหยวนจางๆ "เพราะคุณดึงผมออกจากหลุมศพที่ผมขุดไว้ฝังตัวเอง ให้กลับมาเผชิญหน้ากับความยุ่งเหยิงของโลกความเป็นจริงอีกครั้ง"
"ผมไม่ได้ดึงคุณมาเพื่อลงโทษสักหน่อย" ธีร์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด "ผมดึงคุณมา... เพราะผมต้องการสมองอันชาญฉลาดของคุณ เพื่อลากคอฆาตกรตัวจริงออกมาต่างหาก"
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา ความเศร้าหมองถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณอันเร่าร้อนและอันตราย ธีร์มองริมฝีปากของศรัณย์สลับกับดวงตาคมกริบคู่นั้น ขณะที่ศรัณย์เองก็ไม่ได้ถอยหนี เขากลับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนายตำรวจหนุ่ม ราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมุทะลุนั้น
มือของธีร์เลื่อนจากข้อศอกขึ้นมาสัมผัสที่ต้นคอของแพทย์หนุ่มแผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ บนผิวเนียนตรงท้ายทอย ทำให้ศรัณย์เผลอสูดหายใจเข้าลึกอย่างลืมตัว ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระรัวของกันและกันในความมืดมิดของสถาบันนิติเวช
"คุณนี่มัน... อันตรายกว่าศพในห้องนี้เสียอีกนะผู้หมวด" ศรัณย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร
"ระวังตัวไว้ให้ดีก็แล้วกันหมอ..." ธีร์ยิ้มมุมปาก แววตาส่อประกายท้าทาย "เพราะถ้าผมดึงคุณตกลงมาในโลกของผมจริงๆ คุณอาจจะไม่มีทางได้กลับขึ้นมาบนโต๊ะผ่าตัดอันแสนสงบของคุณอีกเลย"
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะเคลื่อนเข้าหากันเพื่อข้ามเส้นแบ่งเขตอันตราย
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันดังแผ่วเบามาจากทางประตูด้านหน้าห้องชันสูตร ซึ่งควรจะถูกล็อกสนิทและไม่มีใครมีสิทธิ์เข้าถึงในยามวิกาลเช่นนี้!
ธีร์ผละออกจากศรัณย์ในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งตัวไปคว้าปืนพกประจำกายออกจากซองใต้รักแร้พร้อมขึ้นลำอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองไปในความมืดที่มีเพียงแสงไฟสลัว
ศรัณย์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดหน้าห้องชันสูตร หน้าจอนั้นกำลังแสดงภาพกระพริบสีแดงเตือนภัย และข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*ระบบรักษาความปลอดภัยถูกแฮก... และมีไฟล์ข้อมูลใหม่ถูกอัปโหลดเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์หลักจากภายในห้องนี้เอง*
ศรัณย์หันขวับมามองหน้าธีร์ ดวงตาของแพทย์หนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตระหนักรู้ที่น่ากลัว
"ไม่ใช่แค่เราสองคนที่อยู่ในห้องนี้นะครับผู้หมวด..." ศรัณย์กระซิบเสียงลอดไรฟัน "และดูเหมือนว่า... มันกำลังฟังทุกคำที่เราเพิ่งสารภาพกันเมื่อครู่"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 15
ค่ำคืนแห่งการสารภาพ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!