นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 24

ในกรงขังแห่งความแค้น

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นไอโอลีโอเรซินของคราบเขม่าดินปืนและสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาในโพรงจมูก จนผมแทบแยกไม่ออกว่ากลิ่นไหนคือความตาย หรือกลิ่นไหนคือความพินาศที่กำลังจะมาถึง ห้องสืบสวนร้างชั้นใต้ดินของสถานีตำรวจนครบาลถูกลดทอนความสำคัญลงเหลือเพียงสี่เหลี่ยมมืดทึบ อากาศนิ่งสนิทจนกระทั่งเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของร้อยตำรวจเอกธีร์ดังสะท้อนก้อง ร่างสูงใหญ่ของนายตำรวจหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร บัดนี้กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ ปลายกระบอกปืนพกสีดำด้านของฆาตกรจ่อติดอยู่ขมับของ "พิมพ์ลภัส" นักข่าวสาวอิสระผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ และเป็นจุดอ่อนเดียวในชีวิตที่ธีร์พยายามปกป้องมาตลอด "วางปืนลง... ธีร์" เสียงทุ้มต่ำแต่สั่นเครือด้วยแรงแค้นของ "สารวัตรภาคภูมิ" อดีตนายตำรวจผู้สูญเสียทุกสิ่งจากคดีเมื่อห้าปีก่อนดังลอดไรฟัน ดวงตาของฆาตกรแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนราวกับจะระเบิด "แกทำให้ครอบครัวฉันต้องพังพินาศ ถึงตาแกบ้าง... ที่จะต้องลิ้มรสชาติของการสูญเสียคนที่รักที่สุดต่อหน้าต่อตา!" "อย่านะเว้ย! มึงอยากได้ชีวิตกู เอาไปสี่! แต่อย่าแตะต้องน้องกู!" ธีร์คำรามลั่น เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนจนมุม มือหนาที่ถือปืนสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้าคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ ผมยืนมองภาพนั้นอยู่หลังเสาคอนกรีตห่างออกไปสามเมตร ภายใต้ความมืดสลัวของห้องใต้ดิน แว่นตาเลนส์บางสะท้อนแสงไฟนีออนกะพริบวับ ความเย็นชาที่เป็นเกราะกำบังตามธรรมชาติของนิติพยาธิแพทย์ไม่ได้แปลว่าผมไร้ความรู้สึก แต่ในวินาทีนี้ สมองของผมกำลังคำนวณความน่าจะเป็นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ระยะห่างสามเมตร วิถีกระสุน แรงโน้มถ่วง และอัตราการตอบสนองของกล้ามเนื้อประสาท หากผมขยับ... ภาคภูมิเหนี่ยวไกใช้เวลาเพียง 0.2 วินาที ซึ่งเร็วกว่าความเร็วที่ผมจะพุ่งเข้าไปขวางอย่างแน่นอน มันเป็นเกมเดิมพันที่ผมไม่มีวันชนะด้วยกำลังกาย "หมอ..." เสียงของธีร์หลุดลอดออกมาด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาคมกู๊ดคู่นั้นหันมามองผม แววตาที่ปกติเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและท้าทาย บัดนี้อ้อนวอนราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะจมน้ำ "ช่วยน้องผม... ทำอะไรสักอย่างสิ หรือว่าความเป็นหมอผ่าศพของแก มันทำให้แกด้านชาจนเห็นชีวิตคนเป็นแค่ก้อนเนื้อไปแล้ววะ!" คำพูดเชือดเฉือนที่พยายามกระตุ้นความรู้สึกผิดในใจผม ไม่ได้ทำให้ผมไขว้เขว ตรงกันข้าม... มันยิ่งทำให้ผมต้องนิ่งสนิทและใช้สติขั้นสูงสุด ผมสบตากับธีร์นิ่ง ไม่มีความตื่นตระหนกในแววตาของผม มีเพียงประกายคมกริบของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังมองหา "รอยแตก" ในระบบที่สมบูรณ์แบบที่สุด "ความตายไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ธีร์" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท นุ่มนวลแต่มั่น "หุบปากซะไอ้หมอโรคจิต!" ภาคภูมิแผดเสียงตวาดลั่น ปลายกระบอกปืนกดลึกลงไปที่ขมับของพิมพ์ลภัสจนเธอสะอื้นไห้ตัวโยน "ถ้าแกขยับอีกนิดเดียว แม่นี่สมองกระจายแน่!" "คุณภาคภูมิครับ" ผมก้าวเท้าออกไปจากเงามืด ช้าๆ ทว่ามั่นคง มือทั้งสองข้างยกขึ้นระดับอกเพื่อแสดงความไร้อาวุธ แววตาคู่คมจดจ้องไปยังฆาตกรโดยไม่กะพริบ "คุณกำลังใช้ความตายของคนอื่น เพื่อล้างมลทินให้ความล้มเหลวของคุณเอง... แต่น่าเสียดาย ที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุ ไม่ได้บอกว่าคุณเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างที่คุณพยายามบอกตัวเอง" ภาคภูมิชะงัก สีหน้าของฆาตกรฉายแววสับสนวูบหนึ่ง ดวงตาสั่นระริก "แกพูดบ้าอะไร... หลักฐานอะไร ฉันเผามันหมดแล้ว!" "คุณคิดว่ารอยเขม่าดินปืนที่พبบนเสื้อโค้ทของคุณ มันล้างออกได้ด้วยน้ำยาซักผ้าแห้งอย่างนั้นหรือครับ?" ผมย่างสามขุมเข้าไปใกล้ทีละน้อย บังคับให้บทสนทนาเป็นเกราะกำบังดึงความสนใจของเขาออกจากไกปืน "สารละลายพาราฟินอาจจะปกปิดคราบได้ แต่ภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต... รอยคราบโลหะหนักจากกระสุนขนาด .38 ที่ฝังลึกในเส้นใยผ้าขนสัตว์ราคาแพงของคุณ มันยังคงเรืองแสงฟلูออเรสเซนต์ฟ้องความจริง ยิ่งกว่าคำสารภาพเสียอีก" "อย่าเข้ามานะเว้ย!" ภาคภูมิเริ่มหายใจติดขัด เหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงเชิงประจักษ์ที่ปฏิเสธไม่ได้ "ถอยไป!" "ผมไม่ได้จะเข้าไปทำร้ายคุณหรอกครับ..." ผมหยุดยืนห่างจากเขาเพียงสองเมตร สายตาคมกริบกวาดมองไปยังมุมห้องที่มืดทึบ ที่ซึ่งแผ่นกระเบื้องปูพื้นบางจุดมีรอยขูดขีดผิดธรรมชาติ "แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าปืนในมือคุณ... คือสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของคุณต่างหาก" ธีร์ขมวดคิ้วแน่น แม้จะยังอยู่ในห้วงความหวาดกลัว แต่มันสมองของนายตำรวจสืบสวนเริ่มทำงานตามสัญชาตญาณ สายตาของธีร์เหลือบมองตามสายตาของผมทันที "แกหมายความว่าไง..." ภาคภูมิถามเสียงสั่น พยายามกวาดสายตามองตาม แต่ก็ไม่กล้าละสายตาจากเหยื่อ "คุณคิดว่าการจับพิมพ์ลภัสเป็นตัวประกัน จะทำให้คุณกุมความลับทั้งหมดไว้ได้เหรอครับ?" ผมมุมปากยิ้มเยาะเล็กน้อย รอยยิ้มที่เย็นชาและทรงพลังพอที่จะสั่นประสาทคน "ความจริงก็เหมือนศพครับ... ต่อให้คุณฝังมันลึกแค่ไหน กลื่นเน่าของมันก็จะดันผืนดินขึ้นมาอยู่ดี" จังหวะนั้นเอง... ในเสี้ยววินาทีที่สมาธิของภาคภูมิถูกดึงดูดด้วยคำพูดและท่าทีที่คาดไม่ถึงของผม ธีร์ที่สะสมความโกรธและสัญชาตญาณดิบไว้จนถึงขีดสุด ไม่รอช้าที่จะคว้าโอกาสนี้ เพล้ง! เสียงหลอดไฟนีออนบนเพดานที่ธีร์ใช้เท้าเตะเศษเหล็กขึ้นไปกระแทกจนแตกละเอียด ส่งผลให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิทชั่วขีด "กรี๊ด!" เสียงพิมพ์ลภัสหวีดร้อง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นหนึ่งนัด แสงประกายไฟสีส้มวาบขึ้นกลางความมืด ตามด้วยเสียงร่างหนาสองร่างล้มกระแทกพื้นคอนกรีตอย่างรุนแรง เสียงหอบหายใจและเสียงยื้อยุดฉุดกระชากดังระงับสลับกับเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด "ธีร์!" ผมตะโกนเรียกชื่อเพื่อนร่วมทาง ท่ามกลางความมืดที่มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเงาทะมึนที่กอดรัดกันอยู่บนพื้น ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องใต้ดินทันทีหลังเสียงปืนเงียบลง มีเพียงหยดน้ำที่รั่วซึมจากเพดานกระทบพื้นปูนดัง ติ๋... ติ๋... เป็นจังหวะที่บีบหัวใจจนแทบหยุดเต้น แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวจากผนังด้านนอกสาดส่องเข้ามาผ่านช่องกระจกบานเล็ก เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึกลงไปถึงขั้วหัวใจ ร่างของร้อยตำรวจเอกธีร์นอนนิ่งสนิททับอยู่บนร่างของภาคภูมิ เลือดสีแดงฉานไหลนองแผ่ขยายเป็นวงกว้างบนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมช็อก... มือข้างหนึ่งของธีร์ที่กุมบาดแผลที่ท้อง กำลังสั่นระริกขณะที่พยายามเอื้อมไปหยิบบางสิ่งหล่นอยู่ข้างกาย มันคือ "กระดุมโลหะ" สลักตราสัญลักษณ์พิเศษ ซึ่งหลุดออกมาจากเสื้อของใครอีกคน... คนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้ตั้งแต่แรก พิมพ์ลภัสทรุดตัวลงร้องไห้โฮอยู่มุมห้อง เธอไม่ได้ถูกยิง แต่คนที่รับกระสุนแทนน้องสาวกลับเป็นธีร์... และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งกำลังเร่งรีบก้าวถอยห่างออกไปจากประตูห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงล็อกกลอนประตูดัง "กริ๊ก" จากภายนอกขังพวกเราไว้ในกรงมรณะ ผมรีบพุ่งเข้าไปคุกเข่าลงข้างกายธีร์ นิ้วเรียวยาวกดลงที่หลอดเลือดแดงที่คอเพื่อเช็กชีพจร ขณะที่ดวงตาคู่คมมองสบกับธีร์ที่กำลังจะหมดสติ "อย่า... เพิ่งตาย... หมอ..." ธีร์กระซิบแผ่วเบา เลือดทะลักออกจากมุมปาก "ข้างนอก... มันไม่ใช่... แค่ภาคภูมิ..." ประโยคสุดท้ายยังไม่ทันขาดคำ เปลือกตาของนายตำรวจหนุ่มก็ปิดสนิทลง พร้อมกับสัญญาณชีพที่อ่อนยวบลงอย่างน่าใจหาย... และในวินาทีนั้นเอง เสียงวิทยุสื่อสารที่เหน็บอยู่ที่กระเป๋าเสื้อของธีร์ซึ่งถูกทิ้งไว้บนพื้น ก็มีเสียงซ่าดังขึ้น ก่อนจะปรากฏเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูของ "ผู้บัญชาการอาวุโส" ดังลอดออกมาจากเครื่อง *"งานเลี้ยงเลิกราแล้วนะ... หมอศรัณย์ ขอบคุณที่ช่วยไขคดีให้จนจบ... แต่ศพต่อไป... น่าจะเป็นแกสองคน"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%