นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 23

หน้ากากที่หลุดลอย

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
"ความจริงไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรอกครับผู้หมวด... มันเป็นเพียงซากศพที่เน่าเปื่อย ช้าหรือเร็ว กลิ่นของมันก็จะโชยออกมาฟ้องโลกอยู่ดี" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของนายแพทย์ศรัณย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องชันสูตร ร่างสูงโปรดในเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาแต่เปื้อนคราบจางๆ ของน้ำยาฟอร์มาลีนกำลังใช้คีมสแตนเลสคีบชิ้นเนื้อเยื่อบางเฉียบเข้าสู่สไลด์แก้ว ปลายนิ้วเรียวยาวมั่นคงไม่มีแม้แต่รอยสั่นไหว แม้ว่าภายนอกห้องกระจกนิกรีตนั้น สถานการณ์กำลังพุ่งทะยานสู่จุดแตกหักที่อันตรายถึงชีวิต ร้อยตำรวจเอกธีร์ยืนค้ำโต๊ะสแตนเลสอีกด้าน แววตาคมกริบฉายแววเดือดดาลระคนเคร่งเครียด มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สัญชาตญาณนักสืบของเขาบอกชัดเจนว่าพวกเขากำลังเดินเข้าไปในกรงที่ถูกล่ามโซ่ไว้ล่วงหน้า แต่ความดื้อรั้นและภาระหน้าที่ก็ไม่ยอมให้ถอยหลัง "แต่ความจริงที่นายกำลังผ่าอยู่นี่แหละ ที่กำลังฆ่าเราทั้งคู่ทางอ้อม" ธีร์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลการวิเคราะห์ DNA ล่าสุด ซึ่งเชื่อมโยงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องกับบุคคลระดับสูงในกรมตำรวจและนักการเมืองผู้มีอิทธิพล "มันไม่ได้ส่งกลิ่นเหม็นธรรมดาแล้วหมอ... มันกำลังจะระเบิดใส่หน้าเรา" "ถ้ากลัวแรงระเบิด ผู้หมวดก็ควรออกไปยืนข้างนอกตั้งนานแล้วครับ" ศรัณย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาสนเท่ห์ภายใต้กรอบแว่นโลหะมองตรงมาที่นายตำรวจหนุ่มอย่างท้าทาย "ความลังเลคือพิษร้ายแรงที่สุดในห้องนี้ ยิ่งกว่าไซยาไนด์ในกระเพาะของผู้ตายเสียอีก" ก่อนที่ธีร์จะได้สวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนตามประเพณี เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสามก็กรีดแผดเสียงดังลั่นห้อง แสงไฟสีแดงฉานสลับขาวกะพริบวับวาบไปทั่วตึกสถาบันนิติเวช ระบบปรับอากาศหยุดทำงานทันที กลายเป็นความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมทางเดินด้านนอก กริ๊ด... เสียงล็อกประตูอัตโนมัติถูกควบคุมจากภายนอก ไฟฟ้าดับสนิท มีเพียงแสงไฟสำรองฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องลงมาทาบทับใบหน้าของทั้งสอง ประตูห้องชันสูตรเลื่อนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีเข้มเนี๊ยบกริบ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากอนามัยสีดำสนิท ดวงตาคู่คมกริบที่ปรากฏอยู่เหนือสันจมูกคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจเบ็ดเสร็จ ในมือของเขาไม่ได้ถือปืน แต่เป็นแฟลชไดรฟ์สีดำขนาดเล็ก และรีโมทคอนโทรลหน้าตารaรื่น "ยินดีต้อนรับสู่การแสดงรอบสุดท้ายครับ คุณหมอ และผู้หมวด" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnเอ่ยออกมาจากชายปริศนา เขาเดินเข้ามาอย่างไม่รีเวลาร้อน ราวกับเจ้าของสถานที่ที่แท้จริง ธีร์ชักปืนพกออกจากซองข้างเอวในเสี้ยววินาที ปากกระบอกปืนเล็งตรงไปที่หน้าอกของแขกไม่速เชิญทันที "หยุดอยู่ตรงนั้น! อย่าขยับ!" ธีร์คำรามลั่น เสียงสะท้อนก้องในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ชายสวมหน้ากากหัวנסเบาๆ ในลำคออย่างไม่ยี่หระ เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเชิงยอมจำนน แต่รอยยิ้มที่มุมปากภายใต้หน้ากากนั้นชัดเจนเสียจนศรัณย์ที่ยืนมองอยู่สังเกตเห็นได้ "ใจเย็นๆ ครับผู้หมวดปืนในมือท่านน่ะ ต่อให้ยิงผมทะลุหัวใจ ข้อมูลทั้งหมดที่ถูกเข้ารหัสไว้บนคลาวด์ก็จะถูกส่งไปยังสำนักข่าวระดับประเทศและองค์กรสิทธิมนุษยชนภายในสามวินาที... และเชื่อเถอะว่า ชีวิตของคนสำคัญหลายคน รวมถึงประวัติความผิดพลาดในอดีตของหมอศรัณย์เอง ก็จะถูกแฉจนไม่เหลือชิ้นดีเช่นกัน" ศรัณย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์แว่นหรี่ลง ร่างกายยังคงสงบนิ่งแต่สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง "คุณรู้เรื่องอดีตของผม..." "ไม่มีอะไรที่ผมไม่รู้หريكครับ หมอศรัณย์" คนร้ายก้าวเข้ามาอีกก้าว จนยืนอยู่ห่างจากโต๊ะชันสูตรเพียงช่วงแขน เขาวางแฟลชไดรฟ์สีดำลงบนกระเบื้องสเตนเลส เสียงกระทบกันเบาๆ ดังสะท้อนก้อง "ผมไม่ได้มาเพื่อฆ่าพวกคุณ... ผมมาเพื่อให้ 'ข้อเสนอ' ที่ปฏิเสธไม่ได้" ธีร์ขมวดคิ้วแน่น ปืนในมือยังคงเล็งนิ่ง "ข้อเสนออะไรของแก? คิดจะให้พวกเราก้มหัวให้คนชั่วแบบพวกแกงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!" "ความยุติธรรมไม่ใช่ของตายหรอกนะผู้หมวด มันเป็นสินค้าที่มีราคาค่างวดต่างหาก" คนร้ายหันไปสบตากับธีร์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองศรัณย์ "เงื่อนไขแรก... พวกคุณต้องปิดคดีนี้อย่างเป็นทางการ โดยสรุปว่าผู้ตายเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจากความประมาทส่วนตัว หลักฐานชิ้นสำคัญทั้งหมดในเซิร์ฟเวอร์นี้จะต้องถูกทำลายด้วยมือของหมอเอง" ศรัณย์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่แห้งแล้งและไร้ซึ่งความขบขัน "คุณกำลังขอให้แพทย์นิติเวชคนหนึ่งทำลายจรรยาบรรณ และบิดเบือนความจริงทางวิทยาศาสตร์ เพื่อแลกกับอะไรล่ะ? ความปลอดภัยปลอมๆ งั้นเหรอ?" "แลกกับการที่น้องสาวของคุณ... หมวดธีร์ครับ ผมคิดว่าท่านคงไม่อยากเห็นภาพเธอบนเตียงผ่าตัดห้องนี้ ในสภาพเดียวกับเคสนี้หรอกนะ" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กขนาดมหึมาที่ทุบลงกลางอกของธีร์ สติของนายตำรวจหนุ่มขาดผึ่ง เขาก้าวพุ่งเข้าประชิดตัวคนร้ายด้วยความเร็วสูง มือหนากระชากคอเสื้อสูทของอีกฝ่ายจนหน้ากากเกือบหลุดรอด "แก-ว่า-ยัง-ไงนะ!" ธีร์คำรามเสียงต่ำ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว ปืนในมือถูกเปลี่ยนเป้ามาจ่อที่ขมับของคนร้าย "แกทำอะไรน้องสาวฉัน!" "ผู้หมวด! ตั้งสติ!" ศรัณย์เอ่ยเตือนด้วยเสียงเฉียบขาด แม้หัวใจของเขาเองจะเต้นแรงขึ้นด้วยความตึงเครียด แต่ภาระหน้าที่ในฐานะผู้ควบคุมสถานการณ์บังคับให้เขาต้องรักษาความเยือกเย็นไว้ให้ได้มากที่สุด คนร้ายไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะเบาๆ อย่างเหนือกว่า ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่หน้าจอสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อ ภาพวิดีโอสด (Live) ของหญิงสาวหน้าตาคุ้นเคยกำลังถูกมัดติดกับเก้าอี้ในห้องมืดแห่งหนึ่ง ปรากฏขึ้นบนหน้าจอเล็กๆ "เธอยังปลอดภัยดีครับผู้หมวด... จนกว่าจะถึงเที่ยงคืนนี้" คนร้ายเอ่ยเสียงเรียบ "เลือกเอา ระหว่างความจริงที่ไม่มีใครจดจำ กับลมหายใจของคนที่คุณรักที่สุด" ศรัณย์มองภาพบนหน้าจอนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตามามองหน้าคนร้าย แววตาของนิติพยาธิแพทย์หนุ่มฉายแววคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึกลงไปในความมืดมิด "คุณฉลาดมากที่เลือกตัวประกันคนนี้..." ศรัณย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่ากลัวอย่างประหลาด เขายื่นมือออกไปหยิบแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะขึ้นมาพิจารณาช้าๆ "แต่คุณลืมคิดไปอย่างหนึ่ง... ว่าผมเกลียดที่สุดคือการถูกบงการโดยคนที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากาก" ศรัณย์กดปุ่มปลดล็อกที่ปลายแฟลชไดรฟ์ เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักของห้องชันสูตรที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ระบบอัตโนมัติบางอย่างเริ่มทำงานด้วยรหัสลับที่ถูกป้อนเข้าไปล่วงหน้า คนร้ายชะงัก รอยยิ้มใต้หน้ากากหายวับไปทันที "แกทำอะไร?!" "ผมไม่ได้ทำลายหลักฐานครับ..." ศรัณย์เงยหน้าขึ้นสบตาคนร้าย ตรงๆ รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ผมแค่อัปโหลดสำเนาทั้งหมดไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองที่อยู่นอกประเทศ... และตอนนี้ มันกำลังกระจายไปยังอีเมลของอัยการสูงสุดและสำนักข่าวทุกสำนักเรียบร้อยแล้ว" ดวงตาของคนร้ายเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีโมทในมือถูกยกขึ้นอย่างลิบลับเพื่อจะกดทำลายระบบ แต่ก่อนที่นิ้วนั้นจะกดลงไป เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นกังวานไปทั่วห้องชันสูตร กระสุนเจาะทะลุกระจกนิรภัยด้านนอกเข้าสู่ผนังเฉียดหัวคนร้ายไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของหน่วยสนับสนุนพิเศษที่พังประตูด้านหลังเข้ามา "ตำรวจหลวง! วางอาวุธทั้งหมดเดี๋ยวนี้!" แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความชุลมุนนั้นเอง คนร้ายกลับหัวเราะลั่นห้อง มือที่ถือรีโมทกดลงไปเต็มแรง พร้อมกับดึงหน้ากากของตัวเองออก เผยให้เห็นรอยยิ้มสุดท้ายก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นด้วยสารพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากแคปซูลจิ๋วใต้ลิ้น ศรัณย์และธีร์พุ่งเข้าใส่ร่างนั้นทันที ธีร์ฉีกหน้ากากออกเพื่อดูใบหน้าของผู้ตาย แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก ใบหน้านั้น... ไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่มันคือใบหน้าของผู้มีอำนาจที่เพิ่งเซ็นคำสั่งแต่งตั้งให้ธีร์เข้ามาทำคดีนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน และในวินาทีที่ศรัณย์เอื้อมมือไปตรวจชีพจรที่ลำคอ เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกัน หน้าจอแสดงผลภาพวิดีโอจากห้องขังนิรภัย... ที่ซึ่งควรจะมีศพของผู้ต้องหาคนแรกนอนอยู่ แต่ตอนนี้ มันว่างเปล่า พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาจากเบอร์นิรนาม: *"ความจริงที่พวกคุณตามหา... เพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหากครับคุณหมอ"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%