กลิ่นฟอร์มาลีนเจือจางในห้องผ่าศพยามวิกาลไม่เคยให้ความรู้สึกปลอดภัย แต่มันกลับซื่อตรงกว่าหัวใจมนุษย์หลายเท่า
เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจของผมที่พยายามควบคุมให้อยู่ในระดับปกติ แม้ว่าความจริงในมือถือสเตนเลสชิ้นเล็กๆ จะกำลังหนักอึ้งเสียจนปลายนิ้วชาดิ่ง
"คุณกำลังซ่อนอะไรบางอย่าง ศรัณย์"
เสียงทุ้มห้วนของร้อยตำรวจเอกธีร์ดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะชันสูตร ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มไม่ได้มองร่างไร้ญานวิญญาณบนเตียง แต่มันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผมราวกับต้องการจะผ่าตัดหัวใจผมออกมาตรวจหาชิ้นเนื้อแห่งความลับบ้าง
ผมวางเครื่องมือลง ชำเลืองมองแฟ้มเอกสารลับที่ซ่อนอยู่ใต้กองรายงานคดีฆาตกรรม อำนาจของหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นล่าสุดบอกผมชัดเจนว่า ฆาตกรตัวจริงไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นเงาที่คอยวิ่งไล่ล่าความยุติธรรมเคียงบ่าเคียงไหล่กับผมมาตลอดหลายเดือนนี้...
"ผมไม่ได้ซ่อนอะไร ธีร์" ผมตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ตามวิสัยของแพทย์ผู้คุ้นเคยกับความตาย "วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหก มันบอกผมว่ารอยนิ้วมือแฝงบนด้ามมีดคือหลักฐานชิ้นสุดท้าย และรอยแผลเป็นนั้นก็เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว"
"อย่ามาพูดจาภาษากฎหมายกับผมตอนนี้!" ธีร์ก้าวประชิดโต๊ะชันสูตร มือหนากระแทกกับขอบสเตนเลสดังปังจนร่างบนเตียงสะเทือน แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งตรงมาถึงความรู้สึกของผม "คุณเปลี่ยนไปตั้งแต่คืนที่เราได้ผลตรวจดีเอ็นเอชุดนั้น คุณหลบหน้าผม คุณแก้ผลแล็บ หรือคุณกำลังพยายามปกป้องใครบางคน... บอกความจริงผมมาสิเว้ย!"
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังระคนโกรธเกรี้ยว มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและความเน่าเปื่อยของสังคมกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง ภายใต้หน้ากากของความเยือกเย็น ผมเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันหากต้องทำลายความเชื่อมั่นทั้งหมดที่เขามีต่อผมด้วยมือของตัวเอง
ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เนตรสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าเคร่งเครียดของผมเอง
"ถ้าผมบอกคุณ... ความศรัทธาที่คุณมีต่ออาชีพตำรวจ จะยังเหลืออยู่ไหมล่ะครับ ธีร์" ผมเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าประโยคคำถามนั้นคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลึกลงไปในเนื้อเยื่อหัวใจของเขา
ธีร์ชะงัก ลมหายใจของนายตำรวจหนุ่มสะดุดกึก ดวงตาที่เคยดุดันเริ่มฉายแววไหวระริก เขารู้จักผมดีพอที่จะรู้ว่า ถ้าผมพูดประโยคนี้ออกมา แปลว่าความจริงมันเหี้ยมเกรียมเกินกว่าที่จิตใจมนุษย์ธรรมดาจะแบกรับไหว
ห้องชันสูตรตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำเก่าๆ ที่ดังต๊อกแต๊กคอยย้ำเตือนถึงเวลาที่กำลังไหลผ่านไปอย่างไม่ปรานี
ผมสูดหายใจเข้าลึก เตรียมจะเอ่ยปากเปิดเผยชื่อของฆาตกรที่ซ่อนอยู่หลังเครื่องแบบอันทรงเกียรติ เพื่อทำหน้าที่ของนิติเวชศาสตร์ที่ต้องกระชากความจริงออกมาจากความมืด แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยการพังทลายของมิตรภาพที่เราต่างฟันฝ่ามาด้วยกันก็ตาม
แต่ทว่า... ก่อนที่คำพูดคำแรกจะหลุดออกจากริมฝีปากของผม
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ มันไม่ใช่เสียงเคาะของเจ้าหน้าที่เวรเปล หรือเสียงรีบร้อนของตำรวจชุดสืบสวน แต่มันเป็นเสียงที่จงใจและเยือกเย็น ราวกับผู้มาเยือนรู้ดีว่าเรากำลังถกเถียงเรื่องอะไรกันอยู่ข้างในนี้
ธีร์หันขวับไปมองที่ประตูมือขวาแตะด้ามปืนที่พกอยู่ที่เอวโดยอัตโนมัติ ผมขมวดคิ้วแน่น ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
ลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนช้าๆ พร้อมกับบานประตูกระจกที่เปิดออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นร่างของบุคคลในเงาสลัวที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมเย็นจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 22
จุดแตกหัก
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!