“หมอ! อย่าเพิ่งขยับ!”
เสียงตะโกนของร้อยตำรวจเอกธีร์ดังก้องท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมห้องเก็บศพชั่วคราว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบสลับกับความมืดราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของใครบางคนในห้องนี้ กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนที่เคยฉุนกึกกลับจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ซึ่งหมอศรัณย์รู้ดีว่ามันคือกลิ่นของเลือดที่เพิ่งถูกปลดปล่อย
“ระบบความปลอดภัยถูกตัดขาดจากภายนอก” หมอศรัณย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าแฝงความหนักแน่น เขาไม่ได้หันไปมองธีร์ แต่สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นจดจ้องไปยังถุงใส่ศพใบหนึ่งที่วางอยู่บนเตียงสแตนเลส “นี่ไม่ใช่ระบบขัดข้องธรรมดา ธีร์... นี่คือการเจาะจง”
“เจาะจง? หมายความว่ายังไง!” ธีร์ขยับตัวเข้ามาชิดแผ่นหลังของศรัณย์ มือขวาชักปืนพกคู่ใจออกมาประจำการในท่าเตรียมพร้อม สายตาของตำรวจหนุ่มกราดมองไปรอบๆ ห้องที่เงียบเชียบจนน่าขนลุก
“ดูรอยร้าวที่กระจกนั่น” ศรัณย์ชี้ไปที่บานหน้าต่างห้องควบคุมที่อยู่เหนือขึ้นไป รอยร้าวเป็นรูปดาวกระจายบ่งบอกถึงแรงกระแทกจากวงนอก “ใครบางคนไม่ต้องการให้เราเห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นภายในนี้ และที่สำคัญกว่านั้น...”
หมอศรัณย์ก้าวเดินไปยังตู้เก็บแฟ้มประวัติคดีที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา เขาใช้มีดผ่าตัดเล่มเล็กที่พกติดตัวเสมอสะเดาะล็อกอย่างชำนาญ ก่อนจะดึงแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าออกมา เล่มที่เขาไม่ได้เห็นมานานถึงห้าปี แฟ้มคดี ‘วิสา กิตติธาดา’
มือของศรัณย์สั่นเทาเพียงเล็กน้อย—จังหวะที่ธีร์สังเกตเห็นได้แม้ในแสงสีแดงสลัว “หมอ นั่นมันคดีที่ทำให้หมอต้องออกจากนิติเวชกลางไม่ใช่เหรอ?”
“มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตผม” ศรัณย์เปิดแฟ้มออก ลายมือด้วยปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินเข้มที่ดูคุ้นตาปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกเสียบไว้ด้านใน ไม่ใช่รายงานผลชันสูตร แต่มันคือ ‘จดหมาย’
*‘ถึงคุณหมอผู้แม่นยำ... ความจริงที่คุณเห็นด้วยเลนส์ขยาย อาจไม่เท่ากับความจริงที่เน่าเฟะในใจมนุษย์ คดีของวิสา... คุณไม่ได้พลาดเพราะคุณไม่เก่ง แต่คุณพลาดเพราะคุณเชื่อในสิ่งที่พวกเขาอยากให้คุณเห็น ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนบงการความตายของเธอ ให้ไปที่ล็อกเกอร์หมายเลข 404 ของสถานีรถไฟเก่าที่ถูกปิดตาย... อย่าไว้ใจใคร แม้แต่เงาของตัวเอง’*
ธีร์ชะโงกหน้าเข้ามาอ่าน ข้อความนั้นทำให้เขานิ่งงันไปครู่ใหญ่ “ลายมือนี้... มันเหมือนกับลายมือของสารวัตรอรรถพล ที่เสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน”
“อรรถพลไม่มีทางเขียนจดหมายนี้ได้ เว้นเสียแต่ว่าสิ่งที่บันทึกไว้ในนิติเวชเมื่อห้าปีก่อนจะเป็นแค่ฉากบังหน้า” ศรัณย์พับจดหมายเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อกาวน์ แววตาของเขาเปลี่ยนไป จากความเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “ธีร์ คุณจำได้ไหมว่าทำไมวันนั้นผมถึงสรุปผลการชันสูตรว่าเธอฆ่าตัวตาย?”
“เพราะหลักฐานทางเคมีในกระเพาะอาหารเธอระบุว่าเธอได้รับยาเกินขนาดเอง” ธีร์ตอบพลางขมวดคิ้ว
“นั่นแหละคือสิ่งที่ผมถูกหลอก” ศรัณย์แค่นยิ้มที่มุมปาก “ผมเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า ผลทดสอบนั้นถูกสลับผลแล็บตั้งแต่นาทีที่ศพมาถึงห้องชันสูตร ใครบางคนที่มีอำนาจเหนือระบบราชการในตอนนั้น คือคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องเก็บศพ ไม่ใช่ฝีเท้าของเจ้าหน้าที่เวรยาม แต่เป็นจังหวะการเดินที่มั่นคงและเงียบเชียบเกินกว่าคนปกติ
ธีร์ส่งสัญญาณให้ศรัณย์หลบหลังตู้เหล็ก เขาขยับไปยืนแนบกำแพงข้างประตู บรรยากาศภายในห้องบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ แสงไฟสีแดงกะพริบถี่ขึ้นเหมือนจะเตือนถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง
ประตูห้องเก็บศพค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของชายสวมชุดกันฝนสีดำที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน ทั้งที่ข้างนอกนั่นไม่มีเมฆฝนสักก้อน มือของชายคนนั้นถือซองพลาสติกที่มีอะไรบางอย่างบรรจุอยู่ข้างใน เขาเดินตรงไปยังเตียงที่มีศพวางอยู่ ราวกับรู้อยู่แล้วว่า ‘ความลับ’ ที่เขาตามหานั้นถูกค้นพบแล้ว
“คุณมาช้าไป” ศรัณย์ก้าวออกมาจากเงามืด กระบอกปืนของธีร์เล็งไปที่กลางหน้าอกของคนแปลกหน้าทันที
ชายในชุดกันฝนหยุดชะงัก เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แสงไฟสีแดงส่องกระทบใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยหน้ากากอนามัยสีดำ แต่ดวงตานั้น... ดวงตาที่หมอศรัณย์จำได้แม่นยำที่สุดในชีวิต
เขายื่นซองพลาสติกในมือให้ศรัณย์ ภายในนั้นคือ ‘เส้นผม’ สองเส้นที่มีรากผมติดอยู่ครบสมบูรณ์ พร้อมกับบัตรประจำตัวพนักงานชันสูตรของศรัณย์เอง... บัตรใบที่หายไปในคืนวันที่เขาทำคดีวิสาพลาด
“ถ้าอยากรู้ความจริง” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากภายใต้หน้ากาก “คุณต้องเริ่มผ่าตัดตัวเองก่อน หมอศรัณย์... เพราะคนที่ฆ่าเธอ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่มันคือ ‘ศรัณย์’ อีกคนหนึ่งที่อยู่ในกระจกเงาของกรมตำรวจ”
เสียงกระชากไกปืนดังขึ้น ธีร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นคนแปลกหน้าถอยหลังกลับไปที่หน้าต่างแล้วกระโดดหายไปในความมืดโดยไม่ลังเล ศรัณย์รีบวิ่งไปที่หน้าต่างและมองลงไป สิ่งที่เขาเห็นคือร่างของใครบางคนที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นสนามหญ้าด้านล่าง... และร่างนั้นสวมชุดกราวน์สีขาวแบบเดียวกับที่เขาสวมอยู่ไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดในตอนนี้นะครับ
ดร.นิติเวช
นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 13
จดหมายจากอดีต
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!