นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ•ตอนที่ 12

กำแพงแห่งอุดมการณ์

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
เสียงปิดล็อกประตูกระจกนิรภัยของห้องชันสูตรดัง *“คลิก”* ชัดเจน ท่าย์ทางของร้อยตำรวจเอกธีร์ที่กระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะสแตนเลสสตีล สะท้อนความเดือดดาลที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเปลวเพลิง กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและแอลกอฮอล์ที่คุ้นเคยในยามดึกสงัดไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งขับเน้นความเย็นชาของห้องนี้ให้ตัดกับความร้อนรุ่มในอกของนายตำรวจหนุ่มได้อย่างเจ็บแสบ หมอศรัณย์ยังคงก้มหน้าอยู่เหนือร่างไร้วิญญาณบนเตียง แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบสันหลังและกรอบแว่นโลหะของนิติพยาธิแพทย์หนุ่มผู้เยือกเย็น มือสวมถุงมือยางสีขาวยังคงขยับเขยื้อนคีมผ่าตัดอย่างแม่นยำ ราวกับเสียงตบโต๊ะเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมลงหวี่ที่บินผ่านหู “คุณเก็บมันไว้” เสียงของธีร์ต่ำทุบ ลอดไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบทอประกายความผิดหวังและโกรธเกรี้ยวพุ่งตรงไปยังแผ่นหลังของคนที่เขายอมเอาตำแหน่งและชีวิตเข้าแลกเพื่อร่วมงาน “ผมไม่ได้เก็บ ผมแค่… จัดการมันในวิธีที่ถูกต้อง” หมอศรัณย์ตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทราวกับกำลังรายงานสภาพอากาศของวันพรุ่งนี้ “วิธีที่ถูกต้องคือการส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ไม่ใช่เอาหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในคดีฆาตกรรมยัดใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์ของคุณแล้วทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้!” ธีร์สาวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะชันสูตร ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจที่กระแทกกระทั้นของนายตำรวจหนุ่ม ศรัณย์ค่อยๆ วางเครื่องมือลงบนถาดสแตนเลส เสียงเหล็กกระทบกันดังแกร็ก เขาถอดถุงมือยางออกช้าๆ ทีละข้าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับธีร์ แววตาหลังเลนส์แว่นคู่นั้นไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความนิ่งงันที่มักจะทำให้ธีร์สติหลุดได้ทุกครั้ง “คุณอยากได้หลักฐานชิ้นนั้นไปทำไมครับ, ผู้หมวดธีร์?” ศรัณย์เปิดฉากถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก “เพื่อเอาไปให้ผู้กำกับของคุณดู? เพื่อให้มันหลุดลอดไปถึงมือของคนที่อยู่เบื้องหลังโครงสร้างอำนาจเน่าเฟะนั่นในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง? หรือคุณแค่อยากรู้สึกว่าเป็น ‘คนดีผู้ผดุงความยุติธรรม’ ที่ทำตามขั้นตอน แม้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายคือความตายของพยานปากเอกอีกสักคน?” “อย่ามาใช้วิธีพูดจาดูถูกอุดมการณ์ของผมนะ, หมอ!” ธีร์พุ่งมือไปคว้าปกเสื้อกาวน์สีขาวของศรัณย์อย่างเหลืออด แรงกระชากทำให้ร่างของนิติพยาธิแพทย์ขยับตามเล็กน้อย แต่ดวงตาของศรัณย์กลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขายังคงมองลึกเข้าไปในดวงตาของตำรวจหนุ่มด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก—มันมีความเย้ยหยัน และในขณะเดียวกัน ก็มีความเวทนาเจืออยู่จางๆ “อุดมการณ์เหรอครับ?” ศรัณย์ทวนคำ น้ำเสียงต่ำทุบแต่ทรงพลัง “อุดมการณ์กินได้ไหมครับผู้หมวด? มันช่วยชุบชีวิตเด็กผู้หญิงที่ถูกยัดเยียดความตายให้บนโต๊ะนี้ได้หรือเปล่า? คุณใช้หัวใจนำทางสัญชาตญาณ... แต่วิธีการของหัวใจมันมักจะพาคนไปตายฟรีเสมอ ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไร และผมรู้ดีว่าศัตรูที่เราสู้ด้วยมันใหญ่โตเกินกว่าที่กระดาษหมายจับแผ่นเดียวจะทำอะไรมันได้” “แล้วคุณคิดว่าการเก็บมันไว้คนเดียวแล้วเล่นเกมเป็นฮีโร่ผู้โดดเดี่ยว มันจะช่วยให้คุณรอดไปได้เรื่อยๆ งั้นสิ?” ธีร์เค้นหัวเราะในลำคอ ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น “คุณคิดว่าคุณฉลาดที่สุด รู้ทุกอย่าง ควบคุมทุกอย่างได้สินะ หมอศรัณย์... คุณมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่ฝังใจกับอดีต จนไม่ยอมไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น!” คำพูดนั้นราวกับมีดผ่าตัดคมกริบที่กรีดลงตรงกลางแผลเก่าของศรัณย์พอดี ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียดที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่ง ศรัณย์นิ่งค้างไปเสี้ยววินาที ขากรรไกรของเขาขยับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิม “ถ้าความเห็นแก่ตัวของผมมันสามารถรักษาความจริงชิ้นสุดท้ายของคดีนี้ไว้ได้... ผมก็ยินดีที่จะแบกรับคำว่าคนเลวในสายตาของคุณ, ผู้หมวด” ศรัณย์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลุดจากการเกาะกุมของธีร์ มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแฟ้มคดีบนโต๊ะแล้วหมุนตัวเดินไปยังตู้เก็บเอกสารนิรภัยที่มุมห้อง การกระทำนั้นแสดงออกถึงการตัดบทสนทนาอย่างชัดเจน ซึ่งยิ่งทำให้ไฟโทสะในอกของธีร์พุ่งพล่านจนทะลุขีดจำกัด “คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจคนเดียว... ศรัณย์!” ธีร์ก้าวตามไปหมายจะกระชากตัวให้อีกฝ่ายหันมาคุยกันให้รู้เรื่อง ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของนายตำรวจหนุ่มจะแตะโดนตัวของนิติพยาธิแพทย์ เสียงบางอย่างก็ดังแทรกขึ้นมาจากความเงียบงัน *กริ๊ก... ติ๊ก...* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากช่องระบายอากาศเหนือเพดาน ทั้งศรัณย์และธีร์ชะงักกึก สัญชาตญาณดิบของคนทั้งคู่ทำงานพร้อมกันในเสี้ยววินาที ธีร์ละมือจากปกเสื้อของศรัณย์โดยอัตโนมัติ มือขวาตวัดไปที่ซองปืนพกข้างเอวอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องชันสูตรที่ตอนนี้กลับดูมืดทึบและอันตรายขึ้นมาถนัดตา หมอศรัณย์หันขวับกลับมามองหน้าธีร์ ดวงตาที่เคยเยชาฉายแววตระหนักรู้บางอย่าง ร่างสูงสง่าก้าวถอยหลังมาประชิดตัวธีร์โดยสัญชาตญาณ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยือกที่แล่นริ้วขึ้นตามสันหลัง ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของทั้งสองคน แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังเร่งรีบวิ่งอยู่บนทางเดินด้านนอก... กำลังมุ่งตรงมายังประตูล็อกของห้องชันสูตรแห่งนี้อย่างรวดเร็ว และแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่ติดอยู่เหนือประตูก็เริ่มกะพริบวาบขึ้น พร้อมกับเสียงระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลที่ตัดขาดอัตโนมัติอย่างไร้สาเหตุ! ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับผู้หมวดสายดิ่ง: ดิ่งลึกสู่ความลับที่ไร้ลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%