สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 14

ศัตรูที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"แฟ้มเอกสารนี้คงมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้คุณเข้าใจได้ว่า สถาปนิกชื่อดังระดับประเทศอย่างคุณกวินท์ จะกลายเป็นคนมือเปื้อนโคลนได้อย่างไร ถ้าหากโปรเจกต์นี้พังลงเพราะดีไซน์เนอร์ใต้สังกัดของคุณเอง" เสียงทุ้มต่ำแต่เคลือบไปด้วยความเยือกเย็นของธันวา ดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมวีไอพีของโรงแรมหรู เอกสารปึกหนาถูกผลักข้ามโต๊ะไม้สักขัดเงามาหยุดอยู่ตรงหน้าของรินรดา ภาพถ่ายในอดีตสมัยที่เธอยังเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานในบริษัทรับเหมาขนาดเล็กที่เคยล้มละลาย ปรากฏหราอยู่บนหน้าแรก พร้อมกับสัญญาค้ำประกันหนี้สินที่เธอไม่เคยคิดว่ามันจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใช้อีกครั้งในยามนี้ รินรดาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววท้าทายและดื้อรั้นมาตลอด ไหววูบไปชั่วขณะ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นตัวเลขมหาศาลบนกระดาษแผ่นนั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของอาชีพ แต่มันคือความลับที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี เพื่อไม่ให้ใครเอามาใช้ทำลายคนที่เธอแคร์ และที่สำคัญที่สุด... เพื่อไม่ให้เป็นภาระของคนตรงหน้า "คุณธันวา... คุณมันเล่นสกปรก" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือเรียวที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด "ผมไม่ได้เล่นสกปรก ริน... ผมแค่เป็นนักธุรกิจที่มองหาความได้เปรียบ" ธันวาแย้มยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวด้วยความเหนือกว่า "ทางเลือกของคุณมีไม่มากนัก ถอนตัวจากโปรเจกต์รีโนเวทโรงแรมนี้ซะ แล้วบอกกวินท์ว่าคุณไม่มีความสามารถพอที่จะร่วมงานกับเขา แค่นั้น... หนี้สินครอบครัวคุณก็จะหายวับไปกับตา แถมอนาคตในวงการออกแบบของคุณก็ยังปลอดภัย ไม่ต้องมามัวหมองเพราะอดีตเน่าๆ แบบนี้ด้วย" บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้ดีว่าธันวากำลังบีบให้เธอจนมุม หากเธอเลือกสู้ เธอก็อาจจะดึงกวินท์ลงมาจมดิ่งกับความอื้อฉาวเรื่องการทุจริตในอดีตของบริษัทเก่าที่เธอเคยพัวพันโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าเธอถอนตัว... หัวใจเธอกลับเจ็บปวดร้าวรานยิ่งกว่าถูกกรีดด้วยมีด เพราะนั่นหมายถึงการยอมพ่ายแพ้ให้กับคนสารเลว และต้องเดินออกไปจากชีวิตของผู้ชายปากร้ายแต่ใจดีคนนั้น ทั้งที่ยังรักหมดใจ ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงโปรดของกวินท์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบกวาดตามองคนทั้งสองด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที สถาปนิกหนุ่มปะทะสายตากับธันวาก่อนจะก้มมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของกวินท์ทันทีโดยไม่ต้องมีใครอธิบายความ "ดูท่าทางพวกคุณจะคุยกันสนุกสนานเป็นพิเศษนะครับ" กวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนธันวาชะงักไปเล็กน้อย "ถึงขนาดต้องเอาเอกสารขยะพวกนี้มาเปิดอ่านกันในเวลาทำงาน" "กวินท์..." รินรดาครางชื่อเขาเบาๆ ด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ในจังหวะนี้ กวินท์ไม่ได้หันไปมองเธอทันที เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างร่างบางที่กำลังสั่นเทา มือหนายื่นออกไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ด้วยท่าทีไม่ยี่หี้ ราวกับมันเป็นเพียงแค่เมนูอาหารราคาถูก ก่อนจะปิดฉากลงด้วยเสียงดัง *ปัง* จนธันวาต้องขมวดคิ้วมุ่น "คุณธันวาครับ..." กวินท์หันไปสบตากับคู่แข่งทางธุรกิจตรงๆ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา "วิธีสกปรกแบบนี้... ใช้ได้ผลกับคนอื่น แต่ไม่ใช่กับคนของผม" "คุณกวินท์ อย่ามั่นใจนักเลย เอกสารนั่นมัน..." "ผมไม่สนว่ามันคืออะไร!" กวินท์สวนกลับเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม "ต่อให้เธอเคยทำผิดพลาดอะไรในอดีต หรือต่อให้บริษัทเก่าของเธอจะเจ๊งยับเยินแค่ไหน... แต่วันนี้ ปัจจุบันนี้ เธอคือหัวหน้าทีมดีไซน์เนอร์ภายใต้สังกัดของผม และไม่มีหมาตัวไหนมีสิทธิ์มาไล่เธอออก ยกเว้นแต่ตัวผมเอง!" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมฝนให้เธอ น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บ ธันวาแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด "ปากดีนักนะคุณกวินท์ ระวังเถอะ... โปรเจกต์ร้อยล้านนี้พังคามือ คุณนั่นแหละที่จะเป็นคนล้มละลายคนต่อไป!" "เชิญคุณกลับไปคิดคำขู่ใหม่ให้มันสร้างสรรค์กว่านี้เถอะครับ" กวินท์เหยียดยิ้มเย็นชา "เพราะนอกจากคุณจะไม่ได้ที่ดินตรงนี้แล้ว คุณยังจะต้องเสียเวลามานั่งดูความสำเร็จของพวกเราไปจนตาแฉะด้วย... เชิญครับ!" ธันวากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกจากห้องประชุมไปอย่างหัวเสีย ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวลงอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงคุกรุ่น ภายในห้องที่เหลือเพียงแค่คนทั้งสอง กวินท์ถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวที่ยังคงนั่งก้มหน้าเม้มริมฝีปากแน่น เขาย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับเธอ นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ "ทำไมถึงไม่บอกผม?" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีคราบของความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุ "ฉันไม่อยากให้คุณเดือดร้อน..." รินรดากลั้นสะื้น เอ่ยเสียงเครือ "เพราะฉันคนเดียว ทำให้โปรเจกต์ของคุณ..." "ยัยโง่เอ้ย" กวินท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามือบางที่สั่นเทามาจับไว้แน่น บีบกระชับเพื่อส่งผ่านความอบอุ่น "คิดว่าผมเป็นใคร ห้ะ? แค่ขยะเปียกชิ้นเดียว ทำอะไรสถาปนิกอย่างผมไม่ได้หรอก... แล้วก็จำไว้เลยนะรินรดา ต่อจากนี้ไป มีอะไรต้องบอกผม ห้ามแบกไว้คนเดียวอีกเข้าใจไหม?" รินรดานิ่งงัดสบตาคู่คมที่ฉายแววคลั่งรักอย่างไม่ปิดบัง หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ ใบหน้าของเขยิบเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด "มองผมแบบนี้... หมายความว่าหายกลัวแล้วใช่ไหมครับ" กวินท์กระซิบเสียงพร่า แววตาลึกล้ำจนรินรดารู้สึกเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงมหาสมุทรแห่งความรู้สึก "ถ้าฉันบอกว่ายังกลัว... คุณจะปลอบฉันยังไงล่ะคะ" รินรดาแกล้งย้อนถามด้วยรอยยิ้มท้าทาย ทั้งที่หัวใจกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ กวินท์ชะงักไปนิดกับคำพูดหยอกเย้าของเธอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย เขายื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เริมฝีปากอิบอิ่มหมายจะทวงรางวัลคนปากเก่งสักที ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่ผลักประตูพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณกวินท์คะ! แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้บอร์ดบริหารฝ่ายลงทุนของบริษัทคู่แข่ง ส่งหนังสือแจ้งยกเลิกสัญญาเงินกู้กะทันหัน ทำให้บัญชีโปรเจกต์ของเราตอนนี้... ถูกอายัดแล้วค่ะ!" -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%