กลิ่นอายความอึดอัดลอยอบอวลจนแทบจะใช้มือคว้าจับได้ ร่างสูงโปร่งของธันวายังคงยืนค้ำหัวด้วยรอยยิ้มเยาะที่เคลือบไว้ด้วยความกวนประสาทอย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่กวินท์ถอยหลังครึ่งก้าว นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นเงียบๆ บนสันกรามคมสันขึ้นเป็นสันนูนจากการขบกรามแน่น
ส่วนรินรดาน่ะหรือ... หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองศึก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง พลางจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่จากการผละหนีเมื่อครู่ให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
"ดูท่าทางผมจะมาขัดจังหวะสำคัญเข้าสินะครับ สถาปนิกกวินท์" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลากยาวเพื่อกวนอารมณ์ "แต่ก็นะ... งานออกแบบโรงแรมโปรเจกต์ใหญ่ระดับนี้ ถ้ามัวแต่เอาเวลามาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัว ระวังแบบร่างนั่นจะพังคามือเอาได้นะครับ คุณรินรดา"
รินรดาตวัดสายตากลับไปทันที ความประหม่าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธทันควัน เธอยืดตัวตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว
"เรื่องงานของพวกเรา ทางคุณธันวาไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ เอ้ย... ห่วงหรอกครับ" เธอกัดฟันเปลี่ยนสรรพนามเกือบไม่ทันเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาพิฆาตของกวินท์ที่ส่งสัญญาณเตือนมา "ดูแลโปรเจกต์ของตัวเองให้รอดจากการโดนยึดสัญญาเสียก่อนเถอะค่ะ... หมายถึง เถอะครับ!"
ธันวาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ผิดกับกวินท์ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาโดยไม่ทันตั้งตัว มือหนาเอื้อมมาฉวยแฟ้มงานบนโต๊ะไปถือไว้หน้าตาเฉย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็นจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ
"หมดธุระของคุณแล้วนี่ ธันวา ทางนี้กำลังประชุมเรื่องแบบกันอยู่ ถ้าไม่อยากเสียมารยาทเชิญออกไปทางเดิมครับ"
คำพูดห้วนสั้นแต่ทรงพลังนั้นทำเอาธันวาหุบยิ้มลงเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ยังไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้รินรดา
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณรินรดา ไว้เราค่อยคุยกันเรื่องข้อเสนอใหม่... นอกเวลางาน"
ประโยคทิ้งท้ายที่เจือความนัยประหลาดทำให้บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง ทันทีที่ร่างของธันวาพ้นประตูไปและเสียงปิดประตูดังขึ้น กวินท์ก็เหวี่ยงแฟ้มงานลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนรินรดาสะดุ้ง
"ยืนเหม่ออะไรอยู่!" เสียงทุ้มดุดันตวาดขึ้นทันที "ชอบใจนักหรือไงที่มีผู้ชายมาขายขนมจีบถึงในออฟฟิศเวลาทำงาน?"
รินรดาหันขวับ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ เธอไม่ได้กลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มผู้นี้เลยแม้แต่น้อย
"คุณกวินท์ พูดให้มันดีๆ นะคะ... เอ๊ย ครับ!" รินรดาแทบจะทึ้งหัวตัวเองที่เผลอหลุดเสียงผู้หญิงบ่อยครั้ง "ฉันจะคุยกับใคร จะมีใครมาจีบ มันเกี่ยวกับงานตรงหน้าตรงไหนวะคะ... ครับ!"
"เกี่ยวสิ!" กวินท์ก้าวเข้ามาประชิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน ร่างสูงโน้มตัวลงมา กักตัวเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันขอบโต๊ะไว้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวลอยเข้าแตะจมูกจนเธอหายใจไม่ทั่วท้อง "เพราะเวลาของคุณในตอนนี้... อยู่ในความรับผิดชอบของผม ห้ามไปสนใจไอ้เวรนั่น ได้ยินไหม"
คำว่า 'ห้าม' ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายเอาแต่ใจคนนี้ทำให้หัวใจที่สงบลงไปแล้วกลับเต้นรัวขึ้นมาอีกระลอก รินรดาเงยหน้าสบตากับนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายแววหึงหวงอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะร้ายกาจและเจ้าก้าוניเจ้าการ แต่มุมมองที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นกลับร้อนรุ่มและจริงจังเสียจนเธอไม่กล้าต่อปากต่อคำ
"คุณ... คุณมันเผด็จการชะมัด" เธอพึมพำเสียงเบา ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หดหายเหลือเพียงความสั่นไหวที่เจ้าตัวก็เกลียดนัก
กวินท์ชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออีกครั้ง ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นอย่างเคยตัว และริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก สถาปนิกหนุ่มผ่อนลมหายใจยาว ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่เขาเก่งเหลือเกินในการซ่อนเร้นไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา
มือหนาที่เคยกำแน่นเปลี่ยนเป็นเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่เส้นผมของเธอที่หลุดลุ่ยไม่เป็นทรง ยามที่สัมผัสโดนผิวแก้มเนียน รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง เธอตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ผมไม่ได้เผด็จการ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהแผ่วเบa ชิดริมใบหูจนขนลุกซู่ "ผมแค่... ไม่ชอบให้ใครมามองคุณด้วยสายตาแบบนั้น"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัวทำเอาโลกทั้งใบของรินรดาหยุดหมุนไปชั่วขณะ ความเย็นชาที่เธอเคยสัมผัสจากเขาก่อนหน้านี้พังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามานาน
เธอนิ่งอึ้ง เม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ของผู้ชายตรงหน้า สายตาที่พวกเขาสบกันมีแรงดึงดูดบางอย่างที่รุนแรงเสียจนแรงโน้มถัดของโลกดูไร้ความหมาย กวินท์ค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่บนพวงแก้ม
รินรดาหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุกหน้าอกออกมา เธอรู้ว่ามันอันตราย เธอรู้ว่านี่คือความสัมพันธ์ที่ห้ามก้าวล่วง แต่ความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ข้างในกลับต้านทานแรงดึงดูดนี้ไม่ไหว... ปลายนิ้วเรียวของเธอขยุ้มชายเสื้อเชิ้ตของเขาโดยไม่รู้ตัว เตรียมพร้อมรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น
กริ๊งงงงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบ ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่ไว้หน้าใคร
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ลืมตาขึ้นแล้วผลักอกกวินท์เต็มแรงจนชายหนุ่มเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าของเธอแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมด้วยความอับอายและตื่นตระหนก ส่วนกวินท์ขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด ดวงตาสีเข้มตวัดมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบด้วยความโกรธเกรี้ยว
รินรดารีบหันหลังให้เพื่อตั้งสติ พยายามสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"คุณกวินท์คะ! แย่แล้วค่ะ!" เสียงร้อนรนของเลขาหน้าห้องดังแทรกเข้ามาทันทีที่ประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต "มีตัวแทนจากบริษัทคู่แข่งบุกมาที่ชั้นล่าง ประกาศยกเลิกสัญญาโปรเจกต์และ... และพวกเขากำลังรื้อถอนแบบจำลองในห้องโถงใหญ่แล้วค่ะ!"
กวินท์หน้าถอดสี นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความเย็นชาไร้ปรานีจะกลับมาครอบงำใบหน้าของเขาอีกครั้งในพริบตาเดียว
ชายหนุ่มหันขวับมามองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะทำงาน แววตาคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่เขาจะคว้าสูทพาดบ่าแล้วก้าวฉับๆ ไปที่ประตู
"ตามผมมา"
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 13
ความรู้สึกที่ต้านทานไม่ได้
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!