สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 15

ความเงียบที่แทนคำพูด

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"แฟ้มโปรเจกต์ของบล็อก B ผมเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ คุณกวินท์... อ้อ แล้วก็เรื่องตารางงานสัปดาห์หน้า ผมทำสรุปส่งให้ทางอีเมลเรียบร้อยแล้วครับ ขาดเหลือตรงไหน แจ้งทีมเลขาได้เลยนะครับ" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบและเป็นทางการจนน่าใจหาย ไม่มีรอยยิ้มประชดประชัน ไม่มีประโยคยียวนกวนประสาทที่มักจะทำให้กวินท์ต้องคิ้วกระตุกทุกครั้งยามได้ยิน เธอยืนอยู่หลังโต๊ะทำงาน จัดระเบียบเอกสารทุกแผ่นด้วยความเรียบร้อยราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาอย่างดี ก่อนจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างอย่างชัดเจน กวินท์เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต นัยน์ตาคมกริบมองร่างบางที่วันนี้แต่งกายด้วยชุดสูทสีเทาเรียบกريบ ปราศจากเครื่องประดับหวือหวา เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยทักท้วงเรื่องแบบแปลนส่วนต่อขยายที่เขาจงใจส่งให้เธอนั่งแก้วันนี้ แต่ทว่า... ท่าทีที่ห่างเหินราatกับคนแปลกหน้า กลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ "คุณพูดเหมือนจะไม่ได้เข้ามาที่สำนักงานอีก" กวินท์วางแท็บเล็ตในมือลง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ "ผมก็แค่ทำหน้าที่ในส่วนของผมให้เสร็จตามสัญญาจ้างที่ปรึกษาครับ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เขากล่าวด้วยรอยยิ้มจอมปลอมที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา "อีกอย่าง... การที่เราเว้นระยะห่างในระดับที่เหมาะสม น่าจะส่งผลดีต่อตัวโปรเจกต์มากกว่า คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาคอยตามแก้ปัญหาจุกจิกที่ผมสร้างขึ้น... จริงไหมครับ" ประโยคท้ายเธอย้ำชัดเจน ทว่ามันไม่ได้ทำให้กวินท์รู้สึกชนะเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งหล่นกระแทกกลางอก ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว ทั้งที่ปกติแล้วห้องทำงานนี้มักจะมีเสียงถกเถียงเรื่องงาน หรือไม่ก็เสียงประชดประชันกันจนบรรยากาศร้อนระอุ แต่วันนี้... ความเงียบงันกลับเยียบเย็นจนน่าหายใจไม่ออก "รินรดา" กวินท์เรียกชื่อเต็มของเธอ น้ำเสียงดุดันและเผด็จการโดยธรรมชาติถูกงัดออกมาใช้เพื่อกดดัน "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่" "ผมไม่ได้เล่นเกมครับ ผมแค่กำลังทำสิ่งที่ควรทำตั้งนานแล้ว" รินรดายังคงรักษาท่าทีสงบเยือกเย็นได้อย่างน่าทึ่ง เธอโค้งศีรษะให้เล็กน้อยตามมารยาททางธุรกิจ "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะครับ" ร่างบางหมุนตัวหันหลังเดินออกจากห้องทำงานทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครได้เอ่ยอะไรต่อ ประตูห้องปิดลงพร้อมกับเสียงคลิกเบาๆ แต่ในความรู้สึกของกวินท์ มันดังสะท้อนก้องราatกับเสียงฟ้าผ่า กวินท์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง นัยน์ตาสีเข้มมองไปยังบานประตูปิดสนิท สมองอัจฉริยะที่มักจะคำนวณโครงสร้างและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเฉียบคมในเสี้ยววินาที กลับว่างเปล่าและปั่นป่วนจนน่าหงุดหงิด เขาหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นด้วยความเร็วที่สะท้อนถึงความร้อนรนในใจ... รินรดาถอยห่างแล้ว เธอถอยออกไปจากวงโคจรของเขาอย่างเด็ดขาดตามที่เคยลั่นวาจาไว้ และไอ้ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านที่ตีตื้นขึ้นมานี่มันคืออะไรกันวะ! ตลอดช่วงบ่าย กวินท์ไม่สามารถโฟกัสกับงานตรงหน้าได้เลยสักนิด ดีไซน์แปลนโรงแรมหรูที่ควรจะเสร็จตั้งแต่เมื่อวานยังคงค้างเติ่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ สายตาของเขามักจะเหลือบมองไปที่โต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามที่ว่างเปล่าเป็นระยะ ไม่มีเสียงกระแทกแฟ้มเอกสาร ไม่มีเสียงถอนหายใจแรงๆ อย่างขัดใจ และไม่มีแม้แต่เงาร่างบางที่มักจะถือแก้วกาแฟเดินผ่านมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยัน ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนั้นมีอิทธิพลกับความนิ่งสงบของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำ แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าสะท้อนเข้ามาผ่านกระจกใสบาน ภายในสำนักงานเหลือเพียงความเงียบงัน กวินท์ตัดสินใจสะพายกระเป๋าเอกสาร เดินดุ่มๆ ออกมาด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาทั้งวัน เขาตั้งใจจะขับรถกลับคอนโดฯ แต่เมื่อเดินผ่านห้องประชุมใหญ่ที่ปิดไฟมืดสนิท เขากลับสังเกตเห็นแสงไฟรำไรลอดออกมาจากใต้ประตู กวินท์ขมวดคิ้ว มือใหญ่ผลักประตูเข้าไปช้าๆ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก รินรดานั่งฟุบอยู่กับโต๊ะประชุมยาว ท่ามกลางกองเอกสารและแบบแปลนมากมาย มือเรียวยังคงถือปากกาค้างไว้ราวกับเผลอหลับไปในขณะที่กำลังทำงานหนัก ดวงตาคู่สวยปิดสนิท ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันน้อยๆ ใบหน้ายามหลarใหลนั้นดูเหนื่อยล้าจนน่าใจหาย รอยคล้ำใต้ตาจางๆ ฟ้องชัดเจนว่าหลายคืนมานี้เธอคงไม่ได้นอนเต็มอิ่มเลย ความโกรธ ความหงุดหงิด และความถือดีที่กวินท์พยายามสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านเธอตลอดทั้งวัน พังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกเจ็บแปลบในอกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน กวินท์ก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังหลับสนิทอย่างเงียบเชิด ไร้ซึ่งเสียงฝีปากและท่าทีเย่อหยิ่ง ร่างสูงย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น เพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ มือใหญ่ที่มักจะใช้จับปากกาและวางแผนโปรเจกต์นับพันล้าน เอื้อมออกไปหมายจะปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าเนียนนุ่มอย่างเบามือที่สุด แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนพวงแก้มเนียน รินรดาก็พลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำให้เธอปัดมือเขาออกทันที "คุณ... ทำอะไรของคุณ!" รินรดาลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปนความตื่นตระหนกยามเมื่อพบว่าใบหน้าของกวินท์อยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ กวินท์ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น นัยน์ตาสีเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่แม้แต่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึงว่าจะหลุดออกมาจากปากของสถาปนิกผู้หยิ่งผยอง "ผมสั่งให้คุณถอยห่าง... แต่ทำไมคุณถึงทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายเสียเองล่ะครับ รินรดา" รินริดาชะงักกึก ลลมหายใจติดขัด สมองขาวโพลนเมื่อสบเข้ากับประกายความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมของชายหนุ่มตรงหน้า --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมเดินทางอินไปกับความสัมพันธ์ที่น่าลุ้นนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%