"ถ้าคุณคิดว่าเส้นกราฟฟิกพวกนี้มันล้ำสมัยจนผมตามไม่ทัน คุณกำลังประเมินสถาปนิกคนนี้ต่ำไปรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นเหนือโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องโปรเจกต์ที่ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟ LED สีวอร์มไลท์ กวินท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขร่างแบบแผ่นใหญ่ นิ้วเรียวยาวของเขายังคงคีบดินสอดำ 2B หมุนวนไปมาด้วยความเคยชิน ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองลายเส้นแปลนสถาปัตยกรรมของรีสอร์ทริมคลอง ซึ่งถูกวางทับด้วยกระดาษโน้ตสีเหลืองแปะข้อความตอกกลับด้วยลายมือเฉียบคมของเธอเมื่อเย็นวาน
รินรดาที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายทันที เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับท่าทีคุมเชิงแบบผู้บริหารจอมเผด็จการของเขาแม้แต่น้อย
"ฉันไม่ได้ประเมินคุณต่ำไปหรอกค่ะคุณกวินท์ แต่ดูเหมือนว่าคุณต่างหากที่กำลังประเมิน 'ความเข้ากันได้' ของพื้นที่กับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ต่ำเกินไป" เธอย้อนกลับเสียงใส ปลายเสียงเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร "แปลนที่คุณแก้มาสามรอบนั่นน่ะ มันแข็งกระด้างเกินไป เหมือนตึกสำนักงานมากกว่ารีสอร์ทพักผ่อน คนมาเที่ยวเขาไม่ได้อยากมานอนในคุกกระจกติดแอร์เย็นเฉียบแล้วมองวิวผ่านกระจกหนาเตอะหรอกนะคะ"
กวินท์วางดินสอลงบนโต๊ะเสียงดัง *ก๊อก* เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธอยืนอยู่ ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงระยะหายใจ ความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมให้งานตัวเองมีรอยด่างพร้อย
"แล้วคุณอยากได้แบบไหนล่ะ หืม?" กวินท์โน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่ลดละ "อยากได้ความนุ่มนวล อ่อนโยน กลมกลืนกับธรรมชาติ จนโครงสร้างหลักมันพังไม่เป็นท่าอย่างที่คุณร่างมาในสเกตช์แรกงั้นเหรอ?"
"อย่างน้อยสเกตช์แรกของฉันมันก็ยังมี 'หัวใจ' ค่ะ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ดวงตาเป็นประกายวาวด้วยความถือดี เธอยกมือขึ้นกอดอกแน่นขึ้นไปอีกเพื่อสร้างเกราะกำบัง "ไม่ใช่เย็นชา ไร้จิตวิญญาณ และคำนวณแต่ตัวเลขผลกำไรกับความปลอดภัยแบบที่คุณทำอยู่ตลอดเวลา"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งพล่านจนแทบจะจับต้องได้ ความปากร้ายของกวินท์ปะทะเข้ากับความปากเก่งของรินรดาอย่างลงตัว ทุกครั้งที่พวกเขาเถียงกัน มันไม่ใช่การทะเลาะเพื่อเอาชนะ แต่มันคือการขัดเกลาความคิดสร้างสรรค์ที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนความใส่ใจเอาไว้ภายใต้คำพูดเชือดเฉือน
กวินท์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด สายตาของชายหนุ่มอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาทีโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับมันไว้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา—นับตั้งแต่เหตุการณ์ความผิดพลาดในโปรเจกต์ใหญ่ที่เกือบทำให้รินรดาถอดใจยอมแพ้—มันกำลังบีคั้นให้เขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อพิสูจน์ว่า เขานี่แหละคือคนที่ปกป้องงานของเธอได้ดีที่สุด
แต่คนอย่างกวินท์... จะให้มาเอ่ยปากง้อตรงๆ น่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว พลางเบนสายตาไปที่โต๊ะเขียนแบบด้านหลัง ซึ่งมีม้วนกระดาษพิมพ์เขียวชุดใหม่วางอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอเบาๆ
"เปิดดูสิ" เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แม้จะยังคงความเข้มขวดเอาไว้
รินรดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอคลายอ้อมแขนออกแล้วใช้ปลายนิ้วเรียวคลี่ม้วนกระดาษแผ่นนั้นออก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อไล่สายตาไปตามเส้นสายและรายละเอียดบนแปลน
มันไม่ใช่แปลนสำนักงานที่เธอต่อว่าเมื่อครู่... แต่มันคือการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างโครงสร้างคอนกรีตเปลือiผิวสัมผัสดิบเท่ที่เป็นลายเซ็นของกวินท์ เข้ากับระเบียงไม้สักโค้งรับลมธรรมชาติที่เธอเคยสเกตช์ไว้ในกระดาษเศษกระดาษแผ่นเล็กเมื่อสามวันก่อน ทุกมุม ทุกองศา และแม้กระทั่งการจัดวางแสงเงาในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ล้วนถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำด้วยฝีมือสถาปนิกอัจฉริยะ แต่มันกลับซ่อนความอ่อนโยนและพื้นที่สีเขียวที่เธอต้องการไว้อย่างครบถ้วน
"นี่มัน..." รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจระคนตื้นตัน เธอกวาดสายตามองหน้าเขาเพื่อหาคำอธิบาย
"ผมไม่ได้แก้ตามที่คุณพูดทั้งหมดหรอกนะ" กวินท์รีบตัดบทด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดแม้ใบหูของเขาจะขึ้นสีแดงจางๆ "ผมแค่... ลองคำนวณดูใหม่ แล้วพบว่าไอ้ความคิดเพ้อเจ้อเรื่องมุมมองพระอาทิตย์ตกของคุณ มันไม่ได้โง่เกินไปนักในแง่ของวิศวกรรมโครงสร้าง ก็เท่านั้นเอง"
"ปากแข็ง" รินรดาหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มนั้นสว่างไสวเสียจนทำให้ห้องทำงานมืดๆ สว่างขึ้นมาทันตาเห็น "คุณยอมรับมาเถอะว่าคุณแอบเอาสเกตช์ของฉันไปทำการบ้านเพิ่มใช่ไหมล่ะคะ คุณกวินท์"
"ผมคือนักออกแบบระดับโปรเฟสชั่นแนล รินรดา ผมไม่จำเป็นต้องขโมยงานใครมาทำหรอก แค่... หยิบเอาขยะไอเดียของคุณมาปัดฝุ่นใหม่ให้มันใช้งานได้จริงต่างหาก" กวินท์เชิดหน้าขึ้น ปากก็พูดจาขวานผ่าซาก แต่สายตากลับทอดมองรอยยิ้มของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นจนน่าประหลาดใจ
เขายื่นมือออกไปหยิบดินสอจากมือเธอ ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบา เกิดกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่างจนรินรดาต้องรีบชักมือกลับ ราวกับโดนความร้อนจากตัวเขาลวก กวินท์ฉวยโอกาสนั้นโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนพื้นที่ระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์โชยเข้าจมูกของหญิงสาว ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ
"แล้วก็..." กวินท์กระซิบเสียงต่ำ แววตาลึกล้ำจนรินรดาไม่กล้าสบตาตรงๆ "เลิกทำหน้าตาเครียดๆ แบบนั้นสักที... งานนี้ผมไม่ยอมให้มันพลาดอีกแน่ เพราะถ้ามันพลาด แปลว่าผมไม่มีปัญญาดูแลงานของคุณให้ดีพอ... และผมเกลียดความพ่ายแพ้"
คำพูดกำกวมที่แฝงความคลั่งรักแบบซึนๆ ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เธอเห็นแพขนตาหนาและเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคมคู่นั้นได้อย่างชัดเจน
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของคนทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทันใดนั้นเอง...
*ปัง!*
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงโปรดของธันวา คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ
"ขอโทษทีที่ขัดจังหวะเวลาสวีทหวานนะครับ... แต่ผมเกรงว่าโปรเจกต์รีสอร์ทร่วมทุนนี้ อาจจะไม่มีวันได้สร้างหรอกนะ... เพราะที่ดินแปลงนั้น ตอนนี้อยู่ในมือผมเรียบร้อยแล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมาครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 16
สถาปนิกหัวรั้นกับความผิดพลาด
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!