"ถ้าคิดว่าความเงียบนี้จะทำให้ผมใจอ่อนกับงานขยะชิ้นนี้ได้ คุณคิดผิดถนัดครับคุณรินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาดังแทรกผ่านความอึดอัดในห้องประชุมใหญ่ กวินท์นั่งไขว่ห้างประสานมือไว้บนตัก ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาคมปลาบจับจ้องไปยังร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ ความเงียบก่อนพายุใหญ่พัดถล่มที่ค้างคามาจากตอนที่แล้ว ถูกทำลายลงด้วยประโยคเชือดเฉือนตามสไตล์สถาปนิกจอมเผด็จการ
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แต่สีหน้าของเธอกลับเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มหยันในแบบที่ต่อให้เป็นศัตรูก็ยังต้องนึกชมในความใจกล้า
"งานขยะเหรอคะคุณกวินท์? แปลกจังนะคะ ทั้งที่โปรเจกต์นี้ฉันใช้เวลาศึกษาโครงสร้างประวัติศาสตร์ตึกเก่าของคุณจนแทบไม่ได้นอน แต่คุณกลับใช้สายตาอคติมองมันเป็นขยะ... หรือจริงๆ แล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่งานของฉัน แต่มันอยู่ที่คุณ ‘กลัว’ ที่จะยอมรับว่าดีไซน์ของฉันมันตีแผ่จุดบอดที่คุณจงใจซ่อนไว้กันแน่"
คมคาย เจ็บแสบ และตรงจุด
กวินท์ชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาที่มักจะหรี่มองด้วยความประเมินเปลี่ยนเป็นเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่ง—เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่ความตกใจฉายชัดในแววตา ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามความเคยชิน
ผู้หญิงคนนี้อันตราย ปากเก่ง ทันคน และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครเลยจริงๆ
แต่แทนที่เขาจะโกรธอย่างที่ธันวาหรือคนอื่นๆ คาดคิด กวินท์กลับรู้สึกว่าหัวใจจังหวะหนึ่งมันเต้นผิดเพี้ยนไปอย่างน่าหงุดหงิด เขากวาดสายตามองสไลด์งานนำเสนอแผ่นถัดไปที่รินรดากดเปลี่ยนอย่างฉับไว ดีไซน์การรีโนเวทโรงแรมเก่าที่ผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับโครงสร้างปูนเปลือยดั้งเดิม ปรากฏเด่นชัดบนจอภาพ
"ปากเก่งดีนี่ครับ" กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งให้โน้มมาข้างหน้าเล็กน้อย ศอกวางบนโต๊ะไม้สักทอง "งั้นไหนลองอธิบายให้ผมฟังหน่อยสิครับว่า ทำไมคุณถึงกล้าเสนอให้ทุบผนังรับน้ำหนักฝั่งตะวันออกทิ้ง ทั้งที่มันคือหัวใจหลักของงานวิศวกรรมที่คุณก็น่าจะรู้ดีว่า ถ้าคำนวณพลาดนิดเดียว ตึกทั้งหลังจะพังลงมาทับคุณคาที่"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมใหญ่ขึ้นอีกนิด ลดระยะห่างระหว่างเขากับเธอลงเพื่อแสดงความมั่นคง แววตาของเธอสบประสานกับนัยน์ตาสีเข้มของเขาโดยไม่หลบเลี่ยง
"เพราะผนังฝั่งตะวันออกไม่ได้แบกรับน้ำหนักโครงสร้างหลักอย่างที่คุณเข้าใจค่ะคุณกวินท์" รินรดากดรีโมทเปลี่ยนสไลด์เผยให้เห็นภาพโครงสร้างเอ็กซ์เรย์ที่เธอแอบไปค้นมาจากหอจดหมายเหตุ "จากการตรวจสอบแปลนโครงสร้างเดิมฉบับปี ค.ศ. 1980 เสาเข็มต้นที่สิบสี่คือจุดรับน้ำหนักที่แท้จริง ผนังที่คุณหวงนักหนาเป็นแค่ผนังอิฐมอญฉาบปูนที่ต่อเติมขึ้นทีหลังเพื่อกั้นห้องพักผ่อน ถ้าเราทุบมันออก เราจะได้พื้นที่เปิดโล่งที่เชื่อมต่อธรรมชาติภายนอกเข้ามาในตัวอาคารได้อย่างสมบูรณ์แบบ และที่สำคัญ..."
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย
"...มันจะทำให้มุมมองจากห้องสูทประธานมองเห็นวิวทะเลสาบได้แบบ 180 องศา ซึ่งเป็นจุดขายเดียวที่จะช่วยให้เราสบัดคู่แข่งอย่างบริษัทของธันวาให้หลุดจากวงโคจรธุรกิจนี้ไปได้ถาวรค่ะ"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันที ทุกถ้อยคำของรินรดารarช, ทั้งคมคายและหนักแน่นด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ เธอไม่ได้มาเพื่อเถียงเอาชนะด้วยอารมณ์ แต่เธอนำเสนอด้วยมันสมองและข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างหยดสุดท้าย
กวินท์นั่งนิ่งสนิท ดวงตาคมปลาบมองสไลด์สลับกับใบหน้าของหญิงสาวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความมั่นใจ เม็ดเหงื่อบางๆ ผุดขึ้นที่ขมับของเธอฟ้องว่าเธอเองก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน แต่เธอก็เลือกที่จะยืนหยัดสู้หน้าเขาอย่างสง่างาม
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... มุมปากด้านซ้ายของสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและปากร้ายที่สุดในวงการ ก็กระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างยากจะควบคุม
มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหยัน แต่มันคือ "รอยยิ้มที่มองไม่เห็น" ด้วยตาเปล่า—รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจและยอมจำนนต่อความสามารถของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างแท้จริง กวินท์เผลอยิ้มออกมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะรีบดึงใบหน้ากลับมาเป็นความเรียบเฉยเย็นชาอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าใครจะจับได้
ทว่า... รินรดากลับทันสังเกตเห็นมัน
ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ กวินท์... ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยยิ้มให้ใครนอกจากรอยยิ้มเย้ยหยัน เมื่อครู่เขา... ยิ้มให้กับงานของเธอเหรอ?
หัวใจของดีไซน์เนอร์สาวกระตุกวูบ เคมีบางอย่างที่ร้อนระอุและอันตรายพุ่งพล่านขึ้นมากลางอากาศระหว่างคนทั้งคู่ ชนิดที่ต่อให้มีคนสาดน้ำแข็งใส่ก็คงไม่สามารถดับความร้อนนี้ลงได้
"ใช้ได้..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ กวินท์ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปหารินรดาที่ยืนนิ่งค้างอยู่ห่างไปแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านจนรินรดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คุณยิ้ม..." รินรดาเผลอหลุดปากกระซิบ เสียงของเธอเบากว่าปกติ ดวงตาคู่สวยจ้องมองริมฝีปากของเขาที่เพิ่งคลี่ยิ้มออกมาก่อนหน้านี้
"ผมเปล่าครับ" กวินท์ปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะชิด ร่างสูงโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ดวงตาคมกريบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความประหม่า
"คุณตาฝาดไปแล้วครับคุณรินรดา คนอย่างผมไม่มีทางยิ้มให้งานดิบๆ แบบนี้หรอก... แต่..."
เขาหยุดพูดไปชั่วขณะ ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะเฉียดผ่านแก้มเนียนของเธอเมื่อเขาขยับเข้าไปกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบเบาๆ จนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"...ถ้าคุณอยากพิสูจน์ว่าผมชอบงานนี้จริงไหม คืนนี้อยู่เคลียร์ดีเทลต่อกับผมที่ห้องทำงานส่วนตัว... สองต่อสอง"
รินรดายังไม่ทันได้อ้าปากโต้แย้งกับคำพูดชวนคิดลึกนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างสูงของธันวา ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่เคลือบยาพิษ ในมือถือแฟ้มเอกสารบางอย่างพร้อมกับสายตาที่มองตรงมายังกวินท์และรินรดาด้วยความระแวง
"ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะความสวีท... พอดีผมมีเอกสารด่วนจากบอร์ดบริหารสำนักงานใหญ่ ที่ต้องการให้คุณกวินท์เซ็นอนุมัติเดี๋ยวนี้... เกี่ยวกับการถอดถอนโปรเจกต์นี้ออกจากการดูแลของคุณรินรดาครับ"
รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อโปรเจกต์ ส่วนกวินท์หันขวับไปมองธันวาด้วยแววตาดุดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลکคราบคามือ
โปรดติดตามตอนต่อไป...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของราชันย์หอกทมิฬเสมอมานะครับ!
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 10
รอยยิ้มที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!