สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 11

เมื่อกำแพงเริ่มพัง

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้สีโทนนั้นกับฟาซาดด้านทิศตะวันตก ผมคงต้องแนะนำให้คุณกลับไปเรียนวิชาวัสดุศาสตร์มาใหม่ตั้งแต่พื้นฐานนะครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องทำงานใหญ่ในยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบกรอบหน้าคมคายของกวินท์ สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและวาจาร้ายกาจราวกับติดใบมีดโกน เขานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแปลนพิมพ์เขียวและโมเดลสถาปัตยกรรม รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองชายหนุ่มทันที เธอยืนเท้าสะเอวอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยลายเส้นสเกตช์และตัวเลขคำนวณ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่เคยรวบไว้ลวกๆ เริ่มหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียกรอบหน้าเรียวเนื่องจากผ่านการทำงานติดต่อกันมาหลายชั่วโมง แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเปล่งประกายความดื้อรั้นท้าทายอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ "ถ้าคุณใช้สมองคิดวิเคราะห์ให้มากกว่าการนั่งกอดอกจับผิดฉัน คุณจะรู้ว่าสีโทนนั้นช่วยลดการสะท้อนแสงแดดช่วงบ่ายได้ดีที่สุด และมันเข้ากับคอนเซปต์ 'สถาปัตยกรรมสีเขียว' ที่คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติเองเมื่ออาทิตย์ก่อนด้วยซ้ำค่ะ คุณกวินท์!" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบทุกถ้อยคำ กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่ใกล้กับเธอ ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดแคบลงจนเหลือเพียงอากาศบางเบา กลิ่นกายหอมสะอาดเจือกลิ่นกาแฟเข้มๆ และบุหรี่มวนโปรดลอยแตะจมูก รินรดาชะงักไปเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เธอนิ่งค้างไปเสี้ยววินาทีเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าดวงตาคมก్రిบของเขากำลังมองจ้องลงมาอย่างพิจารณา ไม่มีแววตาหยิ่งผยองเหมือนเวลาปกติ มีเพียงความดุดันและประกายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งจนคนมองเผลอใจสั่น "ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." กวินท์พึมพำเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างเผลอไผล "แต่แปลก... เวลาที่คุณเถียงผมด้วยเหตุผลบ้าๆ พวกนี้ ทำไมผมถึงไม่อยากไล่คุณกลับบ้านเหมือนคนอื่นเขาสักที" "เพราะคุณเถียงฉันไม่ชนะต่างหากล่ะคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงการสบตากับนัยน์ตาคู่นั้นที่ทรงพลังเกินกว่าจะรับมือไหว หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นรัวผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด เธอยกมือขึ้นทัดผมที่ปรกลงมาเพื่อซ่อนรอยแดงจางๆ บนพวงแก้ม "ถอยไปหน่อยค่ะ คุณยืนล้ำเขตความเป็นส่วนตัวของฉันเกินไปแล้ว" "เขตความเป็นส่วนตัว?" กวินท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ "ในเวลางาน ตึกนี้ ที่ดินแปลงนี้ และตัวโปรเจกต์นี้... ไม่มีคำว่าความเป็นส่วนตัวสำหรับคุณหรอก รินรดา ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณ อยู่ในความรับผิดชอบของผมทั้งนั้น" คำพูดนั้นคล้ายมีพลังงานบางอย่างกดทับบรรยากาศรอบตัวให้ร้อนระอุขึ้นอย่างประหลาด ความใกล้ชิดในห้องทำงานที่ปิดทึบยามตีสอง ทำให้เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กลายเป็นสิ่งเดียวที่ได้ยิน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวผู้ชายคนนี้ กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกั้นระยะห่าง ดูเหมือนจะเริ่มพังทลายลงทีละน้อยจากความดื้อรั้นของเธอเอง ปมในอดีตเรื่องความมั่นคงในอาชีพที่เธอแบกรับไว้ ทำให้เธอไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่กับกวินท์... ความรู้สึกมันกลับซับซ้อนกว่านั้น เขาไม่ใช่แค่คู่กัดในที่ทำงาน แต่เป็นคนที่มองเห็นความสามารถของเธอจริงๆ แม้ปากจะร้ายกาจระดับร้อยแรงม้าก็ตาม กวินท์ทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้า นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ธันวา คู่ปรับตัวฉกาจที่จ้องจะฮุบที่ดินโรงแรม เข้ามาป่วนและจงใจพูดจาพาดพิงถึงโปรเจกต์นี้เพื่อสั่นคลอนความมั่นใจของรินรดา ภาพรอยยิ้มเยาะของธันวาในตอนนั้นยังติดตา และภาพร่องรอยความซีดเผือดบนใบหน้าของรินรดาก็ทำให้กวินท์รู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง เขาเกลียดการเห็นเธออ่อนแอ และเกลียดไอ้เวรตะไลคนไหนก็ตามที่กล้าทำให้เธอกลัว มือหนายื่นออกไปอย่างรวดเร็ว ปลายเรียวนิ้วอุ่นจัดแตะลงที่กรอบหน้าของหญิงสาวแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ "คุณ... ทำอะไรน่ะ" เธอถามเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามถอยหลังหนีแต่ติดขอบกระดานไวท์บอร์ด "ผมแค่รำคาญ..." กวินท์เอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบจับจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอ "รำคาญที่คุณชอบทำตัวเก่งไปเสียทุกเรื่อง จนบางทีผมลืมไปว่า... คุณเองก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่แบกรับอะไรไว้เยอะเกินไปเหมือนกัน" คำพูดนั้นนุ่มนวลกว่าทุกครั้งที่เคยได้ยิน มันไม่ใช่คำสั่ง ไม่ใช่การเหน็บแนม แต่มันคือความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความซึนเดระตามนิสัยของเจ้าตัว รินรดาชะงักงัน หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธ กลับเปลี่ยนเป็นสั่นไหวอย่างรุนแรงจนควบคุมไม่อยู่ ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึก จนเผลอลืมความหวาดระแวงไปชั่วขณะ มือบางเอื้อมขึ้นหมายจะปัดมือของเขาออก แต่ปลายนิ้วกลับไปสัมผัสโดนข้อมือหนาโดยไม่ได้ตั้งใจ กระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่างจนทั้งคู่ต้องหายใจติดขัด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลงเรื่อยๆ จนแทบหลอมละลายเข้าหากัน กวินท์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ปลายจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียน รินรดารับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรินอยู่ข้างแก้ม เปลือกตาของเธอค่อยๆ ปิดลงอย่างยินยอมพร้อมใจ ระยะห่างที่เคยมีถูกลบเลือนหายไปในความเงียบงันยามดึกดื่น ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับเข้าหากันเพื่อทำลายกำแพงสุดท้ายลง *ปัง!* เสียงประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือปริศนา ตามด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบและน้ำเสียงตื่นตระหนกที่ดังทะลุความเงียบเข้ามา "คุณกวินท์ครับ! แย่แล้วครับ! แบบแปลนโครงสร้างหลักที่เพิ่งส่งมาจากฝ่ายวิศวกร... ถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต และตอนนี้ระบบฐานข้อมูลกำลังโดนเจาะจากภายนอกครับ!" กวินท์ผละถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเครียดดั่งพยัคฆ์ร้ายในพริบตา นัยน์ตาสสีเข้มตวัดมองไปยังบุคคลที่สามที่ยืนหอบหายใจโยนระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้อง ส่วนรินรดาลืมตาขึ้นอย่างตกใจ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุดทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'ระบบโดนเจาะ' กวินท์หันขวับกลับมามองหน้าหญิงสาวทันที แววตาคมกริบฉายประกายอันตรายบางอย่างที่เดาไม่ออก "ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนกันแล้วล่ะครับ คุณรินรดา" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ - ราชันย์หอกทมิฬ -
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%