"คุณกำลังเอาอนาคตของโปรเจกต์นี้ไปเล่นขายของหรือไง รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดดังขึ้นแทรกเสียงสายฝนที่กำลังกระหน่ำซัดสาดกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมชั้นสิบห้า กวินท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแปลนสถาปัตยกรรมในมือ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะกระชั้นชิด บ่งบอกถึงความอดทนที่กำลังไต่1ถึงขีดจำกัด
รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน เธอแค่นั้นเสียง 'หึ' ออกมาเบาๆ อย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะแล้วตบแฟ้มเอกสารงบประมาณลงเสียงดังสนั่น
"เล่นขายของเหรอคะคุณกวินท์? ถ้าการที่ฉันต้องนั่งหลังขดหลังแข็งแก้แบบรอบที่สี่ เพื่ออุดรอยรั่วจากความเผด็จการของคุณมันเรียกว่าการเล่นขายของ งั้นพวกคุณคงกำลังเล่นขายบ้านทั้งหลังอยู่สินะ!" ดีไซน์เนอร์สาวสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความพอยะหยิ่งและทิฐิที่ถูกท้าทาย "อย่าเอามาตรฐานจอมเผด็จการของคุณมาวัดความทุ่มเทของฉันเลยค่ะ ฉันไม่ใช่ลูกน้องที่คุณจะชี้นิ้วสั่งซ้ายขวาได้ตามใจชอบ"
กวินท์วางปากกาในมือลงอย่างช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นมาถนัดตา สถาปนิกหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องผถายหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่ทิฐิก็ค้ำคอให้เธอยืนหยัดเชิดหน้าสู้สายตาที่ดุดันคู่นั้น
"ปากเก่ง..." กวินท์พึมพำเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่รั้นสุดขั้ว "เวลาเถียงผมนี่เก่งเหลือเกิน แต่เวลาต้องรับมือกับแผนตุกติกของธันวา คุณกลับทำตัวเป็นเด็กใจร้อนที่วิ่งเข้าหาพายุซะอย่างนั้น"
"ฉันดูแลตัวเองได้!"
"เหรอครับ?" กวินท์ย้อนถาม น้ำเสียงเย้ยหยันแต่แววตากลับไหววูบด้วยความกังวลที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชา "ถ้าคุณดูแลตัวเองได้ดีจริง คืนนี้คงไม่ติดอยู่ในไซต์งานตอนที่พายุเข้าจนคนขับรถกลับไปก่อน และคงไม่ต้องโทรหาผม... ให้มารับหรอกมั้ง"
รินรดาชะงัก คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปาก เธอไม่ได้อยากโทรหาเขาสักนิด... เป็นเพราะแบตโทรศัพท์เธอหมด และไอ้ตึกบ้าพายุนี้ก็ดันตัดไฟจนน่ากลัวต่างหาก เธอแค่บังเอิญติดรถเขากลับมาที่สำนักงานเพื่อเอาเอกสารด่วน แต่ใครจะคิดว่าฝนฟ้าจะเทกระหน่ำจนพวกเธอติดแหง็กอยู่ในตึกสองคนท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาลแบบนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่ฟาดกระทบกระจกและเสียงลมหวีดหิวภายนอก
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอยอมรับว่าเหนื่อย เหนื่อยกับการแบกรับความคาดหวัง เหนื่อยกับการต่อสู้กับธันวา และที่สำคัญที่สุด... เหนื่อยกับการต้องมาใจเต้นแรงทุกครั้งที่ผู้ชายปากร้ายคนนี้เข้ามาใกล้ในระยะประชิดแบบนี้
"ถ้าเกลียดฉันนัก จะมาส่งฉันทำไมล่ะคะ กลับไปนอนสบายๆ ที่คอนโดหรูของคุณสิ" เธอกระซิบเสียงเบาลง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอ่อนล้าที่ซ่อนไม่มิด
กวินท์มองท่าทางที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบ ความซึนเดระที่เขายึดถือมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดจนไม่มีช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง รินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านท่ามกลางความเย็นเยือกของแอร์ในห้อง
"ใครบอกว่าผมเกลียดคุณ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบaแต่ชัดเจนในความรู้สึก
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา เขม็ง หัวใจกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเสียงฝนข้างนอก "คุณ... พูดว่าอะไรนะ"
"ผมบอกว่า..." กวินท์ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "ผมเกลียดความดื้อรั้นของคุณ เกลียดเวลาที่คุณไม่ยอมดูแลตัวเอง เกลียดที่คุณทำให้ผมต้องคอยห่วงจนทำงานไม่ได้สมาธิ..."
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไดอะล็อกที่ไม่อาจคาดคิดหลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในบริษัท
"คุณกวินท์..."
"เรียกชื่อผมเฉยๆ สิ ริน" กวินท์กระซิบเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบa ความอ่อนโยนที่หลุดลอดออกมาจากเสือร้ายทำให้รินรดาลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ "ผมปากร้ายใส่คุณ เพราะผมไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกบ้าๆ ที่มีต่อผู้หญิงปากเก่งอย่างคุณยังไง... รู้ตัวบ้างไหม ว่าคุณทำให้สถาปนิกที่เคยคุมทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบคนนี้ รวนไปหมดแล้ว"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาท่ามกลางคืนที่ฝนพรำ สร้างแรงสั่นสะเทือนในอกของรินรดาอย่างรุนแรง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าแทนที่กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี
มือเรียวเล็กยกขึ้นทาบอกแกร่งของเขาโดยไม่รู้ตัว สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่แพ้กัน รินรดาอ้าปากจะเอ่ยบางอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศที่อันตรายต่อหัวใจนี้
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเธอกำลังจะขยับเอื้อIนคำตอบ
*กริ๊ก!*
เสียงปลดล็อกประตูห้องทำงานดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟนีออนที่สว่างวาบขึ้นกะทันหัน ทำลายความมืดและช่วงเวลาความเป็นส่วนตัวลงอย่างไม่ปรานี
"อ้าว, คุณกวินท์ ยังไม่กลับกันอีกเหรอครับ? ผมนึกว่าตึกนี้ล็อกหมดแล้วซะอีก..." เสียงทุ้มคุ้นเคยของธันวาเอ่ยขึ้นจากหน้าประตู พร้อมกับร่างสูงของคู่แข่งทางธุรกิจที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแฟ้มเอกสารในมือ
กวินท์ชะงัก ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที ขณะที่รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนแกร่งด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 19
คืนที่ฝนพรำและคำสารภาพ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!