แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กที่ถูกวางกระแทกบนโต๊ะทำงานกระจกใสไม่ได้มีเสียงดังมากมายนัก แต่มันเพียงพอที่จะทำให้รินรดาต้องละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังเรนเดอร์โมเดล 3D โครงสร้างโรงแรม
“เช็คดูซะ คุณรินรดา ก่อนที่บริษัทคู่แข่งที่คุณเอาแต่วิ่งโร่ไปเจรจา จะตลบหลังเอาแบบแปลนโครงสร้างทั้งหมดไปจดลิขสิทธิ์ตัดหน้า”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นและรำคาญใจของกวินท์ดังขึ้นตามฟอร์ม สถาปนิกหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มที่ไม่ได้ผูกเนกタイยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาคมกริบ ดวงตาคู่นั้นฉายแววหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด—ความหงุดหงิดที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้ง เมื่อเขารู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าชอบเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายกับเกมธุรกิจสกปรกของธันวา
รินรดากะพริบตาปริบๆ เธอมองหน้าผู้ชายปากร้ายที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า มือเรียวบางเอื้อมไปเปิดมันออกอย่างไร้ความเกรงกลัว ทว่าทันทีที่หน้ากระดาษแผ่นแรกถูกพลิกขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยก็เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย... จนกระทั่งหยุดนิ่งสนิท
นั่นไม่ใช่เอกสารสัญญาธรรมดา... แต่มันคือใบโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนใหญ่ติดชายหาดของโปรเจกต์โรงแรม ซึ่งถูกซื้อขาดด้วยเงินสดก้อนโต และชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิ์เดี่ยวในนั้น... ไม่ใช่ชื่อของบริษัทกวินท์ และไม่ใช่ชื่อของธันวา
แต่มันคือชื่อของ "รินรดา"
“นี่มัน... อะไรกันคะ?” เสียงของเธอขาดห้วงไปชั่วขณะ ความมั่นใจและฝีปากกล้าที่มักจะเอาไว้ใช้ต่อกรกับเขาเสมอในยามปกติ ราวกับถูกสูบหายไปจากอกในพริบตาเดียว
“อ่านภาษาไทยไม่ออกหรือไง” กวินท์แค่น
“ที่ดินตรงนั้น ที่คุณนั่งเครียดนั่งกลุ้มกลัวว่าธันวาจะฮุบไปเพื่อเอาเปรียบโปรเจกต์ของคุณ... มันอยู่ในมือคุณเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยง”
“คุณ... คุณซื้อที่ดินนี่ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? แล้วทำไม... ทำไมถึงเป็นชื่อฉัน?” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความอบอุ่นแปลกประหลาดแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคออย่างกะทันหัน
“อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องโรแมนติกเชียวล่ะ” กวินท์รีบเบือนหน้าหนีไปทางกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองด้านนอก น้ำเสียงของเขาพยายามปรับให้ราบเรียบและเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด “ผมแค่ไม่อยากให้โปรเจกต์ที่ผมต้องมานั่งแก้แบบให้คุณสิบรอบกลายเป็นขยะเปียกเพราะความโง่เง่าของคุณเอง ธันวาเสนอราคาเท่าไหร่ ผมจ่ายสูงกว่าสองเท่า... จบ”
“สองเท่า?!” รินรดาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันไถลถอยหลังไปกระแทกกับผนังเบาๆ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาด้วยความตกตะลึงระคนซาบซึ้ง “คุณบ้าไปแล้วหรือไงกวินท์! ที่ดินตรงนั้นมูลค่ามหาศาลขนาดนั้น คุณเอาเงินสดที่ไหนไปทุ่มซื้อสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้! แล้วทำไมต้องเป็นชื่อฉัน ทำไมคุณถึงทำขนาดนี้...”
“ก็บอกว่ารำคาญไง!” กวินท์หันกลับมาตวาดกลับเสียงดัง แต่ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับหลบสายตาเธอวูบหนึ่ง “รำคาญเวลาเห็นคุณวิ่งวุ่นทำหน้าเครียดเหมือนคนท้องผูก รำคาญเวลาที่คุณต้องไปนั่งกินกาแฟทำหน้าจำยอมยิ้มให้ไอ้ธันวาเพื่อรักษาโปรเจกต์... รำคาญจนผมทนดูไม่ได้ ต้องซื้อจบๆ ตัดปัญหาไปซะ จะได้เลิกทำตัวเป็นภาระสักที!”
คำพูดปากร้ายและข้ออ้างสารพัดที่พยายามพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว...
รินรดายืนนิ่ง งزค้างอยู่กับที่ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งและปากแข็งคนนี้ ผู้ชายที่มักจะสั่งงานเธอด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ผู้ชายที่คอยจับผิดทุกรายละเอียดของเส้นสายลายเส้น แต่วันนี้... ผู้ชายคนเดียวกันนี้กลับยอมทุ่มเงินก้อนโตมหาศาล เพื่อซื้ออิสรภาพทางการทำงานและปกป้องความฝันของเธอจากเงื้อมมือของคู่แข่ง โดยไม่ต้องการแม้แต่คำว่า "ขอบคุณ" จากปากเธอด้วยซ้ำ
ความรู้สึกข้างในอกของหญิงสาวสั่นไหวอย่างรุนแรง กำแพงความแข็งกระด้างที่เธอสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา น้ำใสๆ รื้นขึ้นมาคลอที่หน่วยตาอย่างห้ามไม่อยู่
“คุณนี่มัน... ปากแข็งชะมัดเลยนะคะ” เสียงของรินรดาสั่นเครือเล็กน้อย เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาตรงๆ ด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา
“อะไร? จะด่าอะไรผมอีก อยากโดนสั่งลดเงินเดือนหรือไง” กวินท์ขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นหยดน้ำตาคลอเบ้าในดวงตาคู่สวยนั้น เขายื่นมือออกไปทำท่าจะคว้าอะไรสักอย่างแก้เก้อ แต่สุดท้ายก็ต้องชักมือกลับมาประสานกันไว้ที่อกตามเดิมอย่างทำอะไรไม่ถูก “เลิกทำหน้าแบบนั้นนะ รินรดา ผมเกลียดน้ำตาผู้หญิงที่สุด”
“ถ้าเกลียดนัก... แล้วทำไมถึงยังทำเรื่องแบบนี้ล่ะคะ” รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกระดาษและกาแฟจางๆ จากตัวเขาลอยเข้ามาแตะจมูก “คุณทุ่มเทให้ฉันขนาดนี้... เพราะอะไรเหรอคะกวินท์ บอกหน่อยสิ... ว่าทำไม?”
กวินท์ชะงักไป ดวงตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าของคนที่กล้าหาญมายืนจ้องตาเขาในระยะประชิด หัวใจของสถาปนิกหนุ่มเต้นรัวจนควบคุมจังหวะไม่ได้ ปากที่เคยร้ายกาจและมีข้ออ้างเป็นร้อยเป็นพันบัดนี้กลับหนักอึ้งราวกับมีใครเอาแม่กุญแจมาล็อคไว้
ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจและเคมีที่พุ่งพล่านจนแทบจะสัมผัสได้ รินรดายื่นมือเรียวออกไปสัมผัสเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทของเขา ปลายนิ้วของเธอสั่นน้อยๆ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้ลมหายใจของกวินท์สะดุดกึก
“ดูท่าทาง... เกมนี้จะยังไม่จบง่ายๆ อย่างที่คิดซะแล้วล่ะครับ” เสียงกระซิบแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่แฝงด้วยความอ่อนโยนดังขึ้นจากด้านหลังประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้
ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ก่อนจะหันขวับไปมองยังต้นเสียง
ธันวากำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเยาะเย็นยะเยือก ในมือถือเอกสารบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในเสี้ยววินาที
“ขอโทษทีที่ขัดจังหวะความหวานนะครับ... แต่พอดีผมเพิ่งได้หมายศาลคดีลิขสิทธิ์ตัวใหม่ ที่รับรองว่าคุณสถาปนิกคนเก่งกับคุณดีไซน์เนอร์คงจะต้องปวดหัวไปอีกนานเลยล่ะครับ”
[ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอด หวังว่าจะชื่นชอบในบทนี้นะครับ]
--- ราชันย์หอกทมิฬ ---
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 18
จุดเปลี่ยนของความรู้สึก
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!