สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 5

รอยร้าวบนผนังประวัติศาสตร์

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณยังใช้คานเหล็กเกรดซีรีส์ต่ำกว่ามาตรฐานนี้กับตึกวินเทจยุคหกสิบ ผมแนะนำให้เอาใบประกอบวิชาชีพไปคืนสภาสถาปนิกแล้วไปเปิดร้านกาแฟซะนะครับคุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นดังขึ้นในความมืดสลัวของชั้นใต้ดินโครงสร้างอาคารเก่า กวินท์ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคมปลาบจ้องมองร่างบางที่กำลังถือกระบอกไฟฉายส่องรอยแยกบนผนังคอนกรีตอย่างไม่วางตา รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแท่งชอล์กสีขาวทำสัญลักษณ์ เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหันขวับมาเผชิญหน้า แววตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธอย่างไม่เกรงกลัว "ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะกวินท์ ถ้าสมองคุณว่างมากจนเอาเวลามาเหน็บแนมฉัน ช่วยกรุณาเอาสายตาสั้นๆ ของคุณมาดูนี่ดีกว่า... รอยร้าวพวกนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดในการออกแบบของฉัน แต่มันคือหลักฐานของการคอร์รัปชัน!" คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที กวินท์หรี่ตาลงเล็กน้อย ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงสถาปนิกหนุ่มผู้ทรงอำนาจและจริงจัง เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว จนหญิงสาวต้องเผลอถอยหลังไปชนกับผนังปูนเย็นเฉียบ "ระวังคำพูดหน่อยรินรดา การกล่าวหาเรื่องการทุจริตในโปรเจกต์ระดับพันล้าน มันต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่แค่ข้อสันนิษฐานงี่เง่าของคุณ" กวินท์โน้มใบหน้าลงมาจนชิด ระยะห่างระหว่างลมหายใจของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอับของปูนเก่าทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาใจเต้นแรง... เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แล้วยื่นกระบอกไฟฉายในมือไปจ่อที่รอยร้าวรูปกากบาทบนเสาต้นนั้น "ดูนี่สิคะ ท่านสถาปนิกอัจฉริยะ..." รินรดาใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนคอนกรีต เสียงที่สะท้อนกลับมาคือเสียงโปร่งกลวงที่บ่งบอกถึงความผิดปกติภายใน "คอนกรีตหุ้มเสาหนาแค่สองเซนติเมตร แต่แกนกลางข้างในมีเหล็กเสริมขนาดเล็กกว่าแบบแปลนเดิมถึงครึ่งหนึ่ง แถมยังเป็นเหล็กขึ้นสนิมที่ถูกย้อมแมวมาตั้งแต่สมัยผู้รับเหมาเก่าเริ่มก่อสร้างเมื่อสามสิบปีก่อน" กวินท์ก้มมองตามนิ้วเรียวนั้น นัยน์ตาคมเข้มไหววูบ ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงประกายความฉลาดเฉลียวที่วิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เขาย่อตัวลงใช้มือปัดฝุ่นปูนออกเผยให้เห็นสัญลักษณ์ตอกย้ำที่เนื้อเหล็ก "ตราประทับนี้..." กวินท์พึมพำเสียงต่ำ "มันเป็นบริษัทรับเหมาเครือเดียวกับที่ธันวาถือหุ้นใหญ่ในอดีต" "ถูกต้องค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากสวย "แปลว่าตึกหลังนี้ไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องความทรุดโทรมตามกาลเวลา แต่มันถูกออกแบบให้ 'รอวันพัง' ตั้งแต่เริ่มสร้าง เพื่อที่กลุ่มทุนบางกลุ่มจะได้ซื้อที่ดินผืนนี้ไปในราคาถูกๆ หลังเกิดอุบัติเหตุตึกถล่มยังไงล่ะคะ" กวินท์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนเบียดอยู่กับผนัง ดวงตาของเขามีความรู้สึกซับซ้อนฉายชัด ทั้งทึ่งในความหัวไวและความกล้าหาญของเธอ และในขณะเดียวกันก็มีความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดุดัน "รู้ไหมว่าการขุดคุ้ยเรื่องนี้มันอันตรายแค่ไหน" กวินท์เอ่ยเสียงเข้ม มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาทาบกับผนังปูนกั้นขวางทางหนีของเธอไว้ ดวงตาคมดุจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "พวกมันไม่ใช่แค่นักธุรกิจมือสะอาด ธันวาและพรรคพวกพร้อมจะทำลายทุกคนที่ขวางทาง" "แล้วคุณคิดว่าฉันกลัวเหรอคะ?" รินรดาจ้องตอบอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อใบหน้าของกวินท์อยู่ใกล้เสียจนเธอรู้สึกถึงไอร้อนจากร่างกายของเขา "ฉันผ่านจุดที่แย่ที่สุดในชีวิตมาแล้ว กวินท์... ฉันไม่มีทางยอมให้โปรเจกต์นี้พังด้วยน้ำมือของคนโกงเด็ดขาด" กวินท์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ สรรพนามที่เธอใช้เปลี่ยนไปตามอารมณ์ และความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดละนั้นทำให้เขาอยากจะดุเธอให้เข็ดหลาบ แต่ทว่า... ลึกๆ ในใจ เขากลับรู้สึกนับถือหัวใจที่เด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้าเหลือเกิน มือหนายื่นออกไปปัดเศษฝุ่นที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียนของรินรดาอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กวินท์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างหาได้ยากยิ่ง "ถ้าดื้อรั้นอยากจะขุดคุ้ยต่อขนาดนี้... ก็จงอยู่ใกล้ๆ ผม อย่าเดินไปไหนคนเดียวเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ" คำสั่งที่ฟังดูคล้ายความห่วงใยนั้นทำเอารินรดาร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า... *แกร็ก!* เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในความมืดจากทางบันไดหนีไฟขัดจังหวะพวกเขาทันที รินรดากับกวินท์สบตากันด้วยความตกใจ "ใครวะ? ใครอยู่ตรงนั้น!" เสียงตะโกนห้าวทุ้มดังสะท้อนก้องตึกร้าง พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนสวมหมวกไอ้โม่งและถือท่อนเหล็กเดินตรงดิ่งมายังเสาต้นที่พวกเขายืนอยู่ กวินท์คว้าข้อมือเล็กของรินรดาเอาไว้แน่นในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นมาทันที ร่างสูงขยับตัวบังร่างบางไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง ก่อนที่ความเงียบสงบจะถูกกระชากด้วยวิกฤตที่ไม่มีใครคาดคิด ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%