“ถ้าคิดจะเอาที่ดินผืนนี้ไปปูทางสู่ความสำเร็จบนซากปรักหักพังของคนอื่น ก็เชิญไสหัวออกไปจากออฟฟิศผมเดี๋ยวนี้ครับ”
เสียงทุ้มต่ำของกวินท์ไม่ได้แผดดัง แต่กลับเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เขาขยับตัวยืนบังรินรดาไว้ด้านหลังครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ไหล่กว้างที่ดูผ่อนคลายในยามปกติบัดนี้กลับตึงเปรี๊ยะราวกับนักรบที่พร้อมจะชักดาบออกฟาดฟัน
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกยิ้มหยามหยัน เขาไม่ได้ขยับหนีไปไหน แต่กลับพ่นลมหายใจออกมาอย่างใจเย็น มือที่สวมแหวนทองคำขาวขยับเนคไทราคาแพงให้เข้าที่ ก่อนจะกวาดสายตามองรินรดาที่ยืนจ้องกลับด้วยแววตาไม่เป็นมิตร
“รินรดา คุณน่าจะรู้นะว่าโปรเจกต์โรงแรมนี้มันเป็นแค่หลุมศพที่กวินท์ขุดรอไว้ให้ตัวเอง” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเนื้อหาในประโยคกลับเหมือนมีดที่กรีดลงบนความมั่นคงของงานที่เธอทำ “แต่ถ้าคุณย้ายมาอยู่ฝ่ายผม โปรเจกต์ที่คุณจะได้ทำคือแลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่การซ่อมแซมซากตึกเก่าที่ไม่มีอนาคต”
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอขยับก้าวออกมาจากหลังแผ่นหลังกว้างของกวินท์ แววตาดื้อรั้นปรากฏชัดเจนจนชายหนุ่มข้างกายยังต้องปรายตามองด้วยความแปลกใจ
“ข้อเสนอของคุณน่าสนใจนะครับ... ถ้าวัดกันที่จำนวนเลขในบัญชี” รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะเต้นรัวด้วยความประหม่าต่ออิทธิพลของคนตรงหน้า แต่เธอก็ไม่คิดจะก้มหัวให้ “แต่เสียใจด้วยนะคะ พอดีฉันมีรสนิยมสูงเกินกว่าจะทำงานกับคนที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมทำลายความฝันของคนอื่นเพื่อประดับบารมีตัวเอง”
“ปากกล้าเหมือนที่เขาว่าจริงๆ” ธันวาสาวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กวินท์ก้าวพรวดเข้าไปขวางแทรกกลางระหว่างทั้งสองทันที ฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของธันวาด้วยแรงบีบที่พอจะทำให้กระดูกร้าวได้ถ้าเขายังดื้อดึง
“ผมบอกว่าให้ไสหัวไป” กวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววอันตราย “อย่าให้ผมต้องใช้กำลังกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญในพื้นที่ส่วนตัว”
ธันวาสะบัดแขนออกอย่างไม่ยี่หระ เขาจัดสูทให้เรียบร้อยก่อนจะหันไปสบตารินรดาอีกครั้งเป็นเชิงสั่งลา “ผมให้เวลาคุณตัดสินใจอีกสามวันรินรดา ถ้าโปรเจกต์นี้พังลงมา อย่าหาว่าผมไม่เตือน... อ้อ อีกอย่าง กวินท์ นายควรหัดดูแล 'สมบัติ' ของตัวเองให้ดีกว่านี้นะ อย่าให้มันหลุดมือไปเพียงเพราะความอีโก้จัดของนาย”
เมื่อธันวาเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกและความเงียบที่น่าอึดอัด กวินท์ยังคงยืนนิ่ง มือที่ปล่อยจากแขนธันวาเปลี่ยนมาเป็นกำหมัดแน่นข้างลำตัว เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
รินรดามองแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของสถาปนิกหนุ่ม ความโกรธแค้นในตอนแรกเริ่มจางหาย กลายเป็นความเห็นอกเห็นใจที่เธอก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
“คุณกวินท์...” เธอเรียกเบาๆ
“คุณเป็นคนบ้าหรือไงถึงไปกล้าต่อปากต่อคำกับเขาแบบนั้น” กวินท์หันกลับมา ท่าทีที่ดูเย็นชาเหมือนกำแพงน้ำแข็งถูกยกขึ้นมาบดบังความรู้สึกข้างในอีกครั้ง “เขาเป็นนักธุรกิจที่พร้อมจะเหยียบทุกคนให้จมดิน ถ้าเขาเล่นงานคุณขึ้นมา ผมไม่ว่างไปนั่งเช็ดน้ำตาให้คุณหรอกนะ”
“ปากคอเราะร้ายจังนะคะ” รินรดาเบ้ปากใส่ ทั้งที่ในใจแอบขำกับความซึนของเขา “แทนที่จะขอบคุณที่ฉันยืนเคียงข้างคุณ ก็เอาแต่สั่งสอน... คุณนี่มันกู่ไม่กลับจริงๆ”
กวินท์ก้าวเข้ามาใกล้เธอ ระยะห่างที่เหลือเพียงลมหายใจกั้นทำให้รินรดาชะงัก สายตาที่เขามองเธอมันไม่ได้มีแค่ความดุเหมือนทุกครั้ง แต่มันมีความไหววูบของความกังวลที่เขาพยายามปิดบังไว้
“ผมไม่ได้ต้องการให้ใครมาเคียงข้าง” เขากระซิบ น้ำเสียงแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด “โดยเฉพาะกับคนที่ผม... เอ้อ... คนที่งานยังไม่เสร็จอย่างคุณ”
“คนงานไม่เสร็จ?” รินรดาย้อนถามพร้อมรอยยิ้มมุมปาก “หรือว่าความจริงแล้วคุณแค่กลัว... กลัวว่าถ้าฉันหันหลังให้คุณจริงๆ คุณจะหาคนเก่งๆ แบบฉันมาทำงานให้ไม่ได้อีกแล้ว”
กวินท์นิ่งไป ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังค้นหาคำตอบในสิ่งที่เขาก็ยังไม่แน่ใจตัวเอง เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนขึ้นมาสัมผัสที่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนรินรดาใจสั่นระรัว
บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยร้อนระอุด้วยความโกรธ กลับกลายเป็นความอบอุ่นที่ชวนให้หวั่นไหว กวินท์โน้มใบหน้าลงมา จนกระทั่งลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนผิวหน้าของเธอ หัวใจของรินรดาเต้นรัวเหมือนกลองรบ
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะลึกซึ้งเกินควบคุม เสียงประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกผางโดยไม่มีการเคาะใดๆ ทั้งสิ้น
“คุณกวินท์ครับ! แย่แล้วครับ!”
เลขาหน้าห้องวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา กวินท์ผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟดูด เขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากดุ เลขาก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ข่าวใหญ่ครับ... ตอนนี้หุ้นของบริษัทเราถูกเทขายอย่างหนักโดยรายใหญ่ที่ยังไม่เปิดเผยตัวตน แถมที่ดินโรงแรมที่เรารอเซ็นสัญญา... ทางเทศบาลเพิ่งส่งหนังสือแจ้งระงับโครงการด่วนครับ!”
กวินท์หันกลับมามองรินรดา ทันทีที่เขาสบตาเธอ เขาก็รู้ทันทีว่าทั้งหมดนี้คือฝีมือใคร ธันวาไม่ได้แค่ขู่ แต่เขาเริ่ม 'เกมล้างกระดาน' อย่างเต็มรูปแบบแล้ว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวท่ามกลางพายุนี้ครับ - ราชันย์หอกทมิฬ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 7
เกมการเมืองในบริษัท
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!