"ถ้าคุณยังวาดเส้นยึกยือเหมือนเด็กอนุบาลแบบนี้ ผมเกรงว่าเราคงต้องพับโปรเจกต์แล้วไปนั่งขอทานหน้าไซท์งานแทนนะครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดจงใจกระแทกกระทั้นลงกลางโต๊ะประชุมตัวใหญ่ แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องให้เห็นสันกรามคมคายที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน กวินท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษไขร่างแบบแผ่นโต แต่นิ้วเรียวยาวที่คีบปากกาหมึกซึมราคาแพงกลับเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะกระชั้นชิด บ่งบอกว่าความอดทนของสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะผู้นี้กำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัด
รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองชายหนุ่มทันที นัยน์ตาสองข้างวาวโรจน์ราวกับลูกแมวป่าที่พร้อมจะตะปบหน้าคนปากเสียให้คว่ำ เธอกระแทกแฟ้มหนังในมือลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่นห้องทำงานที่เงียบสงัดยามตีสอง
"ถ้าแปลนที่ฉันแก้ให้มันทุเรศนัก ทำไมคุณไม่กางมือแล้ววาดเองเลยล่ะคะ ท่านสถาปนิกผู้ประเสริฐ! ไม่ใช่มายืนคอยพ่นคำถากถางอยู่ข้างหลังเหมือนเจ้าหนี้ป้ายแดงแบบนี้" ดีไซน์เนอร์สาวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่หลงเหลือความเกรงใจแม้แต่น้อย
นี่คือสงครามขนาดย่อมที่ดำเนินมานานกว่าหชั่วโมงเต็ม หลังจากกวินท์ได้รับโทรศัพท์สายมรกตจากธันวา—คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่จ้องจะฮุบที่ดินโรงแรมมรดกของกวินท์ไปครอง ธันวาเล่นสกปรกด้วยการชิงตัดหน้าปล่อยทีเซอร์แบบแปลนคอนเซปต์ใหม่ที่ทับซ้อนกับโปรเจกต์ของพวกเขาออกสู่ตลาดล่วงหน้า ทำให้กวินท์ต้องประกาศกร้าวในห้องประชุมฉุกเฉินเมื่อช่วงหัวค่ำว่า *เราจะต้องรื้อแบบทั้งหมด และเขียนขึ้นใหม่ให้เหนือกว่าภายในคืนเดียว*
และนั่นคือที่มาของนรกขุมที่แปดในยามวิกาล
"ผมเป็นหัวหน้าโปรเจกต์ หน้าที่ของผมคือการชี้จุดบกพร่อง ไม่ใช่มานั่งปรบมือให้ผลงานห่วยๆ ของคุณ" กวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาเต็มไปด้วยความดุดัน แต่ลึกๆ แล้วกลับซ่อนความกังวลบางอย่างที่เขาไม่มีทางปริปากบอก
"ห่วยเหรอ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟดำที่กรุ่นอยู่รอบตัวเธอตีรวนเข้ามาในโสตประสาทของกวินท์ "แปลนนี้ฉันใช้เวลาคิดโครงสร้างการรับน้ำหนักและการหมุนรับแสงที่ดีที่สุดในย่านนั้น ถ้ามันห่วย... คนที่ตาบอดน่าจะเป็นคุณมากกว่ากวินท์!"
จังหวะนั้นเองที่ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกันในระยะประชิด กวินท์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเหนื่อยล้าและอารมณ์โกรธ เส้นผมสีดำสนิทที่เคยรวบไว้เรียบร้อยบัดนี้หลุดลุ่ยตกลงมาเคลีกรอบหน้า ปากอิ่มสวยที่มักจะเถียงเขาฉอดๆ กำลังเม้มเข้าหากันแน่น
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้นี่นะ ต่อให้สถานการณ์คับขันแค่ไหน เธอก็ยังมีอิทธิพลพอที่จะทำให้หัวใจจังหวะปกติของเขาเต้นรำอย่างไร้ทิศทางได้เสมอ
กวินท์กลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ เขาเบนสายตาหนีไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดโปรแกรมสามDทิ้งไว้ เพื่อดึงสติที่เริ่มเตลิดไปไกล แต่ริมฝีปากหยักก็ยังไม่วายพ่นคำพูดกวนประสาทออกไปตามนิสัย
"ถอยไปไกลๆ หน่อยครับ กลิ่นกาแฟของคุณมันรบกวนสมาธิผม... แล้วก็รบกวนสมองส่วนตรรกะในการทำงานด้วย"
"ประสาท!" รินรดากระแทกเสียงใส่ หมุนตัวกลับไปนั่งทรุดลงบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองอย่างหัวเสีย "ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่แก้เองล่ะคะ มานั่งสั่งนู่นสั่งนี่อยู่ได้"
"เพราะถ้าผมแก้คนเดียว งานมันจะออกมาเป็นระเบียบแบบเครื่องจักร ไร้จิตวิญญาณ... เหมือนหุ่นยนต์ไม่มีหัวใจ" กวินท์พูดพึมพำเบาๆ ประโยคหลังเขาตั้งใจให้มันเบาจนแทบกระซิบ แต่ในห้องที่เงียบสงัด รินรดากลับได้ยินมันชัดเจนทุกถ้อยคำ
ดีไซน์เนอร์สาวชะงักมือที่กำลังคลิเมาส์ เธอหันกลับมามองชายหนุ่มด้วยแววตาที่อ่อนลงทีละน้อย ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
กวินท์ถอนหายใจยาวเหยียด เขาถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้มือคลึงหว่างคิ้วเบาๆ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเก้าอี้ที่รินรดานั่งอยู่ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขาที่โน้มเข้ามาใกล้
มือหนาเอื้อมผ่านไหล่บางไปวางทับลงบนมือเรียวที่กำลังจับเมาส์ กวินท์ไม่ได้ขยับหนี เขากลับกุมมือเธอไว้อย่างมั่นคงเพื่อบังคับให้เคอร์เซอร์บนหน้าจอขยับตามแนวเส้นโครงสร้างที่เขาต้องการจะสื่อ
"ตรงนี้..." เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนรินรดาต้องเกร็งตัวอัตโนมัติ "ถ้าเราปรับมุมองศาของระเบียงกระจกให้รับลมธรรมชาติจากทิศใต้ตามที่ธันวาพลาดไป... มันจะทำให้ห้องโถงกลางดูโล่งขึ้น และแก้เกมที่มันบล็อกวิวไว้ได้อย่างสิ้นเชิง"
รินรดาหยุดหายใจไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ เคมีที่พยายามผลักไสไล่ส่งตลอดหลายวันที่ผ่านมา กลับหลอมรวมเข้าหากันอย่างน่าประหลาดภายใต้แรงกดดันของเวลาและงานชิ้นสำคัญ
"อือ..." เธอพยักหน้ารับเบาๆ สมองเริ่มประมวลผลตามเส้นทางที่เขานำทาง "แบบนี้... ต้นทุนโครงสร้างจะไม่บานปลายเหรอคะ?"
"ไม่ ถ้าเราใช้เหล็กผสมพิเศษเกรดเดียวกับที่โปรเจกต์ริมแม่น้ำ ผมคำนวณไว้หมดแล้ว..." กวินท์ตอบเสียงนุ่ม ผิดวิสัยคนปากร้ายโดยสิ้นเชิง เขายังคงยืนค้ำร่างเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ กลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาลอยวนอยู่ปลายจมูกจนรินรดาแทบจะลืมหายใจ
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากสงครามประสาท กลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่เต้นเร้าอยู่ใต้ผิวหนัง ทั้งคู่ต่างจดจ่ออยู่กับหน้าจอ แต่มือที่ทับซ้อนกันอยู่กลับสร้างร่อง
รินรดากำลังจะอ้าปากเอ่ยชมความอัจฉริยะของเขาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้าย ทว่า...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมเคร่งเครียดลงในเสี้ยววินาที
ทั้งคู่ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน กวินท์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ขณะที่รินรดารemวจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลนลาน
ประตูกระจกเปิดอ้าออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ใบหน้าคุ้นเคยที่ทำให้กวินท์ต้องกำหมัดแน่นโดยอัตโนมัติ
"ขอโทษที่รบกวนเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาทำงานดึกๆ ดื่นๆ นะครับ พอดีผมผ่านมารับเอกสารด่วน เลยแวะมาดูว่าสถาปนิกมือหนึ่งกับดีไซน์เนอร์ฝีปากกล้า ไปถึงไหนกันแล้ว"
ธันวายืนยิ้มระรื่นอยู่กลางห้อง ในมือถือแฟ้มเอกสารบางอย่างพร้อมกับสายตาที่กวาดมองแปลนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเหยียดออกมาอย่างผู้เหนือกว่า
"และดูท่าทาง... พวกคุณคงยังไม่รู้สินะครับ ว่าแปลนที่พวกคุณกำลังหลังขดหลังแข็งแก้กันอยู่ตอนนี้..." ธันวาเว้นจังหวะ ปรายตามองรินรดาก่อนจะหันไปสบตากวินท์ด้วยแววตาสมเพชระคนท้าทาย
"...มันถูกจดลิขสิทธิ์ตัดหน้าไปตั้งแต่ห้ามนทีที่แล้วเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมานะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ•ตอนที่ 8
โปรเจกต์ลับคืนเดียว
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์ท้าทายหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!