“บอกมาว่าใครเป็นคนส่งคุณมา... จ้าวเผิง หรือไอ้หน้าไหนที่จ้างคุณให้มาล้วงข้อมูลบัญชีลับของโรงงานในตอนที่ผมเผลอ?”
ผมกดเสียงต่ำ สายตาจ้องเขม็งไปที่หลินซู มือที่กุมมือเธออยู่ไม่ได้ปล่อย แต่กลับบีบแน่นขึ้นอีกนิด ความอบอุ่นที่ผมเคยได้รับจากฝ่ามือนุ่มคู่นี้บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอไม่ได้ดึงมือออก แววตาที่เคยมองผมด้วยความรักใคร่บัดนี้กลับเรียบเฉยดุจผิวน้ำนิ่งสงบที่ซ่อนพายุไว้ข้างใต้
หลินซูแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้หัวใจผมกระตุกวูบ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ... การเผชิญหน้า
“คุณเฉินเว่ย... คุณคิดว่าคุณคือหมากรุกตัวเดียวบนกระดานนี้หรือไง?” เธอเอ่ยเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน “โลกในยุค 70 นี้มันหมุนเร็วกว่าที่คุณคิด คุณมัวแต่จ้องจะเล่นงานจ้าวเผิง จนลืมไปว่าในเงามืดนั้นยังมีคนที่หิวโหยกว่าเขาอีกหลายเท่า”
ผมแค่นหัวเราะในลำคอ “หิวโหยงั้นหรือ? งั้นก็บอกผมมาว่ามื้อนี้คนวางแผนคือใคร ถ้าคุณยังเห็นว่าผมเป็นสามีที่ต้องพึ่งพาคุณก็จงเลือกฝั่งให้ดี”
บรรยากาศในห้องเช่าแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความระแวง จ้าวเผิงอาจจะเป็นสุนัขที่เห่าเสียงดังที่สุดในกองผลิต แต่มันไม่มีทางฉลาดพอที่จะวางกับดักซ้อนกลแบบนี้ได้แน่ หลินซูไม่ใช่คนโง่ เธอเป็นผู้หญิงที่อ่านสถานการณ์ออกก่อนใคร แต่การที่เธอทำตัวเป็น 'ผู้เล่นคนที่สาม' นั่นหมายความว่าเธอกำลังกุมความลับบางอย่างที่อาจทำลายทั้งผมและจ้าวเผิงไปพร้อมกัน
“จ้าวเผิงมันก็แค่ตัวล่อเป้าครับ” ผมปล่อยมือเธอช้าๆ แล้วเดินไปที่โต๊ะไม้เก่าๆ หยิบสมุดบัญชีที่ผมจดบันทึกตัวเลขการซื้อขายเหล็กกล้าออกมาวาง “มันคิดว่ามันคุมเกม แต่ที่จริงแล้วมันกำลังเดินเข้าสู่กับดักที่ผมขุดไว้ให้ตั้งแต่วันที่มันเริ่มเบิกงบประมาณเกินจริง ถ้าคุณยังยืนกรานจะปิดบัง ผมก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดไฟแต่ต้นลม... รวมถึงตัดคนที่ผมไม่แน่ใจว่าอยู่ฝั่งไหนด้วย”
“คุณจะทำอะไร?” เธอขยับตัวเล็กน้อย
“ผมจะไปหาจ้าวเผิงที่โรงงานเดี๋ยวนี้” ผมคว้าเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาพาดบ่า “ผมจะบอกให้มันรู้ว่า บัญชีที่มันถืออยู่ในมือตอนนี้ ไม่ใช่ของจริง... และคนที่เอาของจริงไปซ่อน ก็คงรอจังหวะที่จะเอาไปขายให้แก่ 'ผู้ซื้อ' คนที่สามที่ว่านั่นไงล่ะ”
ผมก้าวเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับไปมอง ผมรู้ว่าเธอต้องรีบส่งข่าว แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ต้องการให้เธอทำแบบนั้น เพราะถ้าเธอคิดจะติดต่อใครสักคน นั่นแหละคือโอกาสที่ผมจะได้เห็น 'ใบหน้า' ของผู้อยู่เบื้องหลัง
ที่โรงงานผลิตเหล็กกล้าบรรยากาศยามเย็นเต็มไปด้วยฝุ่นควัน จ้าวเผิงยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าสำนักงานด้วยท่าทางกระวนกระวาย เมื่อเห็นผมเดินเข้ามา สีหน้าของมันเปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิดไว้
“เฉินเว่ย! แกมาทำไมที่นี่?” จ้าวเผิงขยี้ก้นบุหรี่ลงพื้น
“ผมก็แค่จะมาเตือนคุณเรื่องการประมูลลอตใหม่” ผมยิ้มเย็นเดินเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นเหงื่อโชยมาจากตัวมัน “ดูเหมือนว่ามีคนพยายามจะเอาข้อมูลภายในไปปล่อยนะ จ้าวเผิง คุณคงไม่อยากให้หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบรู้ใช่ไหมว่า ตัวเลขในบัญชีมันไม่ตรงกับความเป็นจริง?”
จ้าวเผิงหน้าซีดเผือด “แก... แกพูดเรื่องอะไร?”
“อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย” ผมคว้าคอเสื้อมันดึงเข้ามาใกล้ “ผมรู้ว่าคุณทำอะไร แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ คุณกำลังถูก 'คนใกล้ตัว' หักหลัง... ในขณะที่คุณคิดว่าผมคือศัตรู มีใครบางคนกำลังรอเก็บกวาดเศษซากความพินาศของคุณอยู่”
จ้าวเผิงนิ่งไป แววตาของมันสั่นไหว มันค่อยๆ ลดการป้องกันลงและมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง “แกรู้อะไรมา? บอกฉันมาเดี๋ยวนี้!”
“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ทำงานคนเดียว” ผมกระซิบข้างหูมัน “แต่ผมสนใจแค่เรื่องเงิน... ถ้าคุณยอมคายชื่อคนบงการออกมา ผมอาจจะช่วยดึงคุณออกจากโคลนตมนี้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของโรงงาน ไม่ใช่คนงาน แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังขัดเงาที่ดูไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้
“เฉินเว่ย... นายฉลาดเกินไปจริงๆ” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับร่างชายวัยกลางคนที่ผมเคยพบในงานเลี้ยงระดับจังหวัดก้าวออกมา
เขาคือคนเดียวที่ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะลงมาเล่นเกมสกปรกนี้ด้วยตัวเอง... คนที่คอยเซ็นอนุมัติงบประมาณให้โรงงานแห่งนี้มาตลอดห้าปี
จ้าวเผิงทำหน้าเหวอราวกับเห็นผี ส่วนผมกลับยิ้มออกมา เพราะในที่สุด 'เหยื่อตัวใหญ่' ก็เดินเข้ามาในกับดักที่ผมวางไว้จนได้
ผมหันไปมองหน้าชายผู้นั้นแล้วกล่าวว่า “ในที่สุดท่านก็ปรากฏตัวเสียที... ผมรอที่จะแฉแผนการฉ้อโกงระดับจังหวัดนี้อยู่นานแล้วครับ”
แต่ทว่า รอยยิ้มของเขาที่ส่งกลับมานั้นกลับดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เขาไม่ได้ตื่นตกใจแม้แต่น้อย เขากลับปรบมือช้าๆ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผมต้องชะงักไปชั่วขณะ
“แฉงั้นหรือ? นายมั่นใจเหรอว่าสิ่งที่นายถืออยู่ในมือน่ะ คือ 'หลักฐาน' หรือว่าเป็นแค่ 'หมายศาล' ที่คนข้างๆ นายแอบสลับไว้ให้เมื่อเช้านี้กันแน่?”
ความเย็นวาบแล่นเข้าสู่สันหลัง ผมค่อยๆ หยิบเอกสารในกระเป๋าออกมาดู และสิ่งที่เห็นทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น...
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมและร่วมลุ้นไปกับเกมชิงไหวชิงพริบในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความผันผวนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 17
เกมซ้อนแผน
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!