"เอกสารนี่... ฝีมือแกใช่ไหม จ้าวเผิง?"
ผมวางปึกกระดาษรายงานการตรวจสอบคุณภาพลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระแทกของมันดังสนั่นท่ามกลางความเงียบของห้องทำงานส่วนกลาง กลิ่นบุหรี่ราคาถูกที่จ้าวเผิงเพิ่งสูบไปหมาดๆ ผสมกับกลิ่นอับของเอกสารเก่า ทำให้บรรยากาศในห้องดูบีบคั้นจนแทบขาดใจ ผมไม่ได้ตะคอก แต่โทนเสียงที่ต่ำและนิ่งลึกของผมกลับทำให้คนตรงหน้าถึงกับชะงักมือที่กำลังหยิบแก้วชา
จ้าวเผิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวเล็กของเขาหรี่ลงเป็นเส้นตรง พลางแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า "เฉินเว่ย นายกำลังพูดเรื่องอะไร? งานบริหารจัดการโรงงานมันก็มีข้อผิดพลาดได้เป็นธรรมดา อย่าเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปนกับเนื้องานเลยน่า"
ผมสาวเท้าเข้าไปใกล้เขาหนึ่งก้าว ความกดดันที่ผ่านศึกสงครามมานับสิบปีในชาติก่อนแผ่ออกไปจนเขารู้สึกได้ ผมเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นที่ขมับของเขา "เอกสารชุดนี้ระบุว่าล็อตสินค้าของผม 'ไม่ได้มาตรฐาน' ทั้งที่ผมคุมการผลิตกับมือทุกชิ้น หากข้อมูลนี้หลุดไปถึงมือคณะกรรมการตรวจสอบเขต นายรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น... ไม่ใช่แค่การถูกสอบสวน แต่มันคือการปิดโรงงาน ซึ่งนายเองก็ต้องเป็นคนเซ็นชื่อรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าฝ่ายผลิต"
จ้าวเผิงหัวเราะร่วน พิงหลังลงกับเก้าอี้อย่างถือดี "งั้นนายก็ต้องพิสูจน์ให้ได้สิว่ามัน 'ผ่านมาตรฐาน' จริงๆ ไม่ใช่แค่พูดพล่อยๆ เฉินเว่ย โลกยุคนี้มันหมุนด้วยตัวเลขและหลักฐาน ถ้าคนของรัฐเชื่อเอกสารชุดนี้ นายก็คือคนล้มละลายที่ไม่มีทางผุดทางเกิด"
ผมไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด แต่หยิบภาพถ่ายชุดหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นภาพของโกดังลับที่จ้าวเผิงแอบขนสินค้าเกรดต่ำจากโรงงานคู่แข่งมาสวมรอย ผมวางมันลงบนโต๊ะช้าๆ สายตาผมจ้องเขม็งไปที่เขาเหมือนพยัคฆ์ที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ "นายพยายามจะดิสเครดิตผมเพื่อให้ผมหลุดจากตำแหน่ง จะได้ฮุบสัมปทานนี้ไว้เองสินะ แต่อย่าลืมไปว่า... ในขณะที่นายวางแผนสกปรก ผมเองก็มี 'เนตรสับเปลี่ยน' ที่มองเห็นความเน่าเฟะของนายมานานแล้ว"
สีหน้าของจ้าวเผิงเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เขาคว้าภาพถ่ายนั้นไปดู มือไม้เริ่มสั่นเทา "แก... แกไปเอาของพวกนี้มาจากไหน!"
"นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า... คนที่จะได้รับภาพถ่ายชุดนี้เป็นชุดต่อไปคือใคร" ผมโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขาเบาๆ "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทะเลาะกับนายจ้าวเผิง ผมมาเพื่อบอกว่า เกมนี้มันจบลงตั้งแต่นายตัดสินใจก้าวเข้ามาขวางทางชีวิตของ 'หลินซู' และครอบครัวของผมแล้ว"
ผมหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง แต่จ้าวเผิงกลับตะโกนตามหลังมาด้วยเสียงสั่นเครือ "แกอย่าได้ใจไปเฉินเว่ย! ต่อให้แกแฉฉันได้ แต่อีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า คณะกรรมการตรวจสอบจะเข้ามาตรวจโรงงาน และถ้าพบสินค้าล็อตที่ถูก 'สับเปลี่ยน' ในสต็อกของแกเมื่อไหร่... ต่อให้แกมีภาพถ่ายเป็นร้อยใบ แกก็ไม่รอด!"
ผมชะงักเท้าเพียงครู่เดียว ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ แผนของเขาเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่ได้แค่จะดิสเครดิต แต่เขากำลังวางแผน 'ปลูกถ่าย' สินค้าด้อยคุณภาพเข้าสู่ไลน์การผลิตของผมในช่วงที่ผมกำลังเสียเวลาคุยกับเขาอยู่นี้
ผมรีบวิ่งออกจากห้องทำงาน ตรงดิ่งไปยังคลังสินค้าหลัก ทันทีที่เปิดประตูออกไป ภาพตรงหน้าทำให้ผมต้องหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดลงชั่วขณะ กล่องบรรจุสินค้าล็อตล่าสุดของผมถูกเปิดออก และกำลังถูกขนย้ายโดยชายแปลกหน้าสองคนที่สวมชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุน ผมกลับเห็นเงาร่างหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ตรงกลางวงล้อมนั้น... เธอคือหลินซู ภรรยาของผม เธอยืนขวางทางกลุ่มเจ้าหน้าที่ไว้ด้วยท่าทางที่มั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในมือของเธอถือบัญชีรายชื่อการผลิตเล่มสำคัญที่ผมฝากไว้กับเธอ
"หยุดเดี๋ยวนี้ค่ะ!" เสียงของหลินซูที่เด็ดขาดและดังกังวานทำให้ทุกคนหยุดชะงัก "เอกสารของพวกคุณมีข้อผิดพลาด! ของทั้งหมดในล็อตนี้มีตราประทับลับที่หัวหน้าฝ่ายผลิตคนเก่าทำไว้ และถ้าพวกคุณกล้าแตะต้องมันโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายฉบับใหม่ที่เพิ่งประกาศใช้เมื่อวานนี้... เท่ากับพวกคุณกำลังขัดขวางการผลิตระดับประเทศ!"
เจ้าหน้าที่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่คนหนึ่งจะก้าวออกมา "กฎหมายใหม่? กฎหมายอะไรของเธอ!"
หลินซูยิ้มเย็น เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากปกเสื้อ มันคือประกาศจากทางราชการที่ผมเพิ่งได้รับมาเมื่อวาน และเธอเป็นคนเก็บมันไว้ด้วยสัญชาตญาณที่เฉียบคมยิ่งกว่าใคร "กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ผลิตในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษไงคะ... ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณก็ลองตรวจสอบหมายเลขทะเบียนการผลิตดูได้เลย แต่ถ้าคุณทำลายสินค้าของฉันเพียงชิ้นเดียว ฉันจะฟ้องร้องพวกคุณให้ถึงที่สุด!"
ขณะที่สถานการณ์กำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของกลุ่มเจ้าหน้าที่ ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบของทางการก้าวเข้ามา พร้อมกับแววตาที่ยากจะคาดเดา
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี่?" ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น เสียงของเขาทำให้ทั้งจ้าวเผิงที่ตามออกมาและเจ้าหน้าที่ทุกคนถึงกับตัวแข็งทื่อ
เมื่อเขาหันมามองผม แววตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นราวกับเห็นคนคุ้นเคยที่ตายไปแล้ว "เฉินเว่ย... นายจริงๆ ด้วยสินะ? ฉันตามหาคนที่กล้าทำสินค้าคุณภาพระดับนี้มานานแล้ว และดูเหมือนว่า... สิ่งที่คนอื่นเรียกว่า 'ความสำเร็จที่สั่นคลอน' กำลังจะกลายเป็น 'จุดเปลี่ยน' ที่ทำให้นายได้ก้าวเข้าสู่สนามการค้าที่ใหญ่กว่าเดิมมาก"
จ้าวเผิงถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นว่าบุคคลตรงหน้าคือใคร แต่ในขณะที่ผมกำลังจะคลี่ยิ้มออก ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นเข้าสู่สันหลังอีกครั้ง เมื่อสายตาของผมเหลือบไปเห็น 'สัญลักษณ์' บนปกเสื้อของชายแปลกหน้าผู้นี้ มันเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่อยู่ในสมุดบัญชีลับที่ผมเพิ่งได้มาเมื่อวาน... สมุดบัญชีที่มีชื่อของผมถูกระบุว่าเป็น 'เป้าหมายคนต่อไป'
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเฉินเว่ยนะครับ หวังว่าตอนหน้าเราจะมาลุ้นระทึกไปพร้อมกันอีกครั้งครับ!
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 18
ความสำเร็จที่สั่นคลอน
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!