"ถอยไปก่อนหลินซู" ผมกระซิบเสียงต่ำ พลางใช้สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่เพิ่งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางใจผม
ความเงียบงันในโถงประชุมไม้เก่าแก่ของหมู่บ้านแทบจะทำให้เสียงลมหายใจของผมกลายเป็นเสียงฟ้าร้อง จ้าวเผิงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวที่สูงกว่าชาวบ้านคนอื่น ท่าทางวางอำนาจของมันช่างน่ารังเกียจไม่ต่างจากสุนัขรับใช้ที่รอวันโดนเจ้าของทิ้ง แต่ในหัวของผมตอนนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องไอ้คนทรยศนั่นแล้ว ความลับเรื่อง 'เครื่องจักรเวลา' ที่ติดตัวมา ไม่ควรมีใครล่วงรู้ มันเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมยังมีชีวิตรอดอยู่ในยุคที่ไร้ซึ่งกฎหมายแห่งการศึกนี้
"แกจะพูดอะไรก็พูดมา เฉินเว่ย" จ้าวเผิงตะโกนขัดจังหวะ แววตาของมันฉายความสะใจที่เห็นผมยืนนิ่งราวกับรูปปั้น "ที่ประชุมวันนี้เราจะตัดสินว่า แกมีสิทธิ์จะถือครองที่ดินผืนท้ายหมู่บ้านนั่นต่อหรือไม่ ในเมื่อผลงานการผลิตของแกมันห่วยแตก!"
เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วห้อง ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ชาวบ้านหลายคนก้มหน้า หลายคนหลบตา แต่ไม่มีใครกล้าสบตาผมตรงๆ เพราะกลัวอิทธิพลของจ้าวเผิง
ผมเดินไปข้างหน้าทีละก้าว จังหวะเท้าหนักแน่นมั่นคงเหมือนเดินบนสนามรบ ผมไม่ได้สนใจคำถามเรื่องที่ดิน แต่ความสนใจทั้งหมดของผมอยู่ที่หญิงสาวลึกลับคนนั้นที่กำลังยืนยิ้มมุมปากอยู่ในมุมมืดของห้อง เธอเป็นใคร? และรู้เรื่องนั้นได้ยังไง?
"เรื่องที่ดินน่ะหรือจ้าวเผิง?" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้ห้องประชุมเงียบกริบลงทันที "แกใช้ตำแหน่งหัวหน้ากองผลิตตัดสินจาก 'ผลงาน' หรือตัดสินจาก 'ความแค้นส่วนตัว' ที่แกเคยพยายามยัดเยียดความผิดให้ฉันเมื่อปีก่อนกันแน่?"
จ้าวเผิงลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ มือตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "แกอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง! ที่นี่มีกฎระเบียบ ถ้าแกทำผลผลิตไม่ถึงเกณฑ์ แกก็ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินนั่น นี่คือมติของหมู่บ้าน!"
ผมเดินเข้าไปใกล้โต๊ะของมันเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน ผมโน้มตัวลงไปมองมันด้วยสายตาที่ทำให้คนระดับมันต้องชะงัก "กฎระเบียบงั้นรึ? แกบอกว่าผลผลิตฉันไม่ถึงเกณฑ์ แต่แกเคยตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายที่แก 'จงใจ' ทำหล่นหายไปในโรงเก็บเมล็ดพันธุ์บ้างไหม?"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความลังเลเริ่มฉายชัดบนใบหน้าของชาวบ้าน จ้าวเผิงหน้าถอดสี แต่มันก็ยังพยายามรวบรวมความกล้า "แก... แกไม่มีหลักฐาน อย่ามาใส่ร้ายกันนะเฉินเว่ย!"
"หลักฐานน่ะหรือ?" ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ออกมาวางกระแทกลงบนโต๊ะของมัน "นี่คือบันทึกส่วนตัวของคนงานที่แกส่งไปขู่ให้ปิดปาก แต่เขาดันเลือกที่จะส่งให้ฉันแทน แกคิดว่าถ้าฉันเอาสมุดเล่มนี้ไปส่งให้หน่วยตรวจสอบส่วนกลาง ชีวิตที่แสนสุขสบายบนตำแหน่งหัวหน้าของแกจะเป็นยังไงต่อ?"
จ้าวเผิงถึงกับตัวสั่น มือมันสั่นเทาขณะที่เอื้อมมาหยิบสมุดเล่มนั้น แต่ผมคว้าข้อมือมันไว้แน่น แรงบีบที่สั่งสมมาจากวิชาทหารยุคโบราณทำให้มันร้องเสียงหลง
"ความจริงมักจะเจ็บปวดเสมอจ้าวเผิง" ผมกระซิบข้างหูมัน "แต่สิ่งที่แกทำกับฉันมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ฉันกำลังจะทำกับแก"
จังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาจากด้านหลังก็หยุดทุกการเคลื่อนไหว หญิงสาวปริศนาคนเดิมเดินเข้ามาขวางระหว่างผมกับจ้าวเผิง เธอไม่ได้สนใจชายที่กำลังหน้าเขียวคล้ำนั่นเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมองมาที่ผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนัย
"คุณเฉินเว่ยครับ" เธอเอ่ยชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท "ถ้าคุณยังขืนเล่นบทพระเอกปกป้องความลับตัวเองแบบนี้ อีกไม่ถึงห้านาที... ตำรวจคอมมูนที่จ้าวเผิงแอบเรียกมา จะพังประตูเข้ามาจับกุมคุณในข้อหา 'เป็นสายลับต่างชาติ' พร้อมกับหลักฐาน 'เครื่องจักร' ที่ผมเพิ่งแอบเอาไปวางไว้ในบ้านของคุณเมื่อครู่นี้เอง"
โลกทั้งใบของผมดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ หลักฐานที่ถูกยัดเยียด ความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในรูปแบบของอำนาจรัฐ และหญิงสาวคนนี้... เธอไม่ได้แค่รู้ แต่เธอคือผู้ที่จัดฉากทำลายผมทิ้งโดยสมบูรณ์
ผมเหลือบไปเห็นจ้าวเผิงที่เริ่มแสยะยิ้มออกมาได้แม้จะเจ็บข้อมือ มันรู้เห็นเป็นใจกับแผนนี้สินะ
"ยังไม่จบแค่นี้หรอกเฉินเว่ย" จ้าวเผิงกระซิบ "แกไม่มีทางรอดจากคุกยุคนี้หรอก เตรียมตัวไปใช้แรงงานในเหมืองจนตายได้เลย!"
เสียงประตูด้านนอกถูกถีบออกดังโครมพร้อมกับเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่รัฐ ผมหันไปมองหลินซูที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลัง เธอคว้ามือผมไว้แน่น แต่ในจังหวะที่ผมต้องเลือกทางรอดอยู่นั้น หญิงสาวลึกลับกลับควักบางอย่างออกมาจากกระเป๋าแล้วยัดใส่มือผม
มันคือป้ายตราสัญลักษณ์ของคนจากเมืองหลวง... ป้ายที่ระบุสถานะว่า 'เจ้าหน้าที่พิเศษ' ที่แม้แต่ตำรวจคอมมูนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง
"เล่นบทเหยื่อมานานพอแล้วเฉินเว่ย" เธอโน้มตัวลงมาข้างหูผมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "คราวนี้ลองเล่นบท 'ผู้ล่า' ที่แท้จริงดูบ้างสิ... แล้วฉันจะบอกคุณว่าทำไมคนจากโลกอนาคตถึงถูกส่งมาที่นี่พร้อมกับคุณ"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นเช่นนี้ หวังว่าทุกท่านจะเตรียมตัวรับมือกับความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในตอนหน้าไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ
เฉินเว่ยสายลุย
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 9
การปะทะด้วยวาจา
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!