ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 32

ความกดดันที่เพิ่มขึ้น

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"วางปากกาลงเสียเถอะครับจางเหว่ย... เพราะต่อให้คุณเซ็นชื่อลงไปในเอกสารฉบับนี้จนครบทุกหน้า ชีวิตของพนักงานอีกห้าร้อยชีวิตในโรงงานแห่งนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรการันตีว่าจะได้เห็นแสงตะวันในวันพรุ่งนี้หรอก" เสียงของผมดังกังวานก้องไปทั่วห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับของเอกสารและไอความเครียด ผมยืนพิงกรอบหน้าต่าง สายตามองผ่านกระจกออกไปยังลานกว้างที่เหล่าคนงานกำลังยืนออกันด้วยความสับสน พวกเขาไม่รู้หรอกว่าในห้องนี้ กำลังมีการทรยศครั้งใหญ่เกิดขึ้น จางเหว่ย มือขวาที่ผมไว้ใจที่สุดนิ่งค้างไป เขาค่อยๆ วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระทบกันของมันช่างเบาหวิว แต่สำหรับผม มันดังพอๆ กับเสียงลั่นไกปืน "คุณรู้..." จางเหว่ยเค้นเสียงออกมา ใบหน้าของเขาซีดเผือดเหมือนคนป่วยที่ไร้ทางรักษา "ผมรู้อะไรน่ะหรือครับ?" ผมเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ รองเท้าหนังบดขยี้พื้นไม้จนเกิดเสียงจังหวะสม่ำเสมอ "ผมรู้ว่าจ้าวเผิงจ่ายคุณด้วยอะไร หรือผมรู้ว่าทำไมคุณถึงยอมเอาอนาคตของครอบครัวมาแขวนไว้บนเส้นด้ายที่ขาดสะบั้นเส้นนี้? ความโลภมันบังตาจนมองไม่เห็นหรือครับว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนถือไพ่ตายในเกมนี้" ผมหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงแขน ผมไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา เพราะแม่ทัพอย่างผมรู้ดีว่า การแสดงอารมณ์คือจุดอ่อนที่ศัตรูรอคอย ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเขา "คุณคิดว่าจ้าวเผิงจะเก็บคนที่รู้ความลับของมันเอาไว้หรือครับ? หลังจากที่แผนการทุจริตในกองผลิตถูกเปิดโปงเมื่อครู่นี้ โดยที่ 'ข้อมูล' ที่คุณขโมยไปจากโต๊ะผม กลับกลายเป็นหลักฐานมัดตัวมันเองเข้าสู่คุกหลวงแห่งยุคสมัยใหม่ คุณคิดว่าใครจะโดนลากลงนรกก่อนกัน?" จางเหว่ยทรุดตัวลงกับเก้าอี้ น้ำตาไหลพรากด้วยความสำนึกในความโง่เขลา แต่สายไปเสียแล้ว ความกดดันมหาศาลจากสถานะของโรงงานที่กำลังจะล้มละลายเพราะการยักยอกเงินกองทุนสวัสดิการของจ้าวเผิง กำลังบีบคั้นให้ผมต้องตัดสินใจในวินาทีที่วิกฤตที่สุด ผมหันหลังกลับ เดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วหยิบแฟ้มเอกสารอีกชุดขึ้นมา นี่คือรายชื่อเจ้าหนี้และวัตถุดิบที่ค้างชำระ ถ้าภายในเย็นนี้ผมหาเงินก้อนโตมาหมุนไม่ทัน โรงงานแห่งนี้จะถูกสั่งปิด และคนงานนับร้อยชีวิตจะกลายเป็นคนเร่ร่อนในทันที หลินซู... ภรรยาที่รักของผม เธอคงกำลังรอผมอยู่ที่บ้าน พร้อมกับมื้อเย็นที่เธอตั้งใจทำ แม้เธอจะไม่เคยถามถึงความยากลำบากที่ผมเผชิญ แต่แววตาของเธอยามมองผมเสมอมา คือแรงผลักดันที่ทำให้ผมไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่บิดเบี้ยวนี้ "หัวหน้าเฉินครับ... พวกเขามาแล้ว" เสียงตะโกนของพนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าห้องทำให้ผมต้องรีบเก็บอารมณ์ กลุ่มชายชุดดำร่างกำยำเดินเข้ามาในห้องทำงานของผมโดยไม่รอคำเชิญ พวกเขาคือคนของธนาคารท้องถิ่นที่ถูกจ้าวเผิงส่งมาเพื่อยึดทรัพย์สินโรงงานกะทันหัน ความวุ่นวายด้านนอกเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงโห่ร้องของคนงานที่เริ่มรู้ตัวว่ากำลังจะตกงานกำลังบีบให้ผมต้องเดินไปที่หน้าต่าง ผมมองลงไปเห็นจ้าวเผิงยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น มันยิ้มเยาะมองขึ้นมาที่หน้าต่างห้องทำงานของผม มันมั่นใจมากว่าผมไม่มีทางออก "คุณเฉินครับ..." คนจากธนาคารเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ถึงเวลาคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดแล้ว ถ้าไม่มี... โรงงานนี้จะถูกอายัดทันทีในอีกสิบห้านาทีข้างหน้า" ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคนในห้อง ผมหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่เก็บไว้ในลิ้นชักลับออกมา มันคือแผนผังการลงทุนและการกระจายหุ้นที่ผมทำไว้เผื่อเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ "คุณคิดว่าจะยึดที่นี่ได้เหรอครับ? ลองเปิดเอกสารในมือพวกคุณดูดีๆ สิว่า เงินกู้ก้อนนี้ ใครเป็นคนเซ็นค้ำประกันให้โรงงาน... และในสัญญาฉบับล่าสุดที่ผมเพิ่งแก้ไขเมื่อเช้านี้ มีข้อความไหนที่บอกว่าผมคือคนที่จะต้องแบกรับหนี้เสียทั้งหมด" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน ทุกคนก้มลงดูเอกสารด้วยความตื่นตระหนก สายตาของคนจากธนาคารเริ่มเปลี่ยนไปจากความหยิ่งผยองกลายเป็นความวิตกกังวล จ้าวเผิงที่ยืนดูอยู่ด้านล่างเริ่มแสดงท่าทางกระวนกระวายเมื่อเห็นว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่มันวางไว้ ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะประกาศชัยชนะ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น สายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ผมไม่รู้จัก แต่พอกดรับ ปลายสายกลับส่งเสียงที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ "เฉินเว่ย... ถ้าไม่อยากเห็นหลินซูได้รับอันตราย ให้เดินออกมาที่ประตูด้านหลังคนเดียว อย่าแม้แต่จะคิดแจ้งตำรวจ ไม่อย่างนั้นคุณจะได้เห็นของรักของคุณกลายเป็นเถ้าถ่านก่อนพระอาทิตย์ตกดิน" ผมวางสายลงช้าๆ มือขวาของผมสั่นเล็กน้อยด้วยความเดือดดาลที่พุ่งพล่าน แต่บนใบหน้ากลับคงความนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไร้คลื่นลม ผมเดินไปหยิบเสื้อคลุมตัวเก่งขึ้นมาสวม ก่อนจะหันไปสั่งงานจางเหว่ยที่นั่งตัวสั่นอยู่กับพื้น "ทำตามสิ่งที่ผมบอกให้จบ... แล้วนรกจะเหลือที่ให้คุณยืนหายใจต่อได้บ้าง" ผมก้าวออกจากห้องทำงานด้วยท่าทีสง่างาม ท่ามกลางสายตาของคนทั้งโรงงาน แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ก้าวต่อไปของผม คือก้าวที่เดิมพันด้วยชีวิตของคนที่ผมรักที่สุดในโลกใบนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เฉินเว่ยมาจนถึงตอนนี้ครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%