"ถ้าคุณคิดว่าแผนนี้จะทำให้ผมถอยหลังกลับไปยอมจำนนต่อความโสมมของจ้าวเผิงได้อีกล่ะก็... ผมแนะนำให้คุณเลิกคิดเสียแต่วันนี้เถอะครับ"
ผมปักมวนบุหรี่ลงในเขี่ยบุหรี่แก้วจนแหลกละเอียด ไม่ใช่เพราะอารมณ์โกรธ แต่เป็นการย้ำเตือนตนเองถึงความเด็ดขาดที่ต้องรักษาไว้ สายตาของผมจ้องเขม็งไปยังเอกสารบัญชีที่วางอยู่ตรงหน้า มันคือแผนผังเส้นทางการเงินของโรงงานที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อปกปิดร่องรอยการยักยอกของจ้าวเผิง ในสายตาคนทั่วไป นี่อาจเป็นเพียงตัวเลขชุดหนึ่ง แต่ในสายตาของอดีตแม่ทัพเช่นผม มันคือ 'แผนที่สนามรบ' ที่มีกับดักรอการเหยียบย่ำอยู่ทุกตารางนิ้ว
หลินซูนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้เอ่ยปากทักท้วง มือเรียวบางของเธอเพียงแค่ชงชาเงียบๆ กลิ่นใบชาหอมกรุ่นไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องทำงานเล็กๆ ของเราผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ความเงียบทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่าคำพูดหลายพันคำ
"พี่เฉิน..." เธอเรียกผมเบาๆ แววตาของเธอสะท้อนความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งแกร่ง "ถ้าเราก้าวพลาดครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตำแหน่งในโรงงานที่จะหายไป แต่มันหมายถึงชีวิตของเราที่วางบนเขียงด้วย"
"ผมรู้ครับ" ผมวางมือลงบนมือที่สั่นเทาเล็กน้อยของเธอ สัมผัสถึงความอบอุ่นที่ย้ำเตือนให้ผมรู้ว่าทำไมผมถึงต้องสู้ "แต่การยอมตายอยู่ในกรงที่คนอื่นขีดเส้นไว้ให้ ไม่ใช่ทางเลือกของคนอย่างผม ในยุคที่ลมเปลี่ยนทิศ ใครที่กล้าหาญพอจะกางใบเรือรับพายุก่อนคนอื่น ผู้นั้นย่อมเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง"
ผมลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังโรงงานที่เริ่มเงียบเหงาลงในช่วงเวลาค่ำคืน จ้าวเผิงคิดว่าการส่งคนมาติดตามผมตลอด 24 ชั่วโมงจะทำให้ผมหวาดกลัว แต่เขาลืมไปว่าในสนามรบจริง การขยับตัวที่เงียบที่สุด คือการขยับตัวที่ทรงพลังที่สุด ผมไม่ได้กำลังจะสู้กับเขาด้วยกำลัง แต่ผมกำลังจะขุดรากถอนโคนอิทธิพลของเขาด้วยระบบเศรษฐกิจที่เขาไม่เข้าใจ
"พรุ่งนี้เช้า ผมจะเข้าพบผู้อำนวยการโรงงานด้วยหลักฐานชุดนี้" ผมพูดขึ้นโดยไม่หันกลับมา
"คุณมั่นใจหรือว่าผู้อำนวยการจะเชื่อคุณ?" หลินซูถามด้วยน้ำเสียงสงสัย "จ้าวเผิงมีสายสัมพันธ์กับพวกระดับสูงในเมืองหลวงนะครับ หากคุณก้าวพลาดเพียงนิดเดียว..."
"ผมไม่ได้จะไป 'ขอ' ให้เขาเชื่อ" ผมหันกลับมา มุมปากกระตุกเป็นยิ้มที่ทำให้เธอชะงัก "ผมจะไป 'ยื่นข้อเสนอ' ให้เขาตัดสินใจเลือก ระหว่างการรักษาขยะเปียกอย่างจ้าวเผิงไว้ แล้วล่มจมไปพร้อมกัน หรือจะยอมเสียขยะชิ้นหนึ่ง เพื่อรักษาโรงงานและเก้าอี้ของเขาเอาไว้... ในโลกนี้ไม่มีมิตรแท้ มีเพียงผลประโยชน์ที่ลงตัวเท่านั้นครับ"
ตลอดทั้งคืนที่เหลือ เราสองคนนั่งทบทวนทุกรายละเอียด ผมไล่เรียงแผนการเหมือนกับการวางกลยุทธ์ตั้งรับในค่ายทหาร ทั้งจุดอับ จุดบอด และเส้นทางหลบหนีหากแผนการล้มเหลว หลินซูรับหน้าที่ช่วยผมขัดเกลาถ้อยคำในเอกสารคำร้อง เธอคือมันสมองที่ละเอียดอ่อนที่คอยเติมเต็มส่วนที่ความดุดันของผมมองข้ามไป เราทำงานกันจนถึงรุ่งสาง ความเหนื่อยล้าไม่สามารถพรากสมาธิของเราไปได้ เพราะเราต่างรู้ดีว่านี่คือคืนสุดท้ายที่จะได้วางแผนอย่างสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำ
เมื่อแสงแดดเริ่มรำไรที่ขอบฟ้า ผมเก็บเอกสารทั้งหมดลงในกระเป๋าหนังเก่าๆ ที่ติดตัวมาตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่
"เฉินเว่ย" หลินซูเรียกชื่อผมไว้ก่อนที่ผมจะก้าวออกไปที่ประตู เธอเดินเข้ามาจัดปกเสื้อให้ผมด้วยความเบามือที่สุด "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... อย่าลืมว่าคุณไม่ได้สู้เพียงลำพัง"
ผมก้มลงหอมหน้าผากเธอเบาๆ แทนคำมั่นสัญญา ก่อนจะก้าวออกจากบ้านด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ผมเดินผ่านหน้าโรงงาน แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของลูกน้องจ้าวเผิงที่จ้องมองมา ผมก้าวผ่านประตูโรงงานเข้าไปด้วยหัวใจที่หนักแน่น
ทว่า ทันทีที่ผมเดินพ้นประตูใหญ่เข้ามา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายสิบคนก็ดังสวนทางมา ขบวนรถสีดำคันหรูที่ผมไม่คุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่กลางลานกว้าง ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนที่คุ้นตา... เขาไม่ใช่ผู้อำนวยการโรงงาน แต่เป็นคนจากส่วนกลางที่ผมเคยทำธุรกิจด้วยเมื่อหลายเดือนก่อน
เขามองมาที่ผมด้วยสายตาเย็นชาเกินกว่าจะอ่านออก แล้วยื่นซองจดหมายตราประทับสีแดงให้ผมต่อหน้าคนงานทั้งหมด
"คุณเฉินเว่ย ทางหน่วยงานมีคำสั่งด่วนถึงคุณ... โทษฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตวัตถุดิบของรัฐ"
ผมชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อหันมองไปด้านหลัง ผมเห็นจ้าวเผิงยืนยิ้มอยู่ที่ชั้นสองของตึกอำนวยการ ในมือถือแก้วชาไว้มั่น พลางพยักหน้าให้ผมเหมือนผู้ชนะที่กำลังดูสัตว์ป่าที่ติดกับดัก
ผมก้มลงมองซองจดหมายในมือ แล้วยิ้มออกมา... เป็นยิ้มที่ทำให้ชายวัยกลางคนตรงหน้าถึงกับขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
"จ้าวเผิง... แกคิดว่าแกเลือกเวลาได้เหมาะเจาะแล้วงั้นหรือ?" ผมเปรยเบาๆ กับตัวเอง ก่อนจะหันไปหาคนของหน่วยงาน "ถ้าผมคือผู้ต้องหาคนใหม่ งั้นช่วยตามตัวหัวหน้ากองผลิตลงมาด้วยนะครับ เพราะหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวผู้บงการจริงๆ ผมเพิ่งจะส่งให้สำนักข่าวในเมืองหลวงไปเมื่อห้านาทีที่ผ่านมานี้เอง"
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ติดตามการเดินทางของเฉินเว่ยนะครับ เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ!
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 33
ช่วงเวลาแห่งการไตร่ตรอง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!