ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 27

การทูตเชิงธุรกิจ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"ถ้าท่านหัวหน้ากองผลิตจ้าวคิดว่าการเอาตัวเลขในบัญชีที่ตกแต่งจนสวยหรูมาขู่ผม จะทำให้ผมยอมถอย ผมแนะนำให้ท่านกลับไปทบทวนดูใหม่ว่า ความตายที่แท้จริงน่ะ... มันมีหน้าตาเป็นอย่างไร" เสียงของเฉินเว่ยดังกังวานในห้องรับรองที่เงียบเชียบ ราวกับเสียงดาบที่ถูกชักออกจากฝัก จ้าวเผิงนั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาว สองมือที่วางอยู่บนตักสั่นระริกจนสังเกตได้ "เฉินเว่ย... แกอย่ากำแหงให้มากนัก ที่นี่ไม่ใช่สนามรบโบราณของแก นี่คือเขตอุตสาหกรรมที่มีกฎหมายควบคุม!" จ้าวเผิงเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาอำนาจบารมีที่เหลืออยู่ไม่กี่ส่วน เฉินเว่ยไม่ตอบโต้ด้วยการตะคอก เขากลับยิ้มบางๆ พลางหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเขาดูสง่างามดั่งแม่ทัพผู้คุมเกมกระดาน ในขณะที่สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของจ้าวเผิง ราวกับจะอ่านทะลุไปถึงความลับที่ถูกซ่อนไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานนั้น "กฎหมายน่ะมีไว้ให้คนฉลาดใช้ครับท่านจ้าว ไม่ใช่มีไว้ให้พวกขี้ขลาดเอาไว้บังหน้าเพื่อซ่อนรอยเลือดบนมือ" เฉินเว่ยค่อยๆ วางถ้วยน้ำชาลง "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขู่ท่าน แต่ผมมาเพื่อ 'เจรจา' เรื่องทางออกของโครงการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปที่ท่านขัดขวางมาโดยตลอด" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนอากาศถูกสูบออกไปจนหมด เฉินเว่ยเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาเริ่มอธิบายกลยุทธ์การตลาดที่สอดประสานกับนโยบายเปิดประเทศของส่วนกลางอย่างเฉียบคม แต่ละคำพูดที่พ่นออกมาคือการต้อนจ้าวเผิงเข้ามุมอับทางความคิด "ถ้าโครงการนี้สำเร็จ ท่านจะได้หน้าในฐานะผู้สนับสนุนนโยบายยุคใหม่ แต่ถ้าโครงการนี้พังเพราะความเห็นแก่ตัวของใครบางคน... ท่านคิดว่ารายงานการตรวจสอบจากเบื้องบนที่ผมถืออยู่ในมือตอนนี้ จะส่งไปถึงโต๊ะใครก่อนกัน?" จ้าวเผิงเหงื่อแตกพลั่ก เขาพยายามนึกหาทางหนีทีไล่ แต่ไม่ว่าจะขยับไปทางไหน เฉินเว่ยก็ปิดตายทุกช่องทางเอาไว้หมดแล้ว ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่คนเดิมที่เขาเคยดูถูกว่าเป็นแค่ไอ้คนงานกระจอกๆ อีกต่อไป แต่เป็น 'เสือ' ที่พร้อมจะกระชากคอเขาได้ทุกเมื่อ "แก... แกต้องการอะไรกันแน่?" จ้าวเผิงถามเสียงแหบพร่า "ผมต้องการแค่ความยุติธรรมให้ครอบครัวผม และต้องการให้ท่านเซ็นชื่ออนุมัติงบประมาณส่วนที่เหลือเสียดีๆ" เฉินเว่ยยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้ "และที่สำคัญ... ผมต้องการให้ท่านลืมความแค้นส่วนตัวที่มีต่อผมไปเสีย เพราะในโลกของการค้า ยุคใหม่นี้ไม่มีที่ว่างให้สำหรับ 'คนตายที่ยังหายใจ' อย่างท่านอีกต่อไปครับ" เฉินเว่ยก้าวเดินออกมาจากห้องทำงานของจ้าวเผิงด้วยท่าทีสุขุม แสงแดดสะท้อนเข้าตาเขาจนต้องหรี่ลงเล็กน้อย ที่ด้านนอกนั้น หลินซูยืนรออยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล เธอรีบก้าวเข้ามาคว้าแขนเขาไว้ทันทีเมื่อเห็นเขาก้าวออกมา "เฉินเว่ย... เป็นยังไงบ้างคะ? เขาจะยอมง่ายๆ อย่างนั้นจริงหรือ?" เธอถามเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง เฉินเว่ยหันมามองภรรยา ดวงตาที่เคยดุดันเมื่อครู่อ่อนแสงลงจนกลายเป็นความอบอุ่น เขาใช้มือลูบหัวเธอเบาๆ อย่างแผ่วเบา "ซูเอ๋อร์ ไม่ต้องห่วงนะครับ สิ่งที่ผมทำไปวันนี้ไม่ใช่แค่การชนะในเกมธุรกิจ แต่มันคือการปูทางเพื่อความปลอดภัยของเราในระยะยาว" ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเดินต่อไปยังรถจักรยานของเขา เสียงปรบมือที่ดังมาจากมุมมืดของทางเดินก็ทำให้ทั้งคู่ชะงัก ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบก้าวออกมาจากเงามืด แววตาของเขาดูเย็นเยียบและเต็มไปด้วยอำนาจที่เหนือกว่าจ้าวเผิงหลายเท่า "คมคายมาก เฉินเว่ย... แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่า ในการทูตเชิงธุรกิจครั้งนี้ คุณไม่ได้มีแค่จ้าวเผิงเป็นศัตรูเพียงคนเดียว" ชายคนนั้นโยนซองจดหมายสีน้ำตาลลงบนพื้นตรงหน้าเฉินเว่ย เมื่อเฉินเว่ยเปิดอ่าน ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที นี่ไม่ใช่แค่การขัดขวางธุรกิจ แต่มันคือคำสั่งย้ายด่วนให้เขาไปประจำการในถิ่นทุรกันดารทางตอนเหนือ โดยมีลายเซ็นกำกับจากบุคคลที่เฉินเว่ยไม่อาจปฏิเสธได้ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เฉินเว่ยกระชับมือหลินซูแน่นขึ้น สายตาของเขาจ้องมองชายชุดสูทคนนั้นด้วยความมุ่งมั่นที่ทวีคูณ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้จบลงที่การเจรจา แต่มันคือจุดเริ่มต้นของสงครามที่ใหญ่กว่าเดิม "ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและเป็นกำลังใจให้ "เฉินเว่ยสายลุย" ในทุกย่างก้าวของการฝ่าฟันอุปสรรคครั้งนี้นะครับ"
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%