ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 26

วิกฤตการเมืองท้องถิ่น

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"วางถ้วยชาลงเสีย จ้าวเผิง... เพราะถ้าเจ้ายังมือสั่นแบบนั้น น้ำร้อนจะลวกมือเอาได้ง่ายๆ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับรองของสำนักงานกองผลิต บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของเอกสารเก่าและไอเย็นที่ดูเหมือนจะแข็งตัวเป็นก้อนในอากาศ สายตาของผมจดจ้องไปยังชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—จ้าวเผิง ผู้ซึ่งในตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนเพิ่งเห็นผี จ้าวเผิงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งจนเกิดเสียงดัง 'กึก' เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก "เฉินเว่ย... นายคงไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่นายทำลงไปมันลากใครลงมาบ้าง อำนาจในเมืองนี้ไม่ได้มีไว้ให้คนอย่างนายเล่นสนุก!" ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก มือประสานกันบนตักอย่างผ่อนคลาย ต่างจากเขาที่ดูเหมือนคนใกล้สติแตก "การค้าขายของผมมันไปขวางทางใครเข้าล่ะ? หรือว่าการที่ราคาสินค้าเกษตรในเขตเราถูกกดไว้เพื่อเลี้ยงไข้ใครบางคน มันเป็นเรื่องที่ห้ามแตะต้อง?" "หุบปาก!" เขาตบโต๊ะจนเอกสารกระจัดกระจาย "นายกำลังเล่นกับไฟ รองเลขานุการจางไม่ได้มีนิสัยใจคอเหมือนหัวหน้าฝ่ายที่นายเคยปั่นหัวเล่นนะ คราวนี้เขาต้องการกำจัดนายให้พ้นทาง ไม่ใช่แค่เรื่องตำแหน่ง แต่มันคือเรื่องของ 'ผลประโยชน์มหาศาล' ที่นายกำลังข้ามเส้นเข้ามาเหยียบ" ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนจากสมรภูมิยุคโบราณแผ่ซ่านความกดดันออกมาโดยไม่ตั้งใจ ผมเดินอ้อมไปทางหน้าต่าง มองออกไปยังลานกว้างที่ชาวบ้านเริ่มมารวมตัวกัน ความเคลื่อนไหวของคนพวกนี้คือฟันเฟืองที่ผมกำลังขับเคลื่อนให้หมุนไปในทิศทางที่ผมต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่พวกขุนนางท้องถิ่นอย่างจ้าวเผิงจะเข้าใจ "รู้ไหมจ้าวเผิง..." ผมพูดโดยไม่หันกลับไปมอง "สิ่งที่น่าสมเพชที่สุดของคนที่มีอำนาจแต่ไร้สมอง คือการคิดว่าตัวเองคุมเกมได้ทั้งหมด ในขณะที่คนอย่างผม... ผมมองเห็นจุดจบของเกมนี้ตั้งแต่วันที่ผมก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว" "นายหมายความว่ายังไง?" จ้าวเผิงถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ผมหันกลับมา แววตาของผมในยามนี้คมกริบราวกับใบดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก "หมายความว่า คำสั่งย้ายที่ส่งมาถึงผมเมื่อเช้า... มันไม่ใช่จุดจบของผม แต่มันคือจุดเริ่มต้นของ 'การล้างบาง' ที่ผมเฝ้ารอมานาน" ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานถูกผลักออกอย่างแรง หลินซูเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่ในดวงตาของเธอมีความกังวลที่ปิดไม่มิด เธอไม่ได้พูดอะไรกับผม แต่กลับส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้จ้าวเผิง มือของเธอนิ่งสนิท ทว่าจ้าวเผิงกลับทำมือถือกระดาษนั้นหล่นพื้นแทบจะทันทีเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวหนังสือ "นี่... นี่มันเป็นไปไม่ได้!" จ้าวเผิงทรุดตัวลงกับเก้าอี้ ใบหน้าเปลี่ยนจากสีขาวซีดเป็นเขียวคล้ำ "นี่คือตราประทับของท่านรัฐมนตรีจากส่วนกลาง... นายไปรู้จักคนระดับนั้นได้ยังไง!" ผมเดินเข้าไปใกล้เขา ก้มลงกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ "ในโลกนี้ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร มีเพียงผลประโยชน์ที่เหมาะสม... และน่าเสียดายที่รองเลขานุการจางของเจ้า ดันกลายเป็น 'เบี้ยที่หมดค่า' ในกระดานของท่านรัฐมนตรีเสียแล้ว" ขณะที่ผมกำลังจะหันไปหาหลินซูเพื่อพาเธอออกไปจากที่นี่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตู เป็นกลุ่มชายในชุดเครื่องแบบที่ดูเข้มงวดและเย็นชา พวกเขาไม่ได้มองมาที่จ้าวเผิง แต่สายตาของหัวหน้าทีมจ้องตรงมาที่ผม ก่อนจะล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ นั่นไม่ใช่หมายเรียก... แต่เป็นหมายจับในคดีที่ผมไม่ได้ก่อ "เฉินเว่ย คุณถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการทุจริตงบประมาณจัดซื้อและค้าของเถื่อนข้ามเขต" หัวหน้ากลุ่มคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ ก่อนจะผายมือไปที่หน้าต่าง "และหลักฐานทั้งหมด... ถูกพบในรถบรรทุกที่จอดอยู่ในเขตโรงงานของคุณเมื่อสิบนาทีก่อน" ผมชะงักไปครู่หนึ่ง หลินซูเอื้อมมือมาคว้าแขนผมไว้แน่น ผมสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่สื่อถึงความหวาดกลัว แต่ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ผมก็เห็นเงาของใครบางคนสะท้อนในกระจกหน้าต่าง... เป็นเงาของคนที่ผมคิดว่าตายไปแล้วในสงครามยุคก่อนที่ผมจะข้ามมา และเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มชายชุดเครื่องแบบเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มที่คุ้นเคยอย่างน่าขนลุก เกมนี้ไม่ได้มีแค่จ้าวเผิง... แต่มันคือนักฆ่าจากอดีตที่ตามมาถึงที่นี่ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%