"ถอยไป! ถ้าไม่อยากตายกันหมดก็ถอยไปให้พ้นทาง!"
เสียงตวาดกร้าวของจ้าวเผิงดังแข่งกับเสียงไซเรนที่แผดร้องระงมจนแก้วหูแทบแตก ผมยืนจังก้าอยู่หน้าคลังสินค้าที่กำลังถูกเปลวเพลิงสีส้มแดงโอบล้อม กลิ่นไหม้ของกระดาษและพลาสติกโชยเข้าจมูกจนแสบปอด ในมือของจ้าวเผิงมีกระเป๋าหนังใบเก่าที่อัดแน่นไปด้วยเงินสด... เงินที่เป็นหลักฐานการทุจริตของมัน และเป็นทุนรอนทั้งหมดที่ผมใช้พลิกชีวิตครอบครัวในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้
หลินซูยืนอยู่ข้างหลังผม มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตาเธอกลับแน่วแน่ เธอไม่ได้ดึงแขนเสื้อผมเพื่อรั้งไว้ แต่เธอเลือกที่จะก้าวขึ้นมาขนาบข้าง ราวกับจะบอกว่าไม่ว่าผมจะเลือกทางไหน เธอพร้อมจะเผชิญหน้ากับพายุลูกนี้ไปพร้อมกับผม
"แกเลือกเอา เฉินเว่ย" จ้าวเผิงเหยียดยิ้มที่มุมปาก ในขณะที่คลังสินค้าอีกฝั่งหนึ่งเริ่มพังถล่มลงมาด้วยความร้อนจัด "จะปล่อยให้สมบัติมหาศาลนี่มอดไหม้ไปกับกองเพลิง แล้วแกก็กลับไปเป็นไอ้กระจอกที่ไม่มีอะไรติดตัว หรือจะปล่อยให้ฉันเดินออกไปจากที่นี่ แล้วแกก็เอาเงินก้อนนี้ไปตั้งตัวใหม่... เงินนี้มากพอจะทำให้เมียแกสุขสบายไปทั้งชาติ แลกกับแค่การที่แกต้องหุบปากเรื่องการทุจริตของฉันตลอดไป"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ แม้เสียงไฟจะยังคงคำรามก้องอยู่ในหัวผม สายตาผมกวาดมองไปที่กองเอกสารสำคัญที่กำลังถูกไฟเลียกิน ความจริงที่ผมเพียรพยายามขุดคุ้ยมาตลอดหลายเดือนกำลังจะกลายเป็นเถ้าถ่าน หากผมยอมรับเงินก้อนนั้น นั่นหมายถึงการทรยศต่ออุดมการณ์ของตัวเอง การยอมเป็นพวกเดียวกับคนที่กัดกินทรัพยากรของชาติและชาวบ้านจนไร้ที่ยืน
ผมสูดหายใจลึก กลิ่นควันไฟทำให้ผมหวนนึกถึงสนามรบในอดีตชาติ ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ลมหายใจ แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เพราะผมมี 'เหตุผล' ที่จะอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
"จ้าวเผิง" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเย็นจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก "แกประเมินค่าของ 'อนาคต' ต่ำเกินไป"
"อนาคต?" มันหัวเราะร่วน "ดูสภาพแกสิ! อีกไม่กี่นาทีนี่ก็จะกลายเป็นกองขยะ ถ้าแกไม่เอาเงินนี้ แกก็เหลือแต่ตัว!"
"เงินซื้อได้ทุกอย่างในสายตาคนอย่างแก" ผมก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จังหวะที่จ้าวเผิงเผลอหลบสายตาไปที่รถดับเพลิงที่กำลังเลี้ยวเข้ามา "แต่แกซื้อ 'ทางออก' ให้ตัวเองในโลกยุคใหม่นี้ไม่ได้หรอก กฎหมายอาจจะยังตามไม่ถึงแกในตอนนี้ แต่ความพินาศของแกมันเริ่มขึ้นตั้งแต่วินาทีที่แกจุดไฟเผาหลักฐานตัวเองแล้ว"
"แกหมายความว่ายังไง!" จ้าวเผิงเริ่มลนลาน มันหันซ้ายแลขวาอย่างบ้าคลั่ง
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนเงินกับแก" ผมแค่นยิ้ม ดุดันและเยือกเย็น "แต่ฉันมาเพื่อให้แน่ใจว่า... แกจะไม่มีวันได้เดินออกไปจากความผิดนี้"
ทันใดนั้นเอง รถดับเพลิงคันใหญ่ก็เบรกกะทันหันจนล้อครูดไปกับพื้นดิน เสียงตะโกนสั่งการของเจ้าหน้าที่ดังลั่น แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่เหล่านั้น กลับเป็นร่างของชายในเครื่องแบบสีเข้มที่ก้าวลงมาจากรถคันหลังสุด เขาไม่ใช่พนักงานดับเพลิงทั่วไป แต่เป็น 'รองหัวหน้าเขต' คนที่ผมเคยยื่นหนังสือลับเรื่องการทุจริตไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
จ้าวเผิงหน้าถอดสี ทันทีที่มันเห็นชายคนนั้น มันหันขวับมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาต มันเงื้อมือขึ้น หมายจะใช้กระเป๋าเงินนั่นเป็นอาวุธฟาดลงมาที่ศีรษะผมเพื่อเปิดทางหนี
"เฉินเว่ย! แกมันไอ้คนทรยศ!"
ผมไม่หลบ ผมยกแขนขึ้นรับแรงกระแทกจากกระเป๋าหนักๆ นั่น เสียงของแข็งกระทบแขนดังปึก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่ผมไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านไปได้ ผมพุ่งตัวเข้าชาร์จจ้าวเผิงเต็มแรง กอดรัดตัวมันไว้จนล้มลงไปคลุกฝุ่นด้วยกัน จังหวะที่ชุลมุนนั่นเอง กระเป๋าใบสำคัญก็หลุดมือกระเด็นไปตกใกล้กับกองเอกสารที่ยังไม่ถูกไฟไหม้
"หลินซู! เก็บหลักฐาน!" ผมตะโกนลั่นโดยไม่ต้องหันไปมอง
หลินซูพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว เธอคว้ากระเป๋าและแฟ้มเอกสารที่ตกลงมาได้อย่างทันท่วงที ในขณะที่จ้าวเผิงพยายามจะตะเกียกตะกายแย่งคืน แต่ฝ่ามือหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ที่วิ่งกรูเข้ามาก็กดตัวมันลงกับพื้นดินแน่น
"ปล่อยฉัน! ไอ้เฉินเว่ย แกทำแบบนี้ทำไม!" เสียงของมันอู้อี้อยู่ใต้รองเท้าบูตของเจ้าหน้าที่
ผมลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามตัวช้าๆ แสงไฟจากคลังสินค้าที่กำลังลุกโชนสะท้อนอยู่ในดวงตาของผม ผมหันไปมองมันด้วยสายตาของคนที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ใช่สายตาของพ่อค้าที่แสวงหากำไร แต่เป็นสายตาของนักสู้ที่ปกป้องสิ่งที่ควรค่าแก่การรักษา
"เพราะเงินมันซื้อได้แค่ความสุขชั่วคราว จ้าวเผิง แต่ความถูกต้องต่างหากที่พาเราไปถึงฝั่งฝันในยุคที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านนี้"
สถานการณ์ดูเหมือนจะจบลงด้วยชัยชนะของผม แต่แล้วความเงียบงันก็เกิดขึ้นเมื่อรองหัวหน้าเขตคนนั้นเดินตรงมาหาผม เขาไม่ได้มองจ้าวเผิงที่ถูกจับกุม แต่กลับมองเอกสารในมือของหลินซูด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออก
เขาหยิบเอกสารขึ้นมาดูหน้าหนึ่ง แล้วเขาก็ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะกระซิบคำที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ
"เฉินเว่ย... รายชื่อในนี้ไม่ได้มีแค่จ้าวเผิงหรอกนะ แต่ยังมีชื่อของ 'คนข้างบน' ที่แกแตะต้องไม่ได้อีกหลายคน... แกแน่ใจนะว่าชีวิตที่เหลือของแกจะยังเป็นสุขหลังจากเปิดโปงเรื่องนี้?"
ผมชะงักไปชั่วครู่ รู้สึกถึงแรงบีบที่มือของหลินซูแน่นขึ้นอีกระดับ ความเสี่ยงที่ผมคาดไว้กำลังจะกลายเป็นจริงเสียแล้ว แต่ทว่า... ท่ามกลางความกดดันที่ถึงขีดสุดนี้เอง มีเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินแทรกผ่านกลุ่มเจ้าหน้าที่เข้ามา เขาไม่ได้มาพร้อมกับความโกรธเกรี้ยว แต่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะรู้จักผมดีอย่างน่าประหลาด
"ใจเย็นก่อนสหายเฉิน..." ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นนามบัตรให้ผม "เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันเกี่ยวกับ 'อนาคต' ที่คุณเพิ่งพูดถึง... เรื่องที่ใหญ่กว่าการทุจริตของคนตัวเล็กๆ อย่างจ้าวเผิงมากนัก"
นั่นคือตอนที่ผมรู้ว่า เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฝ่าฟันความกดดันมากับผมจนถึงบรรทัดนี้ครับ!
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 37
ความกดดันถึงขีดสุด
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!