"วางลงเดี๋ยวนี้! ถ้าแกไม่อยากให้ร้านพังพินาศไปมากกว่านี้ ก็ถอยออกไปให้ห่างจากลังสินค้าของฉัน!"
เสียงคำรามของผมดังก้องไปทั่วโกดังเก่าริมทางรถไฟ จ้าวเผิงชะงักมือที่กำลังจะกรีดกระดาษลังบรรจุสินค้าล็อตใหญ่ของผม สายตาของมันสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของผม มันเหยียดยิ้มที่มุมปาก พยายามซ่อนความขลาดกลัวไว้ภายใต้ใบหน้าเย่อหยิ่ง
"เฉินเว่ย... แกอย่าทำเป็นปากดีไปหน่อยเลย" จ้าวเผิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "สินค้าพวกนี้มีตำหนิและไม่ได้มาตรฐานตามกฎการค้าใหม่ ถ้าฉันรายงานเรื่องนี้ไปที่เขต รับรองได้เลยว่าโรงงานของแกจะถูกปิดถาวรภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง"
ผมก้าวเข้าไปหามันช้าๆ ทุกจังหวะฝีเท้าของผมหนักแน่นและมั่นคง ดั่งแม่ทัพที่กำลังเดินตรวจแถวทหารในสมรภูมิ ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจติดขัดของมัน "กฎการค้าเหรอ? หรือว่าแกแค่กลัวที่เห็นว่าคนต่อคิวยาวเหยียดหน้าประตูโรงงานเพื่อรอซื้อสินค้าของฉันกันแน่ จ้าวเผิง... เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ และแกก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกกระดานดีดออกไป"
ผมผลักไหล่มันออกไปอย่างแรง ก่อนจะหันไปหาหลินซูที่ยืนคุมบัญชีอยู่ไม่ไกล เธอพยักหน้าให้ผมเบาๆ สายตาของเธอในตอนนี้ไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเชื่อมั่นที่เปี่ยมล้น เธอจัดการบันทึกยอดขายที่พุ่งทะยานจนสมุดแทบขาด ความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
"คุณเฉินคะ... ไม่ใช่สิ คุณเฉินครับ" หลินซูแก้คำเรียกอย่างเขินอาย "ตอนนี้ยอดจองจากอำเภอข้างเคียงพุ่งขึ้นเกินสองเท่าแล้วครับ ถ้าเราไม่รีบเร่งกำลังผลิต เราอาจจะเสียโอกาสครั้งใหญ่นี้ไป"
ผมพยักหน้ารับ "ไม่ต้องห่วงซู... ความพยายามของพวกเราตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเริ่มผลิดอกออกผลแล้ว กลิ่นของความสำเร็จมันหอมหวานเสมอ โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นคนพวกนี้ดิ้นรนแทบตายแต่กลับทำอะไรไม่ได้เลย"
เสียงตะโกนจากหน้าโรงงานดังแทรกเข้ามา เป็นเสียงของกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่มารอรับของ "เฮ้ย! สินค้ามาหรือยัง! ฉันจ่ายเงินจองไปตั้งแต่วันก่อนแล้วนะ!"
ผมเดินออกไปหน้าโรงงาน ภาพที่ปรากฏคือกลุ่มคนที่เบียดเสียดกันจนหน้าประตูแทบพัง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทอง แต่มันคือการพิสูจน์ว่าในยุคเปลี่ยนผ่านที่เต็มไปด้วยความสับสนนี้ คนที่มีวิสัยทัศน์และกล้าลงมือทำอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะกุมชะตาชีวิตตัวเองได้ ผมยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียง
"สินค้าล็อตนี้มีจำนวนจำกัด แต่ผมสัญญาว่าทุกคนจะได้ของครบตามจำนวนที่จ่ายเงินจองไว้!" ผมประกาศเสียงดังฟังชัด "และใครที่ถือใบเสร็จสีแดงจากผม รับไปเลยส่วนลดพิเศษในล็อตหน้า นี่ไม่ใช่แค่การขายของ แต่นี่คือพันธสัญญาแห่งความร่วมมือของเรา!"
เสียงโห่ร้องยินดีดังสนั่นหวั่นไหว จ้าวเผิงที่เดินตามออกมาถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นว่าอำนาจในการควบคุมตลาดของมันเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก มันหันหลังกลับหมายจะหนีไปรายงานนายใหญ่ แต่ผมรู้ดีว่ามันไม่มีทางไปไหนได้ไกลหรอกครับ เพราะผมวางหมากไว้รอบทิศทางหมดแล้ว
ผมเดินกลับเข้ามาในที่ทำงาน มองดูลูกน้องที่กำลังขะมักเขม้นกับการแพ็คของด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง ความสำเร็จในครั้งนี้มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตจากความอดทน การวางแผนที่เฉียบคม และที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อใจที่ผมมีต่อหลินซู ภรรยาที่ยอมร่วมหัวจมท้ายกับผมในวันที่เราไม่มีอะไรเลย
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมโรงงานยามค่ำคืนหลังจากผ่านพ้นความวุ่นวาย ผมกลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนกำลังมุ่งหน้ามาที่โรงงานแห่งนี้ ไม่ใช่เสียงของพ่อค้า ไม่ใช่เสียงของพนักงาน แต่มันคือเสียงของรองเท้าบูททหารที่คุ้นเคย
หลินซูเดินเข้ามาหาผม มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้ "เฉินเว่ย... มีคนจากส่วนกลางมาหาคุณที่หน้าโรงงาน พวกเขามีตราประทับของรัฐ... และดูเหมือนว่าเรื่องจะไม่จบแค่ที่จ้าวเผิงแล้วล่ะค่ะ"
ผมรับจดหมายมาเปิดอ่าน สายตาของผมกวาดผ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัด ก่อนที่ความเย็นวาบจะแล่นเข้าสู่หัวใจ เมื่อเห็นชื่อของผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังคำสั่งนี้... ชื่อที่ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากันในเวลานี้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางของผมมาจนถึงตอนที่ 38 นะครับ เฉินเว่ยสายลุยจะพาคุณไปเจอจุดตัดสินที่คาดไม่ถึงในตอนหน้าแน่นอนครับ
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 38
ปาฏิหาริย์แห่งความพยายาม
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!