"ถ้าคุณจะทำเพื่อครอบครัวจริงอย่างที่ปากว่า ทำไมมือของคุณถึงได้สั่นขนาดนั้นตอนที่รับเงินก้อนนั้นมาจากจ้าวเผิง?"
เสียงของหลินซูเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในลำธารยามเหมันต์ เธอวางตะเกียบลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบนั้นดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันภายในบ้านหลังเล็ก นัยน์ตาของเธอไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความร้าวรานที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งแกร่งที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง
ผมวางปึกเอกสารที่กำลังตรวจทานลงช้าๆ จ้องมองเข้าไปในดวงตาของภรรยาด้วยสายตาที่สงบนิ่งและหนักแน่น ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำถามธรรมดา แต่มันคือการพิพากษาความเป็นตัวตนของผมในสายตาของผู้หญิงที่ผมให้คำสัตย์ว่าจะดูแลไปตลอดชีวิต
"มือของผมไม่ได้สั่นเพราะความโลภ หลินซู" ผมตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ จริงจัง "แต่มันสั่นเพราะความแค้นที่ผมต้องก้มหัวให้หมาตัวหนึ่ง เพื่อที่จะถอนรากถอนโคนมันในวันข้างหน้า ผมไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่ผมกำลังทำเพื่อให้อนาคตของเราไม่ต้องมีใครหน้าไหนมาชี้นิ้วสั่งเราได้อีก"
ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะไปหยุดยืนตรงหน้าเธอ มือหนาที่กร้านจากการฝึกฝนและผ่านงานหนักวางลงบนไหล่บอบบางของหลินซูอย่างแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวเล็กน้อยในร่างกายของเธอ
"คุณมองเห็นแค่ปัจจุบัน แต่ผมมองเห็นไปถึงสิบปีข้างหน้า" ผมกระซิบใกล้ใบหูของเธอ "จ้าวเผิงคิดว่าเขากำลังซื้อผมด้วยเศษเงินเหล่านั้น แต่มันคือเบี้ยที่เขาเดินพลาดที่สุดในกระดานนี้ ทุกรอยตราประทับ ทุกรายการบัญชีที่เขาเซ็นรับรองให้ผม มันคือหลักฐานมัดตัวที่จะทำให้เขาหมดสิ้นอำนาจในนิคมผลิตแห่งนี้ ผมยอมเป็นคนเลวในสายตาคนอื่นชั่วคราว เพื่อให้คุณและลูกมีชีวิตที่เป็นสุขในวันที่ฟ้าเปลี่ยนสี คุณเชื่อใจผมไหม?"
หลินซูเงยหน้าขึ้นมองผมนานนับอึดใจ สายตาของเธอพินิจพิเคราะห์ความจริงแท้ในแววตาของผม ผมไม่หลบสายตา ความเป็นแม่ทัพในตัวผมที่บ่มเพาะมานับสิบปีในอดีตชาติคือเครื่องยืนยันความหนักแน่นนี้
"ถ้าคุณโกหกฉัน..." เธอเว้นจังหวะ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ฉันจะไม่มีวันให้อภัยคุณ ไม่ใช่เพราะฉันสูญเสียความเชื่อมั่น แต่เพราะฉันเสียใจที่ชายที่ฉันรักกลายเป็นคนที่ฉันเกลียดที่สุด"
ผมดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด สัมผัสถึงความอบอุ่นที่ผมโหยหามาตลอดภพชาติ มือหนึ่งโอบกอดเธอไว้ อีกมือหยิบม้วนกระดาษแผนผังการเดินบัญชีลับที่ผมแอบรวบรวมไว้ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาออกมาวางไว้ตรงหน้าเธอ
"ดูนี่... นี่คือหลักฐานที่จ้าวเผิงใช้ยักยอกข้าวสารในกองคลังเพื่อไปขายตลาดมืด" ผมชี้ให้เห็นตัวเลขและรอยตราประทับที่ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน "ผมไม่ได้แค่รับเงิน ผมกำลังถอนฟันของมันทีละซี่ หากไม่มีเงินก้อนนั้นเข้าทาง ผมจะไม่มีทางเข้าถึงบัญชีชั้นในสุดนี้ได้เลย ผมคือเฉินเว่ยคนเดิมของคุณ คนที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวรอดพ้นจากยุคสมัยที่บ้าคลั่งนี้"
บทสนทนาของเราดำเนินไปในบรรยากาศที่ตึงเครียดแต่ทว่าเริ่มมีความไว้วางใจก่อตัวขึ้นใหม่ ผมอธิบายกลยุทธ์การแทรกซึมและการใช้ความโลภของจ้าวเผิงให้กลายเป็นจุดอ่อนที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเขาเอง หลินซูฟังอย่างตั้งใจ ความกังวลในแววตาของเธอค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจและการยอมรับ
ขณะที่เรากำลังตกลงเรื่องแผนการขั้นต่อไป เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งเร้า
"พี่เฉิน! พี่อยู่ไหม! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่โกดังสินค้า จ้าวเผิงสั่งคนให้มาเผาบันทึกการเบิกจ่ายทั้งหมด มันรู้ตัวแล้วว่ามีคนจ้องเล่นงานมัน!"
เสียงตะโกนของอาเฉียง ลูกน้องที่ผมส่งไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวหน้าโกดังทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ ผมปล่อยร่างหลินซูทันที ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วทั้งบ้าน เมื่อเงาของใครบางคนทาบลงบนประตูไม้ที่กำลังถูกดันจนเกือบจะพังทลายเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ที่ล้อมบ้านเราไว้ในความมืดมิด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 23
สัญญาใจ
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!