ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 22

ความกังวลของภรรยา

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
“จ้าวเผิงไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตผม แต่มันต้องการทำลายรากเหง้าของทุกอย่างที่ผมพยายามสร้างขึ้นมา หลินซู” ผมวางเอกสารสัญญาซื้อขายเหล็กที่บิดเบี้ยวด้วยรอยยับลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังชัดเจนในความเงียบงันของห้องครัว แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวสะท้อนแววตาที่ยังคงติดค้างความเย็นชาจากเหตุการณ์ที่เผชิญมาเมื่อครู่ ในหัวผมยังคงประมวลผลเรื่องกับดักทางการเงินที่จ้าวเผิงวางไว้ นี่ไม่ใช่การสู้กันด้วยกำลัง แต่มันคือการรบด้วยกลยุทธ์ที่เดิมพันด้วยอิสรภาพของครอบครัวเรา หลินซูไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแต่นั่งนิ่ง มือที่กำลังปอกเปลือกมันฝรั่งชะงักค้าง นิ้วเรียวบางนั้นสั่นเล็กน้อยจนเปลือกมันฝรั่งหลุดร่วงลงพื้น เธอไม่เงยหน้ามองผม แต่ผมสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ออกจากแผ่นหลังของเธอ “เฉินเว่ย...” เธอเรียกชื่อผมเบาหวิว ราวกับเกรงว่าเสียงที่ดังกว่านั้นจะทำลายความเปราะบางของสถานการณ์ “คุณบอกว่านี่คือโอกาสที่จะทำให้เราลืมตาอ้าปากได้ แต่ทุกครั้งที่คุณก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้น ผมกลับรู้สึกว่าคุณห่างไกลจากตัวผมออกไปทุกที” ผมขมวดคิ้ว ลุกจากเก้าอี้ไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เดินเข้าไปหาเธอ แต่มือที่ยื่นไปหมายจะสัมผัสไหล่บางนั้นกลับหยุดชะงักกลางอากาศ ผมรู้ดีว่าสิ่งที่หลินซูเห็นไม่ใช่แค่ความสำเร็จที่ผมนำมาฝาก แต่เธอเห็น ‘กลิ่นอาย’ บางอย่างที่น่าหวาดกลัว “คุณกำลังกลัวอะไร?” ผมถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามกดทับความดุดันที่ติดตัวมาจากวิญญาณแม่ทัพให้จมลึกลงไป เธอยอมเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความรัก แต่มันฉายแววหวาดระแวงอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน “ฉันกลัวว่าเงินที่คุณกำลังหามาได้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ มันจะเปลี่ยนตัวคุณไป... คนที่ฉันเคยรู้จัก คนที่ยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บไข่ต้มไว้ให้ฉัน คนที่อ่อนโยนแม้ในวันที่ยากลำบากที่สุด เฉินเว่ยที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้... คุณยังเป็นคนเดิมอยู่ใช่ไหม หรือว่าอำนาจพวกนั้นกำลังกลืนกินวิญญาณของคุณไปทีละน้อยจนไม่เหลือเค้าเดิม?” ประโยคนั้นของเธอกระแทกเข้าที่หน้าอกผมราวกับลูกธนูทะลุเกราะเหล็ก ผมนิ่งเงียบ มองดูใบหน้าซีดเผือดของภรรยาที่ยอมร่วมทุกข์มากับผมตั้งแต่ยุคข้าวยากหมากแพง ในโลกโบราณ ผมเคยเห็นมานักต่อนัก ขุนพลที่เริ่มจากการเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้ จบลงด้วยการเป็นทรราชที่หลงระเริงในทรัพย์สินและอำนาจ “หลินซู ผมไม่ได้ทำเพื่อเงิน” ผมนั่งยองๆ ลงข้างเธอ พยายามจับมือที่เย็นเฉียบนั้นมากุมไว้ “ผมทำเพื่อที่ว่า วันหนึ่งข้างหน้า คุณจะไม่ต้องก้มหัวให้ใคร ไม่ต้องถูกใครดูแคลนเหมือนที่ผ่านๆ มา ผมอาจจะเปลี่ยนไปในสายตาคุณ แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า ทุกก้าวที่ผมเดิน ทุกกลยุทธ์ที่ผมวางแผน ผมทำไปเพื่อรักษาครอบครัวเรา... ไม่ใช่เพื่อสร้างอาณาจักรให้ตัวเอง” เธอดึงมือกลับช้าๆ แววตาของเธอสั่นระริก “ถ้าเช่นนั้นทำไมคุณถึงดูสนุกกับมันเหลือเกิน? แววตาคุณตอนที่คุณพูดถึงการล้มจ้าวเผิง... มันไม่ใช่สายตาของสามีที่ทำเพื่อครอบครัว แต่มันคือสายตาของนักล่าที่หิวกระหายชัยชนะ” ผมชะงักไป คำพูดของเธอเหมือนกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นตัวตนที่ผมอาจจะหลงลืมไปจริงๆ หรือนี่คือกับดักที่จ้าวเผิงวางไว้ให้ผมแต่แรก? การทำให้ผมกลายเป็นคนกระหายอำนาจจนหลงลืมความสำคัญของคนที่อยู่ข้างหลัง? ขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวเร็วและหนักแน่นผิดปกติในยามวิกาล ผมและหลินซูมองหน้ากันโดยสัญชาตญาณ ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลิกตัวไปหย้ามีดเหล็กที่วางอยู่บนเขียงข้างตัว เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน “เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฝ่ายตรวจสอบโรงงานมีคำสั่งด่วนถึงเฉินเว่ย!” เสียงตะโกนจากหน้าบ้านไม่ใช่เสียงของจ้าวเผิง แต่มันคือเสียงของคนในหน่วยตรวจสอบที่ผมเคยจ่ายเงินใต้โต๊ะให้เพื่อซื้อข้อมูล การที่พวกเขามาถึงที่นี่ในเวลานี้พร้อมท่าทีที่เปลี่ยนไป หมายความว่า ‘กำแพง’ ที่ผมสร้างไว้เพื่อป้องกันตัวเองกำลังพังทลายลงในพริบตา หลินซูคว้าแขนเสื้อผมไว้แน่น ร่างกายเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ “อย่าเปิดนะเฉินเว่ย... ถ้าคุณเปิดประตูบานนี้ออกไป ชีวิตของเราจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก!” ผมมองบานประตูไม้ที่สั่นไหวตามแรงเคาะ จากนั้นมองไปที่ใบหน้าของภรรยาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะตัดสินใจคว้ากุญแจมือขึ้นมาลูบคมมีดเพียงแผ่วเบาพลางกระซิบ “ซ่อนตัวอยู่หลังตู้ใบนั้น ถ้าผมไม่ได้ส่งสัญญาณ อย่าออกมาไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม” ผมสูดลมหายใจเข้าลึก เดินมุ่งหน้าไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและดุดันดั่งแม่ทัพที่กำลังก้าวเข้าสู่สนามรบสุดท้าย แต่ทว่า เมื่อมือผมแตะลูกบิดประตู เสียงหนึ่งจากด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด... “เฉินเว่ย... อย่าโง่ไปหน่อยเลย สิ่งที่จ้าวเผิงทิ้งไว้ในกระเป๋าเอกสารที่คุณแย่งมาได้น่ะ มันไม่ใช่แค่หลักฐานโกงกิน แต่มันคือรายชื่อคนที่คุณเพิ่งฆ่าไปเมื่อสามปีก่อน... และหนึ่งในนั้น คือคนที่เป็นญาติสายตรงของหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบที่ยืนอยู่หน้าประตูนี้!” โลกของผมหยุดหมุนไปชั่วขณะ มือที่จับลูกบิดค้างไว้อย่างไร้เรี่ยวแรง เพราะผมรู้ดีว่าสิ่งที่อยู่นอกประตูนั้นไม่ใช่แค่คนจากฝ่ายตรวจสอบ แต่คือ 'ความตาย' ที่ถูกจัดฉากไว้เพื่อปิดปากผมตลอดกาล ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%