ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน•ตอนที่ 24

การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
“ถ้ามึงกล้าลงนามในเอกสารฉบับนี้ จ้าวเผิง... เท่ากับมึงเอาคอไปพาดบนเขียงของรัฐบาลเองเลยนะ” เฉินเว่ยกระแทกแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้เก่าจนฝุ่นฟุ้งกระจาย ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์จ้องมองอีกฝ่ายด้วยความสมเพช เขายืนพิงกรอบหน้าต่างห้องทำงานในหน่วยผลิต แสงแดดจัดจ้าที่ส่องผ่านเข้ามาไม่อาจเทียบเท่าความร้อนแรงของบรรยากาศในห้องนี้ได้เลย จ้าวเผิง หัวหน้ากองผลิตผู้มีใบหน้าบวมฉุเพราะความอิ่มหมีพีมันจากการทุจริต ชะงักมือที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาแพง มันหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความระแวง “มึงอย่ามาขู่กู เฉินเว่ย กฎหมายใหม่ที่เพิ่งประกาศมาน่ะหรือ? สำหรับคนระดับกู มันก็แค่เศษกระดาษที่ใช้ซับน้ำตาคนจนเท่านั้นแหละ ใครจะกล้าแตะต้องกู? กองผลิตนี้กูคุมอยู่!” “นั่นสินะ... กองผลิตเล็กๆ แห่งนี้” เฉินเว่ยเดินเข้าไปใกล้ อีกฝ่ายจนลมหายใจของจ้าวเผิงติดขัด เขาโน้มตัวลงไปกระซิบเสียงต่ำทว่าก้องกังวานด้วยอำนาจที่สั่งสมมาจากการผ่านศึก “แต่มึงลืมไปแล้วหรือว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว สายลมเปลี่ยนทิศ นโยบายเศรษฐกิจที่เปิดกว้างจะกลายเป็นพายุที่พัดพาสิ่งปฏิกูลอย่างมึงออกไปทิ้งทะเล ถ้ามึงยังดึงดันจะรีดไถชาวบ้านผ่านข้ออ้างการผลิตเกินโควตา มึงเตรียมตัวจองตารางได้เลย” หลินซูที่ยืนรออยู่หน้าห้องมองสถานการณ์ผ่านช่องว่างของบานประตู หัวใจของนางเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่นางทึ่งในความเด็ดขาดของสามี เฉินเว่ยในวันนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มที่อ่อนแอและถูกรังแกอีกต่อไป เขาคือแม่ทัพที่วางแผนล้อมจับศัตรูอย่างเหนือชั้น นางรีบก้าวเข้ามาในห้องเมื่อเห็นจ้าวเผิงเริ่มคุมสติไม่อยู่ “พี่เฉิน... อย่าไปเสียเวลากับเขาเลยค่ะ” หลินซูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่หนักแน่น นางเดินเข้าไปยืนเคียงข้างสามี “หัวหน้าจ้าวคะ ถ้าคุณยังไม่รีบจัดการบัญชีตามนโยบายใหม่ของส่วนกลาง สิ่งที่จะมาถึงมือคุณไม่ใช่แค่คำสั่งย้าย แต่จะเป็นหมายจับจากหน่วยตรวจสอบพิเศษ ดิฉันได้ยินมาว่าพวกเขากำลังเดินทางมาที่นี่... วันนี้” ใบหน้าของจ้าวเผิงเปลี่ยนจากแดงก่ำเป็นซีดเผือดทันที มือที่ถือปากกาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพยายามรวบรวมความกล้า “พวกมึง... พวกมึงวางแผนอะไรไว้!” เฉินเว่ยไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ เขาเพียงแค่หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นประกาศทางการจากส่วนกลางที่ระบุถึงการปฏิรูปโครงสร้างการผลิตและการอนุญาตให้เอกชนมีส่วนร่วมในตลาดอิสระ สิ่งนี้คือกุญแจที่เฉินเว่ยใช้ทำลายระบอบการผูกขาดของจ้าวเผิงลงโดยสิ้นเชิง “ข้าไม่ได้วางแผนอะไรนอกจากความจริงใจต่อชาติบ้านเมือง” เฉินเว่ยกล่าวพลางจัดปกเสื้อให้เรียบเนียน “ในขณะที่มึงกักตุนสินค้าเพื่อปั่นราคาในตลาดมืด รัฐบาลกำลังจับตาดูเส้นทางการเงินของคนระดับหัวหน้าหน่วยอยู่ จ้าวเผิง... มึงคิดว่าเงินที่มึงซุกไว้ใต้พื้นบ้านจะรอดพ้นสายตาของหน่วยตรวจสอบไปได้นานแค่ไหน?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ จ้าวเผิงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ด้วยความสิ้นหวัง แผนการที่จะใช้ช่องโหว่ของนโยบายเพื่อกอบโกยเงินก้อนสุดท้ายก่อนเกษียณของเขากำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของชายที่เขาเคยดูถูกมาตลอด ทว่า ในขณะที่เฉินเว่ยกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้อง เพื่อไปจัดการเรื่องการตั้งกลุ่มสหกรณ์การผลิตอิสระร่วมกับชาวบ้าน เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและเป็นจังหวะที่ผิดปกติก็ดังขึ้น *ปัง! ปัง! ปัง!* ไม่ใช่เสียงเคาะของชาวบ้านที่มาร้องทุกข์ แต่เป็นเสียงของรองเท้าบูทหนังทหารที่กระทบพื้นไม้ข้างนอกอย่างพร้อมเพรียง เฉินเว่ยชะงัก สายตาคมคริบส่งสัญญาณให้หลินซูถอยไปด้านหลังตัวเขาโดยสัญชาตญาณของการเป็นนักรบ ประตูห้องถูกผลักออกโดยไม่มีการอนุญาต ชายในชุดเครื่องแบบสีเขียวมะกอกเข้มก้าวเข้ามา เขาไม่ได้มีท่าทีเป็นมิตร และที่สำคัญกว่านั้น... เขาไม่ได้มาเพื่อจับจ้าวเผิง “เฉินเว่ย...” ชายในเครื่องแบบเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศในห้องเยือกเย็นลงทันตา “เราได้รับคำสั่งพิเศษจากส่วนกลางให้มาเชิญตัวคุณไปชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ ‘เกินโควตา’ ที่คุณทำมาตลอดหลายเดือนนี้... ดูเหมือนว่าความฉลาดของคุณ จะไปสะดุดตาใครบางคนในระดับสูงเข้าเสียแล้ว” เฉินเว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้หวั่นเกรงต่ออำนาจมืด แต่เขารู้ดีว่าหากตนถูกกักตัวไว้ในตอนนี้ แผนการปฏิรูปการผลิตของชาวบ้านในหมู่บ้านนี้จะล้มเหลวไม่เป็นท่า จ้าวเผิงที่ได้ยินดังนั้นถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆ! นึกว่าตัวเองเป็นคนคุมเกมอยู่คนเดียวงั้นรึ เฉินเว่ย! มึงมันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่เดินพลาดตาเดียวเท่านั้น!” เฉินเว่ยค่อยๆ หันกลับมามองจ้าวเผิงด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง ก่อนจะหันไปสบตากับชายในเครื่องแบบ เขาขยับยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าอยู่หนึ่งใบเสมอ “ก่อนจะเชิญผมไป ผมว่าท่านควรตรวจสอบเอกสารในกระเป๋าของท่านให้ดีเสียก่อนนะครับ... เพราะในนั้นไม่ได้มีแค่หมายเรียกผม แต่น่าจะมีหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของจ้าวเผิงที่ผมนัดแนะให้สายของผมสลับไว้อย่างเงียบๆ เมื่อครู่นี้” ชายในเครื่องแบบชะงักค้าง มือที่หยิบเอกสารขึ้นมาสั่นไหวเล็กน้อย จ้าวเผิงที่ได้ยินชื่อบัญชีลับถึงกับหน้าถอดสีราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ในเสี้ยววินาทีนั้น เฉินเว่ยขยับตัวเข้าใกล้ชายในเครื่องแบบและกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากพวกเขา “ท่านจะเลือกเป็นเหยื่อของความโง่เขลา หรือจะเลือกเป็นพันธมิตรกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง?” ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่ความกดดันจากความขัดแย้ง แต่เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเฉินเว่ยที่กำลังจะเปิดเผยผลลัพธ์ออกมาในวินาทีถัดไป... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคอยสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดนักสู้พลิกชะตา: เกิดใหม่ในยุคเปลี่ยนผ่าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%